กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดจ.เลย ร้องอธิบดีกรมอุตสาหกรรมระงับใบอนุญาตบริษัท ‘ทุ่งคำ’ ทันที

19 พ.ย. 2557 กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด อ.วังสะพุง จ. เลย ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้อธิบดีกรมอุตสาหกรรมจ.เลย ระงับการออกใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ของบริษัททุ่งคำ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อรุ่งเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านอ.วังสะพุง ที่ทำการคัดค้านเหมืองแร่ทองคำ ถูกชายฉกรรจ์กว่า 300 คน จับเป็นตัวประกันและเข้าทำร้าย เพื่อขนทองแดงและทองคำออกไป
 
ทางกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเพื่อให้กรมอุตสาหกรรมจ. เลย ตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ – ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงที่เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาขนแร่ของบริษัททุ่งคำก็ยังดำเนินต่อไป โดยอ้างใบอนุญาตที่ได้มาถูกต้องตามกฎหมาย 
 
ทางกลุ่มจึงขอเรียกร้องให้กรมอุตสาหกรรมระงับใบอนุญาตดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อกลุ่มชาวบ้านในอ.วังสะพุง จ.เลย พร้อมทั้งขอหนังสือสำเนาที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาตรวจสอบด้วย 
 

สถานการณ์เช้าวันจันทร์ กลุ่มคนงานเหมืองกว่า ๓๐๐ คน รวมตัวบริเวณสามแยกปากปวน ปากทางเข้าเหมืองทองคำ และอีก ๖๐ คนรวมตัวกันบริเวณด่านตรวจชุมชน "ว.๑" ด้านชาวบ้านกางเต้นท์ตรวจสอบรถเข้าออก เพื่อปกป้องความปลอดภัยให้ประชาชนใน ๖ หมู่บ้าน
 
สมาคมต้านโลกร้อน เดินทางเข้าให้กำลังใจชาวบ้านวังสะพุง
 
นายศรีสุวรรณ  จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้คณะนักกฎหมายของสมาคมฯจำนวน 8 คนได้เดินทางไปพื้นที่บ้านนาหนองบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เพื่อให้กำลังใจชาวบ้านและสอบถามข้อมูลและพฤติการณ์ที่ถูกชายฉกรรจ์อำพรางใบหน้า-อาวุธครบมือนับร้อย เข้าพื้นที่ปิดล้อมจุดตรวจชุมชนและควบคุมตัวแกนนำต่อต้านเหมืองทอง ไล่ทุบตี จับมัดมือไล่หลัง กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำลายแนวกั้นของชุมชนเพื่อใช้รถบรรทุกขนแร่ออกจากพื้นที่กลางดึกเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา
 
“พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของชาวบ้านตามที่รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 29 ประกอบมาตรา 66 และ 67 ให้การคุ้มครองไว้โดยชัดแจ้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ผู้กำกับการ สภ.วังสะพุง และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยที่จะต้องให้การคุ้มครองสิทธิของชาวบ้านมิให้ผู้ใดมาละเมิด แต่การที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ถือว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครองที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่จะต้องเร่งนำตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ ผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลังดังกล่าวมาลงโทษโดยเร็ว 
 
“โดยพยานหลักฐาน ภาพถ่าย และพฤติการณ์แวดล้อม ชาวบ้านสามารถชี้ตัวและระบุผู้กระทำความผิดได้อย่างชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 209, 210 และ 215  ซึ่งหากล่าช้าเพิกเฉยก็ถือได้ว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีโทษหนักทั้งทางคดีและทางวินัย 
 
“สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจะเฝ้าติดตามเกาะติดการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่าได้กระทำการใด ๆ เพื่อบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพียงพอแล้วหรือไม่ หากมีพฤติการณ์ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ คงต้องนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลแทนชาวบ้านแน่นอน” นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด
 
