พล.อ.ประยุทธ์ระบุกองทัพยึดถือ รธน. ขอให้ทุกฝ่ายหารือกัน-แก้ไขวิกฤตอย่างสันติ

ผบ.ทบ. แถลงออก ททบ.5 ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันยุติความรุนแรง-หาตัวผู้กระทำผิด กองทัพยึดถือรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยสัมพันธ์กับต่างประเทศทั้งด้านการค้า-การลงทุน ทหารไม่ต้องการใช้กำลังมาต่อสู้กับคนไทย หากมีการสูญเสียเกิดขึ้นอีกประเทศชาติจะล่มสลายอย่างแน่นอน และจะไม่มีใครชนะหรือแพ้อีกต่อไป

24 ก.พ. 2557 - เที่ยงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ โดยกล่าวว่า "ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. และแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้ดูแลด้านความมั่นคง โดยก่อนหน้านี้อาจจะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนไปบ้างแล้ว ซึ่งเกรงว่าข้อมูลอาจจะไม่ชัดเจนเพราะเป็นการตอบคำถามกับสื่อต่างๆ เลยอยากชี้แจงรายละเอียด เพราะสถานการณ์ปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น มีการบาดเจ็บสูญเสียมากขึ้นในห้วงที่มา เป็นความห่วงใยจากผมและคนในกองทัพทุกคน"

พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า "ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจกับผู้บาดเจ็บและสูญเสียชีวิต ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ และกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่"

ผบ.ทบ. กล่าวด้วยว่า ในวันนี้กองทัพบกได้หารือไปยังนายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. ศรส. และทุกกลุ่มของผู้ชุมนุมในการร่วมกัน ช่วยกันยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น หาตัวผู้ทำความผิดในการใช้อาวุธสงครามอย่างอุกอาจไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐ และเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจทุกภาคส่วนที่จะต้องพิสูจน์ทราบและดำเนินการป้องกันปราบปรามตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะหากยังคงมีอยู่นับวันสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น จนไม่สามารถควบคุมยุติได้ ทำให้เกิดการสูญเสียกับประเทศชาติอย่างมหาศาล

"สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุการณ์รุนแรงนั้น จากข้อมูลงานด้านการข่าวในปัจจุบันมีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมปี 53 กำลังอยู่ในขั้นตอนการสูจน์หาหลักฐาน เพื่อดำเนินการทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด กองทัพนั้นไม่ได้กลัวการปฏิบัติหน้าที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่เกรงว่าจะเกิดการบาดเจ็บสูญเสียของประชาชนเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่ายังมีหลายพวกหลายฝ่ายไม่เข้าใจและต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร"

"การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ ในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าจะสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทั้งหมดคงเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญที่ยังมีอยู่ และมีผลบังคับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน"

"สำหรับการใช้อาวุธต่อผู้ชุมนุมและต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใดนั้นเป็นความผิดร้ายแรง ตามกฎหมายที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่และรัฐบาลจำเป็นต้องยุติให้ได้โดยเร็ว โดยจับกุมดำเนินคดีให้ได้ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เช่นเดียวกับการใช้อาวุธกับต่อศาล ต่อองค์กรอิสระ สถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ก็มีความผิดร้ายแรงเช่นกัน ก็ต้องขอร้องให้ทุกกลุ่มของผู้ชุมนุมนั้นไม่ให้เกิดการบุกรุกยึดสถานที่ราชการ ใช้อาวุธกับเจ้าหน้าที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ"

"สิ่งที่ผมได้พูดไปแล้วนั้นในห้วงที่มีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเกิดขึ้นต้องมีผู้รับผิดชอบ ไม่ได้หมายความว่าทหารจะใช้กำลังเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ได้โดยไม่ยึดถือหลักกติกาหรือกฎหมาย เพราะความขัดแย้งเกิดขึ้นหลายระดับ กับเจ้าหน้าที่และประชาชนหลายกลุ่ม หากใช้กำลังแก้ไขที่ปลายเหตุ หมายความว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นต้องถูกยกเลิก ไม่ได้รับการยึดถืออีกต่อไป หลายพวกหลายฝ่ายอยากให้ใช้วิธีการดังกล่าว ก็ขอให้กลับมาพิจารณาตั้งสติดูว่าปัญหาเหล่านี้จะยุติได้ด้วยวิธีการอันสงบหรือไม่ หากเรากระทำไปจะขยายผลความรุนแรงอีกหรือเปล่า ในเมื่อยังคงมีการปลุกระดมประชาชนให้มาต่อสู้"

