‘ผีโม่แป้ง’ รายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ก่อนหน้าที่ตำรวจพร้อมกองกำลังผสมที่เป็นพนักงานบริษัท จำนวน 700 นาย  ทำการปิดกั้นประชาชนผู้เห็นต่างในนาม  ‘กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด’  ไม่ให้เข้าร่วมเวทีพับลิก สโคปปิ้ง  เพื่อกำหนดขอบเขตในการจัดทำร่างรายงาน EHIA  เพื่อประกอบการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ ทองแดงและเงิน แปลงที่ 76/2539  ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย  ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด (“ทุ่งคำ”)   เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2556  ที่ผ่านมา  ได้เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555  โดยกองกำลังตำรวจผสมทหาร  อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และพนักงานบริษัท  จำนวนมากกว่า 1,000 นาย  ทำการปิดกั้นประชาชนผู้เห็นต่างในนามกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดไม่ให้เข้าร่วมเวทีพับลิก สโคปปิ้ง  เพื่อกำหนดขอบเขตในการจัดทำร่างรายงาน EHIA  เพื่อประกอบการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำและเงิน แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย  ของทุ่งคำเช่นเดียวกัน

สิ่งที่กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดเห็นต่างและมีเหตุผลในการคัดค้านการขอประทานบัตร แปลงที่ 104/2538  (แปลงภูเหล็ก)  พื้นที่ประมาณ 291 ไร่  โดยได้ทำจดหมายถึงหน่วยงานราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นก่อนวันจัดเวทีดังกล่าว  และเตรียมนำข้อมูลไปแสดงต่อที่ประชุมพับลิก สโคปปิง ในวันที่ 25 ธันวาคม 2555  ด้วย  ก็คือว่า  ณ บริเวณที่เป็นภูเหล็ก  ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับแปลงประทานบัตรบนภูทับฟ้า-ภูซำป่าบอน  ที่กำลังดำเนินการทำเหมืองและประกอบโลหกรรม (แต่งแร่และถลุงแร่) แร่ทองคำและทองแดง  อยู่ในเวลานี้  มีลักษณะภูมินิเวศเป็นภูเขาลูกโดดชายขอบเทือกเขาเพชรบูรณ์ฝั่งตะวันออก  สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 500 เมตร  ถือว่าเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหรือป่าน้ำซับซึม  ตามมาตรา 6 จัตวา[1]  แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 (“กฎหมายแร่”)  ดังนั้น  การดำเนินการตามคำขอประทานบัตรที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  สมควรถูกยกเลิกหรือยุติลง  เนื่องจากจะต้องคำนึงถึงการสงวนหวงห้ามเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก  มิใช่นำพื้นที่ที่เป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมดังกล่าวมาขอประทานบัตรเพื่อออกประทานบัตรได้เป็นอันดับแรกก่อนการสงวนหวงห้าม  หรือใช้ประโยชน์อื่นใดในที่ดินในพื้นที่นั้น  

ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554  ว่าให้กระทรวงอุตสาหกรรมชะลอการขยายพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  แปลงที่ 104/2538  และแปลงอื่น ๆ  ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปของ ‘สาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน’  และให้จัดทำผลการประเมินความคุ้มค่าของฐานทรัพยากรธรรมชาติและค่าภาคหลวงแร่กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน  ทั้งนี้  เนื่องจากข้อเท็จจริงในการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำบริเวณโดยรอบเหมืองดังกล่าวหลายครั้ง  ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2547 – 2549  พบว่ามีสารหนู แคดเมียมและแมงกานีส  เกินเกณฑ์มาตรฐาน  และผลการตรวจวิเคราะห์ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ.2553  พบว่ามีธาตุเหล็ก  ตะกั่ว  แคดเมียม  ในบางจุดเกินเกณฑ์มาตรฐาน  แต่สารไซยาไนด์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน  โดยยังไม่มีข้อสรุปของแหล่งที่มาและสาเหตุของสารปนเปื้อนที่ชัดเจน  ประกอบกับราษฎรในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะระงับการขอขยายพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  แปลงที่ 104/2538  และแปลงอื่น ๆ  ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องต่าง ๆ  ที่ชัดเจน

 

 