พิพาทเหตุชาวบ้านสร้างกำแพงกั้นรถบรรทุกเหมือง
 
ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าว เกิดข้อพิพาทระหว่างกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กับบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยชาวบ้านได้สร้างกำแพงขึ้นมาขวางทางรถบรรทุกหลังจากที่ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านใน ต.เขาหลวง ทำประชาคมหมู่บ้านเมื่อวันที่ 6 ก.ย.56 และได้มี ‘ระเบียบชุมชนว่าด้วยการใช้ถนนชุมชนและการควบคุมน้ำหนักบรรทุก’ ซึ่งมีข้อห้ามที่ตกลงกันว่า ห้ามรถบรรทุกหนักเกิน 15 ตัน และการขนสารเคมีอันตรายเข้ามาในชุมชน เพื่อป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยของคนในชุมชน และหลังจากออกระเบียบชุมชนดังกล่าวชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างแนวกำแพงเพื่อป้องกันไม่ให้รถบรรทุกผ่านทางสาธารณะบริเวณสี่แยกที่ตัดกับทางเข้าเหมือง
 
หลังจากนั้น บริษัท ทุ่งคำ จำกัด แจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดจำนวน 14 คน ว่าการสร้างกำแพงของชาวบ้านทำให้เกิดความเสียหายต่อการประกอบการของบริษัทฯ โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาทต่อวัน อย่างไรก็ตาม คดีความดังกล่าวยังอยู่ในชั้นศาล 
 
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายน พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค พร้อมผู้ติดตามเข้ามาเจรจากับนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำกลุ่ม "ฅนรักษ์บ้านเกิด" อ้างว่าเป็นตัวแทนของนายธนาวุธ ทิมสุวรรณ นายก อบจ.เลยผู้ซื้อแร่ทองแดงจากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ระบุว่ามีการทำสัญญาซื้อ-ขายกันแล้ว และได้ขอใบอนุญาตขนแร่แล้ว แต่ไม่สามารถขนแร่ออกจากเหมืองได้ เนื่องจากการคัดค้านของกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดและประชาชนในพื้นที่ และมีระเบียบชุมชนห้ามรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 15 ตันใช้ทาง นอกจากนี้ชาวบ้านยังทำกำแพงคอนกรีตกั้นถนนสาธารณะภายในชุมชนด้วย
 
อย่างไรก็ตาม การเจรจาเมื่อเดือนเมษายน แกนนำชาวบ้านไม่สามารถตกลงได้ โดยนายสุรพันธ์กล่าวว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นได้จะต้องมีการประชุมชาวบ้านกลุ่ม "ฅนรักษ์บ้านเกิด" ทั้ง 6 หมู่บ้านก่อน เนื่องจากการตัดสินใจทั้งหมดจะผ่านที่ประชุม และเป็นมติของที่ประชุม 
 
ทั้งนี้ภายหลังเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายนดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงมีการทำหนังสือร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สอบสวนการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้น ขอให้ผู้บัญชาการทหารบกสอบวินัยกลุ่มนายทหารดังกล่าว ให้ ผบ.ตร.สอบสวนการปฏิบัติงานของตำรวจในท้องที่ และขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอสอบสวนการซื้อ-ขาย-ขนแร่ และดำเนินการด้านความปลอดภัยของแกนนำชาวบ้านเป็นคดีพิเศษด้วย 
 
00000
ลำดับเหตุการณ์ ก่อนหน้า ถึงคืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 - 19 พฤษภาคม 2557

วัน/

เวลาโดยประมาณ

สถานการณ์

หมายเหตุ

23 ธันวาคม 2555

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด จัดเวที Public Scoping ประกอบคำขอประทานบัตรการทำเหมืองทองคำแปลง 104/2538 (ภูเหล็ก) โดย พล.ต.ต.ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ นำกองกำลังทหารและตำรวจ 1200 นาย ปิดกันไม่ให้ชาวบ้านรอบๆ เหมืองทองและกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้เข้าร่วมเวที

ช่วงเวลาระหว่างนี้มีการข่มขู่คุกคาม เช่น การก่อกวนจากแก๊งค์มอเตอร์ไซค์และคนแปลกหน้าที่พกอาวุธปืนลูกซองและระเบิดปิงปองเข้าไปปรากฏตัวในพื้นที่ในยามวิกาล อยู่เป็นระยะ