"สิ่งที่กองทัพดำเนินการอยู่ในเวลานี้จำเป็นต้องยึดถือกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยการจัดกำลังออกมาดูแลประชาชนในพื้นที่ประกาศกฎหมายพิเศษเป็นจำนวนมากตลอด 24 ชั่วโมง หากเราดำเนินไม่ถูกวิธีแล้วเราจะแน่ใจได้หรือไม่ว่าหากเราใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบนั้นสถานการณ์จะยุติลงได้โดยสงบ ในขณะที่ทุกพวกทุกฝ่ายยังไม่พยายามลดเงื่อนไข ไม่พยายามพิสูจน์หาข้อเท็จจริง และให้การยอมรับกฎหมายของสังคมในปัจจุบัน"

"สิ่งที่น่าจะกระทำในเวลานี้คือ ให้ทุกพวกทุกฝ่ายทำงานตามความรับผิดชอบของตนเต็มสติกำลังอย่างครบถ้วน ด้วยความเป็นธรรมอำนวยความยุติธรรมได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ โดยไม่ถูกกดดันจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และหาทางลดความขัดแย้งให้ได้โดยเร็ว"

"ประการสำคัญคือ การใช้กำลังทหารเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบนั้น จะได้รับการยอมรับจากประชาชนที่อยู่นอกเหนือจากความขัดแย้งนี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังเช่นกัน ประกอบกับขณะนี้สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศไทยในสายตาของต่างชาติในเวลานี้นั้นก็ยังคงมีความสำคัญอยู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากความสัมพันธ์ที่เรามีในด้านเศรษฐกิจ ส่งออกนำเข้า การลงทุนของต่างประเทศเป็นจำนวนมากในประเทศไทยปัจจุบัน"

"สำหรับความขัดแย้งในครั้งนี้ เป็นไปอย่างกว้างขวางมากกว่าปี 2553 ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนเพียงกลุ่มเดียว ทุกคนทราบดีปี 2553 เกิดจากอะไรเกิดจากคู่ขัดแย้งไม่มากนัก แต่ในปัจจุบันปี 2556-2557 มีหลายกลุ่ม พร้อมเงื่อนไขที่สลับซับซ้อน สิ่งที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนคือทำอย่างไรให้ทุกพวกทุกกลุ่มมาหารือกันเพื่อให้เชื่อได้ว่าได้รับความเป็นธรรม ความชอบธรรมอย่างเท่าเทียมกัน และช่วยกันก้าวเดินนำพาไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นระบบอย่างเป็นสันติวิธี เลิกใช้กฎหมายมาต่อสู้กัน"

ผบ.ทบ.กล่าวว่า "ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวนั้นต้องอาศัยประชาชนทั้งประเทศช่วยกันเรียกร้องให้เกิดขึ้น อย่าคิดว่าธุระไม่ใช่ หรือเป็นการถือพวกถือฝ่าย ต้องเอาผลประโยชน์ของชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตเป็นหลักในการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ในปัจจุบันให้ได้จนได้รับการยอมรับในข้อเท็จจริงจากคู่ขัดแย้งและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่เป็นคนไทยและเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง"

"ทหารนั้นไม่ต้องการใช้กำลังและอาวุธมาต่อสู้กับคนไทยด้วยกันที่เห็นต่างโดยไม่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญยังมีผลบังคับใช้ทุกประการ หากมีการสูญเสียเกิดขึ้นอีกต่อไป ประเทศชาติจะล่มสลายอย่างแน่นอน และจะไม่มีใครชนะหรือแพ้อีกต่อไป"