แผนที่แสดงลำห้วย  ลำราง  ป่าน้ำซับซึม

ในพื้นที่คำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ  แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัดขอขอบคุณแผนที่ฉบับนี้  โดย  วัชราภรณ์ วัฒนขำ  และประชาชนจากหลายหมู่บ้านในเขต  ต.เขาหลวง  อ.วังสะพุง  จ.เลย  ที่ร่วมกันจัดทำขึ้นมา.  มีนาคม 2555

นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวอีกว่า  ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ตรวจสอบสารปนเปื้อน  ดำเนินการตรวจสอบสารปรอทด้วย  เนื่องจากมีการพบว่ามีปริมาณสารปรอทสูงมากเมื่อเทียบกับหมู่บ้านอื่นในสภาพปกติ

แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดทั้งส่วนราชการและผู้ประกอบการกระตือรือร้นที่จะหาข้อสรุปของแหล่งที่มาและสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อนตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแต่อย่างใด 

ตรงกันข้าม  กลับมีการเล่นแร่แปรธาตุขึ้นมาแทน  โดยเอาความทุกข์ร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่เผชิญกับปัญหาและผลกระทบมาหาผลประโยชน์  ด้วยการออกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554  เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้กับผู้ประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินการขอประทานบัตร แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก) ในเวลานั้นได้  ด้วยการรายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำผิวดิน  น้ำบาดาลและดินในบริเวณทำเหมืองทองคำที่ภูทับฟ้า-ภูซำป่าบอน  และบริเวณใกล้เคียงโดยรอบ  ให้คณะรัฐมนตรีทราบว่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน  เพื่อที่จะเปิดทางให้ผู้ประกอบการดำเนินการขอประทานบัตร แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก) ได้  ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554  ที่ไม่ตรงประเด็น

ไม่เพียงเท่านี้  ก่อนหน้านี้  มีกระบวนการ ‘ผีโม่แป้ง’  เพื่อที่จะทำให้พื้นที่บริเวณที่ยื่นคำขอประทานบัตร  แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  ไม่เป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำลำธารหรือป่าน้ำซับซึม  ตามมาตรา 6 จัตวา  ของกฎหมายแร่  ด้วยการจัดทำรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตร  โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญ  ดังนี้

1. รายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตร  แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  พบว่ามีข้อความที่เป็นสาระสำคัญอันเป็นเท็จ  กล่าวคือรายละเอียดที่ระบุไว้ในข้อ 2. – 5.  ของรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรฯ ดังกล่าว  ระบุว่าไม่พบทางน้ำสาธารณะ  ในพื้นที่คำขอประทานบัตรแปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  และพื้นที่ในรัศมีระยะ 50 เมตร  ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงในพื้นที่  เนื่องจากว่า  ในพื้นที่คำขอประทานบัตรแปลงดังกล่าว  และพื้นที่ในรัศมีระยะ 50 เมตร  พบทางน้ำสาธารณะหลายเส้นทางที่ประชาชนใช้สอยประโยชน์ร่วมกัน  โดยทางน้ำสาธารณะมีลักษณะเป็นน้ำซับน้ำซึม  ลำราง  ลำห้วยสำคัญที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของประชาชนหลายชุมชนหมู่บ้าน  โดยลำห้วยลำรางเหล่านี้ไหลลงห้วยเหล็กและลำน้ำฮวย  ก่อนจะไหลลงแม่น้ำเลยต่อไป (ดูแผนที่แสดงลำห้วย ลำราง ป่าน้ำซับซึม  ในพื้นที่คำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก) ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ในบทความนี้  และเอกสารแนบ รายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตร  ท้ายบทความนี้)

2. เนื่องจากรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรดังกล่าวเป็นเอกสารตั้งต้นของกระบวนการและขั้นตอนในการอนุญาตให้ประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่  รวมทั้งเกี่ยวข้องโดยตรงต่อกระบวนการและขั้นตอนในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)  ตามมาตรา 67 วรรคสอง  ของรัฐธรรมนูญฯ  ดังนั้น  เมื่อเอกสารสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนดมีข้อความเป็นเท็จหรือผิดไปจากข้อเท็จจริง  จึงทำให้กระบวนการและขั้นตอนเกี่ยวกับการอนุญาตให้สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่  ตลอดจนกระบวนการและขั้นตอนของการจัดทำรายงาน EHIA  เท็จหรือผิดตามไปด้วย  