8 กันยายน 2556

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด จัดเวที Public Scoping ประกอบคำขอประทานบัตรการทำเหมืองทองคำแปลง 76/2539 (นาโป่ง) โดย พล.ต.ต.ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ นำกองกำลังทหารและตำรวจ 800 นาย ปิดกันไม่ให้ชาวบ้านรอบๆ เหมืองทองและกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้เข้าร่วมเวที

19 กันยายน 2556

กำแพงที่สร้างขึ้นครั้งแรก ถูกทำลายในยามวิกาลด้วยกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธครบมือ 

11 ตุลาคม 2556

กำแพงครั้งที่ 2 ถูกทำลายด้วยการใช้กองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนับ 100 นาย นำโดย นางสุพรรณวดี คำสุข นายก อบต. เขาหลวง เป็นผู้สั่งดำเนินการ

13 ตุลาคม 2556

ขู่วางระเบิด 2 จุดในหมู่บ้าน โดยเอากล่องคล้ายระเบิดวางไว้หน้าบ้าน สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ และบริเวณใกล้กำแพง 1 จุด ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี

27 พฤศจิกายน 2556

กองกำลังตำรวจประมาณ 50 นาย นำโดย พ.ต.ท. รัฐพล เพ็ญสงคราม รอง ผกก.ป.สภ.วังสะพุง และนาย วิษณุ ทวีวรรณ ในฐานะตัวแทนของนายกฯ อบต.เขาหลวง เดินทางมาในพื้นที่เพื่อทำลายกำแพงแต่ชาวบ้านไม่ให้เข้า

14 กุมภาพันธ์ 2557

นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายก อบจ. เลย พยายามติดต่อ นายสมัย ภักมี หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดหลายครั้ง เพื่อขอนัดพบพูดคุยเรื่องเหมืองทองคำ

 

19 กุมภาพันธ์ 2557

นายสมัย ภักมี พร้อมกับชาวบ้าน 7 คน พบ นายธนาวุฒิ   โดย นายธนาวุฒิ ยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านเปิดกำแพง แลกกับค่าหัวคิว 5% จากการที่ตนจะรับซื้อหรือเป็นนายหน้าหาผู้ซื้อแร่ทองแดงที่กองอยู่ในเหมืองทุ่งคำออกมาขาย โดยจะขนแร่วันละเที่ยว ๆ ละ ๑๕ ตัน  ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมด  

 

20 เมษายน 2557/ 

03:00 น.

มีนายหน้าเข้ามาเจรจาแกนนำผู้ใหญ่บ้านในยามวิกาล ขอขนแร่ทองแดงมูลค่ากว่าร้อยล้านบาทผ่านถนนสาธารณะของชุมชน ยื่นข้อเสนอจะยกฟ้อง 3 คดีให้ชาวบ้าน 

 

21 เมษายน 2557

ระหว่างงานทำบุญประเพณีของชาวบ้านหมู่บ้านนาหนองบง “คุ้มใหญ่” เกิดสถานการณ์ความปั่นป่วนในหมู่บ้าน เนื่องจากมีรถพ่วง 18 ล้อ 4 คัน รถเครน 1 คัน จะขึ้นไปยังเหมืองทอง ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดและประชาชนในพื้นที่ จึงระดมเฝ้าด่านตรวจเข้ม และเฝ้าระวังความปลอดภัย ยกกฎหมาย รถบรรทุกน้ำหนักเกิน 15 ตัน ห้ามผ่านถนนสาธารณะของชุมชน ตามระเบียบชุมชน จากมติประชาคม 6 หมู่บ้าน, รถบรรทุกน้ำหนักเกิน 20 ตันห้ามใช้ทางหลวงชนบท โดยตรวจสอบรถบรรทุกที่จะผ่านทางเข้า-ออกถนนสาธารณะของหมู่บ้าน

 

22 เมษายน 2557/

10:00 น.

พลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาค และผู้ติดตามประมาณ 16 คน เดินทางมายังข่มขู่ถึงหน้าบ้านของ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ อ้างว่าเป็นทหาร และเป็นตัวแทนของ นายธนาวุธ ทิมสุวรรณ นายก อบจ. เลย ผู้ซื้อแร่ทองแดงจาก บริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยมีการทำสัญญาซื้อ-ขายกันแล้ว และได้ขอใบอนุญาตขนแร่แล้ว โดยแสดงกิริยาคุกคามข่มขู่ชาวบ้านและสื่อมวลชนที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ (*วันที่ 23 พลโทปรเมษฐ์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ กลับคำว่า ตัวเองเป็นคนซื้อแร่)

 

23 เมษายน 2557

นายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์ ลูกชายของ นายปราโมทย์ บันสิทธิ์ กรรมการ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อ ยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเปิดการเจรจากับทุ่งคำอีกครั้ง โดยหลังการยื่นข้อเสนอเรื่องเจรจาได้โทรศัพท์มายังทีมเจรจาของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อแสดงเจตนาว่าจะขนแร่ทองแดงออกจากเหมือง

 

24 เมษายน 2557

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกร้องเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, อุตสาหกรรมจังหวัดเลย, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง กรณีการละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชน และกรณีปัญหาการข่มขู่ คุกคามในหมู่บ้าน โดยสรุป คือ 1. ขอให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน

2. ขอให้ ผู้บัญชาการทหารบก ดำเนินการสอบสวนวินัยกลุ่มนายทหารดังกล่าวในข้อความข้างต้น

3. ขอให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสอบสวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จากคดีวางระเบิดสองจุดในหมู่บ้านไม่มีความคืบหน้า

4. ขอให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนการซื้อ-ขาย-ขนแร่ และดำเนินการด้านความปลอดภัยของแกนนำและชาวบ้านเป็นคดีพิเศษ

5. ขอให้ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด

6. ขอให้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดในการใช้รถบรรทุกขนย้ายแร่ที่มีน้ำหนักเกินกฎหมายกำหนด โดยขอให้ทุกหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบพิจารณาและดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 

28 เมษายน 2557

ในวันพิจารณาคดีอาญา 2 คดี และคดีแพ่ง 150 ล้าน ทุ่งคำนำพนักงานกว่า 200 คนมาชุมนุมกดดันที่ศาลจังหวัดเลย ในส่วนของคดีแพ่ง 150 ล้าน ศาลไม่ไต่สวนมูลฟ้อง แต่สั่งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายเจรจากัน โดยมี นายวิชัย เตชะศิริสวัสดิ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเลย วินายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทุ่งคาฮาร์เบอร์ จำกัด (มหาชน) และ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นคนกลาง

 

6 พฤษภาคม 2557

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้รับหนังสือ ที่. ลย.0033(2)/0852 ลงวันที่ 28 เมษายน 2557 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย แจ้งว่า บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ขอใบอนุญาตขนแร่ทองแดงมีทองคำและเงินเจือปน จำนวน 476 เมตริกตัน โดยใช้รถบรรทุก 15 คัน ไปยังสถานที่เก็บแร่ที่ 2/2557 ของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 294/3 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ใบอนุญาตขนแร่เลขที่ 01930 – 01944 โดยมีอายุวันที่ 22-23 เมษายน 2557 (*ทุ่งคำเป็นคนจ้างให้กลุ่มของ พลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาค มาขนแร่?)

 

 

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย เนื่องจากจดหมายชี้แจงของอุตสาหกรรมจังหวัดไม่ได้แจงรายละเอียดเรื่องใบอนุญาตการซื้อขายแร่ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด กับ บริษัทผู้ซื้อแร่ ให้ทางกลุ่มฯ ดังนั้นกลุ่มฯ จึงให้ตรวจสอบและแจ้งเรื่องมายังกลุ่มฯ อีกครั้ง ได้แก่

- ใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ซื้อแร่ มีสิทธิ หรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อขายแร่

- ใบอนุญาตผู้ขายแร่ ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ขายแร่ มีสิทธิหรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อขายแร่

- ใบอนุญาตให้ทำการซื้อขายแร่ จำนวน 476 เมตริกตัน

- หนังสือสัญญาการซื้อขายแร่ จำนวน 476 เมตริกตัน ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายแร่

- ใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ขนแร่มีสิทธิในการขนย้ายแร่

- ใบอนุญาตในการขนแร่ จำนวน 476 เมตริกตัน

 