"สิ่งที่เราคาดหวังนั้นก็คืออยากให้ทุกฝ่ายเอานำเงื่อนไขทั้งหมดมาชี้แจงพิสูจน์ทราบในข้อเท็จจริงให้ชัดเจนขึ้น ไม่ให้เกิดความสับสน ไม่เข้าใจ ขยายความขัดแย้งไปมากกว่านี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏหรือพิสูจน์ทราบได้แล้ว ก็จะทำให้ได้รับการยอมรับ และจะได้หาทางแก้ปัญหาโดยการบังคับใช้กฎหมายจากทุกกระบวนการเพื่อไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนโดยไม่ให้มวลชนออกมาต่อสู้กัน ซึ่งผลสุดท้ายคนที่ได้รับความบาดเจ็บสูญเสียก็คือประชาชน และเจ้าหน้าที่ข้าราชการ กฎหมายทุกฉบับก็จะถูกทำลายอย่างยับเยิน"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เงื่อนไขสำคัญที่ผมพอสรุปได้ดังนี้ก็คือ การใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายของทุกพวกทุกฝ่ายมาต่อสู้กันเพื่อความทุกต้อง ความชอบธรรม ยุติธรรม มาตรฐานที่เท่าเทียม ที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้างว่าไม่ได้รับ ความโปร่งใส การทุจริตในโครงการต่างๆ ทั้งอดีตและปัจจุบัน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติของกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระที่ไม่ได้รับการยอมรับโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องกระทำได้โดยไม่ถูกกดดันและไม่ปลอดภัย การดำเนินการของทุกฝ่ายที่เคลื่อนไหวให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องเป็นวิธีการที่ถูกต้องไม่ผิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น"

"นอกจากนั้นยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทั้งในระดับรัฐบาล มวลชนทุกกลุ่ม และประชาชนอื่นๆ ในประเทศ รวมทั้งการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องถูกบังคับให้เลือกข้าง การว่ากล่าวให้ร้ายปลุกระดมทางสื่อ และโซเชียลมีเดียที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง และขยายความขัดแย้งให้มากยิ่งขึ้น"

"ทั้งหมดนี้คือเหตุผลและความจำเป็นในการที่ผมต้องออกมาชี้แจงในวันนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อประชาชนคนไทยอีกต่อไป ทุกพวกทุกฝ่ายที่เป็นคนไทยต้องออกมาร่วมกันแสวงหาทางออกให้ได้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกระบบในการขับเคลื่อนประเทศไทยจะสูญเสียไปอย่างถาวร"

"ประการสำคัญผมมีความจำเป็นต้องชี้แจงเนื่องจากกองทัพถูกว่ากล่าว ให้ร้าย ดึงเข้าไปในความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกองทัพก็พยายามใช้ความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ในขณะที่ปัญหาอื่นๆที่กองทัพเผชิญอยู่ รับผิดชอบอยู่ ทั้งงานด้านการป้องกันชายแดน งานรักษาความมั่นคงภายใน การต่อสู้ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ งานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และงานพัฒนาประเทศซึ่งมีการใช้กำลังทหารอยู่ไม่ต่ำกว่า 70 % ของยอดกำลังพลในปัจจุบัน ยังคงดำรงอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง"

"ผมก็มุ่งหวังให้การแก้ไขปัญของประเทศชาติในครั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างสันติวิธี และรวดเร็ว ไม่สร้างความขัดแย้งอีกต่อไป" ผบ.ทบ. กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่าในวันสถาปนาหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. มาเป็นประธานจัดงานแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. โดยแจ้งว่า ผบ.ทบ.ติดภารกิจ ซึ่งตามกำหนดการเดิม ผบ.ทบ.จะเป็นประธานงานดังกล่าว คาดติดตามสถานการณ์อยู่ที่ กทม.หลังเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ จ.ตราด และ กทม. นอกจากนี้มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 ให้จัดกำลังพลทหารไปบริจาคเลือดในโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเตรียมไว้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น