แต่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น  ผู้ประกอบการและบริษัทที่ปรึกษา  กลับละเลยเพิกเฉยหรือไม่ใส่ใจในเรื่องดังกล่าว  โดยยังคงดื้อรั้นจัดเวทีพับลิก สโคปปิง  เพื่อจัดทำรายงาน EHIA  ประกอบการขอประทานบัตรแปลงที่ 104/2538  (แปลงภูเหล็ก)  ต่อไป  แทนที่จะแก้ไขรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรให้ถูกต้องเสียก่อน

3. หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง  ผู้ประกอบการและบริษัทที่ปรึกษา  ที่ร่วมมือในการจัดเวทีพับลิก สโคปปิ้ง  เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555  ดังกล่าว  ไม่สามารถอ้างได้ว่าการจัดทำเวทีดังกล่าวนั้นเป็นคนละขั้นตอนกับการขออนุญาตประทานบัตร  เพราะว่าในระเบียบของการอนุญาตประทานบัตรนั้นต้องมีการจัดทำรายงาน EHIA ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน  เพื่อนำมาใช้เป็นเอกสาร/หลักฐานสำคัญในการที่จะได้รับอนุมัติ/อนุญาตประทานบัตร  

ซึ่งการจัดเวทีพับลิก สโคปปิง  ดังกล่าวนั้น  เป็นขั้นตอนแรกสุดของการจัดทำรายงาน EHIA  ส่วนการจัดทำรายงาน EHIA  ก็อยู่ในขั้นตอนที่ 2  ซึ่งเป็นขั้นตอนหลังจากที่ต้องจัดทำรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ 1  ของทั้งหมด 8 ขั้นตอน  ของขั้นตอนดำเนินการอนุญาตประทานบัตร กรณีโครงการที่อาจเกิดผลกระทบรุนแรง ตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฯ  (ดูภาพแผนผัง-ขั้นตอนดำเนินการอนุญาตประทานบัตร  กรณีโครงการที่อาจเกิดผลกระทบรุนแรง  ตามมาตรา 67 วรรคสอง  ของรัฐธรรมนูญฯ  ในบทความนี้)  

ดังนั้น  ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ผู้ประกอบการและบริษัทที่ปรึกษา  หรือคณะผู้ร่วมจัดทำเวทีพับลิก สโคปปิง  เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555  จะอ้างไม่ได้ว่าการจัดทำเวทีพับลิก สโคปปิง  เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555  เพื่อจัดทำรายงาน EHIA  กับขั้นตอนดำเนินการอนุญาตประทานบัตรไม่เกี่ยวข้องกัน

 

อธิบายภาพแผนผัง  ภาพแผนผังนี้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อขอประทานบัตรตามกฎหมายแร่  ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  (กพร.)  กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดทำขึ้นมาเพื่อวางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายแร่แก่เจ้าพนักงานและผู้ลงทุนในการยื่นขอสิทธิทำเหมืองแร่  เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  เข้าถึงได้ที่  http://www.dpim.go.th/pr/article?catid=42&articleid+2377

ในภาพแผนผังนี้  จะเห็นได้ชัดเจนว่า  การรังวัดปักหมุดเขตเหมืองแร่  และการจัดทำรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตร  (ในภาพแผนผังนี้  เขียนย่อว่า  “รังวัด+ไต่สวนฯ”)  อยู่ในขั้นตอนที่ 1.  ส่วนการจัดทำเวที  Public scoping  เพื่อจัดทำรายงาน  EHIA  อยู่ในขั้นตอนที่ 2.  ของทั้งหมด  8  ขั้นตอน      

ถึงแม้ในรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตร  จะมีใบแทรกแนบท้ายใบไต่สวนฯ  มาด้วย  โดยทำการไต่สวนเพิ่มเติมว่าพื้นที่ที่ขอประทานบัตร  แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  ประมาณ 291 ไร่  อยู่ในพื้นลุ่มน้ำชั้นที่  1  เอ  และ  1  บี  ก็ตาม  ผลของมันก็ไม่สามารถหักล้างการไต่สวนเท็จที่ปรากฏอยู่ในข้อ  2. – 5.  ในรายงานการไต่สวนฯ  ตามที่กล่าวมาแล้วได้  เนื่องจากว่าแหล่งต้นน้ำลำธารหรือป่าน้ำซับซึม  ตามมาตรา 6 จัตวา  ของกฎหมายแร่  มีความหมายกว้างและแสดงให้เห็นถึงความหมายของระบบน้ำผิวดินและใต้ดินที่สัมพันธ์กับระบบนิเวศป่าไม้มากกว่าคำว่าชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ  ที่มีความหมายในเรื่อง ‘การจัดการพื้นที่ลาดชัน’  เป็นหลัก  ด้วยสมมติฐานอันคับแคบว่าพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงจะเป็นที่อยู่ของต้นน้ำเท่านั้น 