15 พฤษภาคม 2557

22:00 น. รถตู้ต้องสงสัย 5 คันวิ่งเข้ามาจอดบริเวณด่านตรวจจุดแรกของทางเข้าหมู่บ้าน (ว. 1)

22:30 น. กลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธปืน มีด ไม้อย่างต่ำ 300 คน นำโดย พลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาค และพลโทปรมินทร์ ป้อมนาค ลูกชาย เริ่มกระจายกำลังเข้าปิดล้อมหมู่บ้าน และยึดจุดตรวจ ว.1 ซ้อมทารุณและจับมัดชาวบ้านที่อยู่ในจุดตรวจเป็นตัวประกัน 4 คน ส่วนนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ที่เดินทางไปช่วยชาวบ้านได้ถูกจับซ้อมและใส่กุญแจมือกุมขังไว้ในบริเวณที่พลโทปรมินทร์ บัญชาการอยู่ โดยขณะปฏิบัติการมีการยิงปืนเพื่อข่มขู่ชาวบ้านที่พยายามจะเข้ามาช่วยตัวประกันเป็นระยะๆ ทั้งนี้ในขณะปฏิบัติการมีการติดต่อสื่อสารกับคนชื่อ นาย “อู๋” ตลอดเวลา (“อู๋” ชื่อเล่นของนายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์)

22:30 - 24:00 น. มีการนำกำลังเสริมกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินทางมาพร้อมกับรถบรรทุก 2 คันแรก เพื่อบุกเข้าด่านตรวจจุดที่สอง ยึดด่านตรวจ ว.2 มีการขู่จะฆ่า ซ้อมทารุณ และจับมัดชาวบ้านไว้ในจุดตรวจเป็นตัวประกัน 22 คน ต่อมากองกำลังอีกชุด ได้เข้ายึดด่านตรวจ ว.3 ที่มีการสร้างกำแพงของหมู่บ้าน มีการขู่จะฆ่า ซ้อมทารุณ และจับมัดชาวบ้านเป็นตัวประกันไว้ในจุดตรวจ 10 คน หลังจากนั้นมีการนำรถไถมาทำลายกำแพง หลังจากนั้นรถบรรทุก 18 ล้อ (ประมาณ 13 คันวิ่งผ่านขึ้นไปยังเหมือง)

ทั้งนี้ในขณะกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธกำลังปฏิบัติการ มีการยิงปืนเพื่อข่มขู่ชาวบ้านที่พยายามจะเข้าไปช่วยตัวประกันเป็นระยะๆ โดยกองกำลังอีกเป็นจำนวนมากที่ซุ่มอยู่ในป่าและบริเวณถนน เพื่อตรึงชาวบ้านในหมู่บ้านไม่ให้รวมตัวกันออกมาช่วยตัวประกันได้

24:00 น. ชาวบ้านพยายามโทรขอความช่วยเหลือจาก นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, พ.ต.อ.สมหมาย ศรีคำแดง ผกก.สภ.วังสะพุง, พล.ต.ต. ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเลย, นายบรรบต ยาฟอง นายอำเภอวังสะพุง รวมถึงสายด่วน แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 และ1669 แจ้งเหตุฉุกเฉิน-อุบัติเหตุ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่รถขนแร่ 3 คันแรก พร้อมกองกำลังคุ้มกันขบวนรถ เริ่มวิ่งออกจากหมู่บ้าน

1:00 น. รถ 1669 วิ่งเข้ามาแล้วโดนกลุ่มโจรยิงขู่จึงเข้าพื้นที่ไม่ได้และกลับไป

1:20 น. รถตำรวจวิ่งเข้ามา แล้ววนออกไป เป็นตำรวจชุมชนเข้ามา 2 คน ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีแล้วกลับ

4.30- 5.00 น.  รถบรรทุกแร่คันสุดท้ายวิ่งออกจากหมู่บ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดทยอยถอนกำลัง  

รถตำรวจมาทางบ้านปากปวน อยู่หลัง ว.1 มาประมาณ 5 นาที แล้วกลับ

รถฉุกเฉิน 1669 วิ่งเข้ามารับคนเจ็บไปโรงพยาบาล

 