ซึ่งขัดกับหลักธรรมชาติที่กำเนิดต้นน้ำมาจากภูมินิเวศอันหลากหลาย  เช่น  ภาคเหนือของไทยต้นน้ำอาจจะมาจากภูเขาสูง  แต่ในภาคอีสานของไทยต้นน้ำส่วนใหญ่มักเกิดจากบริเวณที่ราบลอนคลื่น  หรือที่ราบสลับโคกเนิน  ซึ่งเป็นภูเขาลูกเตี้ย  ที่มีความลาดชันต่ำกว่าภูเขาสูงบริเวณภาคเหนือของไทย  หรือบางท้องที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย ไม่จำเป็นต้องเกิดภูเขาสูง  ในที่ราบลุ่มก็เป็นบ่อเกิดของต้นน้ำ โดยมีลักษณะตาน้ำ  น้ำผุด  น้ำออกรู  น้ำซับซึม ฯลฯ  ได้เช่นเดียวกัน

นี่คือกระบวนการผีโม่แป้ง  ด้วยการจัดทำรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำและเงิน  แปลงที่ 104/2538  (แปลงภูเหล็ก)  ให้เป็นเท็จ  เพื่อทำลายความเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหรือป่าน้ำซับซึมให้ราบคาบ  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการดำเนินการขอประทานบัตรได้ 

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่รายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ เงินและทองแดง  แปลงที่ 76/2539  ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย  จะมีผีไปรับจ้างโม่แป้งด้วยเช่นเดียวกัน

 

 

ภาพที่หนึ่ง  ภาพถ่ายแสดงลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของคำขอประทานบัตรที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)

คัดลอกจากเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping)  โครงการเหมืองแร่ทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  คำขอประทานบัตร  104/2538  หน้า 6.  25 ธันวาคม 2555

บรรยายภาพที่หนึ่ง  นอกจากเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม ตามมาตรา 6 จัตวา  ของกฎหมายแร่แล้ว  คำขอประทานบัตร  แปลงที่ 104/2538 (แปลงภูเหล็ก)  ยังเป็นพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 เอ และ 1 บี  ตามที่ระบุไว้ในรายงานการไต่สวนประกอบคำขอประทานบัตรแปลงดังกล่าวอีกด้วย

ภาพที่สอง  ภาพถ่ายแสดงลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของพื้นที่คำขอประทานบัตรที่ 76/2539

คัดลอกจากเอกสารรายละเอียดโครงการเหมืองแร่ทองคำ ทองแดง และเงิน คำขอประทานบัตรที่ 76/2539  และขั้นตอนการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)  หน้า 5.  เอกสารประกอบเวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1 หรือพับลิก สโคปปิง)  โครงการเหมืองแร่ทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  คำขอประทานบัตร 76/2539.  8 กันยายน 2556

บรรยายภาพที่สอง  บริเวณพื้นที่คำขอประทานบัตรที่ 76/2539 และ 77/2539  มีลักษณะเป็นเนินเขาลูกเตี้ยชายขอบเทือกเขาเพชรบูรณ์ฝั่งตะวันออก  ที่แสดงถึงความเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม ตามมาตรา 6 จัตวา ของกฎหมายแร่  อย่างชัดเจน  เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำ  มีลำห้วย  ลำราง  ทางน้ำ  ไหลผ่าน   นอกจากนั้น  พื้นที่นี้ยังมีความสำคัญต่อระบบน้ำใต้ดิน  เพราะเป็น Recharge Area  หรือพื้นที่รับน้ำเพื่อเติมน้ำลงไปใต้ดิน เพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มต่ำต่อไป

 

                                               


[1]               มาตรา 6 จัตวา  เพื่อประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา  กำหนดพื้นที่ใดที่มิใช่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม  ที่ได้ทำการสำรวจแล้วปรากฏว่ามีแหล่งแร่อุดมสมบูรณ์  และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อออกประทานบัตรชั่วคราว  หรือประทานบัตรได้เป็นอับดับแรกก่อนการสงวนหวงห้าม  หรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นในที่ดินในพื้นที่นั้น  แต่ทั้งนี้ให้คำนึงถึงผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์