16 พฤษภาคม 2557

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด เดินทางไปชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรวังสะพุง ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำอันป่าเถื่อนโหดร้าย ไร้อารยะและมนุษยธรรมของกลุ่มนายทุนและลูกสมุน และแจ้งความให้เอาผิดกับ พ.ต.อ.สมชาย ศรีคำแดง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังสะพุง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่สนใจที่จะให้ความช่วยเหลือชาวบ้านขณะเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา และเรียกร้องให้ย้ายออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง แต่ พ.ต.อ.สมชาย ไม่ออกมาพบกับชาวบ้าน ชาวบ้านจึงนำเต็นท์มาวางปิดกั้นกลางสี่แยกเทศบาลเมืองวังสะพุง เมื่อ พ.ต.อ.สมชาย มาขอเจรจา ชาวบ้านได้เรียกร้องให้ตำรวจมีมาตรการดูแลความปลอดภัยของกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ให้ตำรวจออกหมายจับภายใน และดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาให้ถึงที่สุดภายใน 15 วัน และให้อายัดแร่ที่ถูกขนย้ายออกในทันที

 

17 พฤษภาคม 2557

8:00 น. เกิดไฟไหม้บริเวณใกล้ป้อมยามของทุ่งคำ (บริเวณที่มองเห็นได้จากจุดตรวจที่ 3 ของชาวบ้าน) ในช่วงที่นักข่าวอยู่ในบริเวณนั้นประมาณสองสำนัก 10 นาที หลังจากนั้น ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ โดยใช้คำถามกับชาวบ้านว่าใครสร้างสถานการณ์? 

11.00 น. พล.ต.ต.ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ เข้าหมู่บ้าน รับปากจะไปคุยกับอุตสาหกรรมจังหวัด ตามเรื่องใบอนุญาตซื้อ-ขาย-ขนแร่ให้ภายใน 7 วัน และจะตามหาคนงานเหมืองที่เข้ามาทำร้ายชาวบ้านและไปรักษาอาการบาดเจ็บจากการปะทะที่โรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ แต่บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องอายัดแร่เถื่อนภายใน 7 วัน ส่วน พ.ต.อ.สมชาย ศรีคำแดง บ่ายเบี่ยงทุกเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่ออายัดแร่ที่ถูกขนออกไป ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน คือ ให้ชาวบ้านไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันโดยนำหลักฐานไปแจ้งความ

*ข่าวโดยสรุปจากการสัมภาษณ์ของสื่อต่างๆ นายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์ พ.ต.อ.สมชาย ศรีคำแดง ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า ทุ่งคำมีใบอนุญาตขนแร่ และใบอนุญาตซื้อ-ขายแร่ถูกต้อง และเป็นสิทธิของผู้ขนแร่ว่าจะขนในยามวิกาลก็ได้/ นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหมืองทองคำ อ้างว่าก่อนที่เหมืองจะมีกรณีกับชาวบ้าน เคยมีอดีต ผวจ.เลยแนะนำผู้บริหารเหมืองทองคำมาพบ แต่ได้ปฏิเสธที่จะร่วมกับเหมืองทองคำ/ ผู้ว่าฯ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งของชุมชน ต้องให้ชุมชนแก้ไข ส่วนตัวเป็นข้าราชการจะไม่เข้าไปยุ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีกลุ่มการเมืองของเอ็นจีโอเกี่ยวข้อง/ อธิบดี กพร. กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่พื้นที่ก็มีปัญหาที่เกิดจากตัวของมันเอง ปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งเรื่องอื่นๆ ปัญหาที่เกิดจากความต้องการของชาวบ้านที่เกินมาตรฐาน

 

18 พฤษภาคม 2557

คณะอนุกรรมการสิทธิชุมชน นำโดยทนายความ แสงชัย รัตนเสรีวงษ์ ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ในคืนวันที่ 15 หลังจากนั้นได้พาชาวบ้านไปพบ พล.ต.ต.ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีและการดำเนินงานของตำรวจ สาระจากการพูดคุย พล.ต.ต.ศักดิ์ดา ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนในเรื่องที่รับผิดชอบแต่อย่างใด

 

19 พฤษภาคม 2557

9:00 น. คนงานเหมืองทองคำ 300 คนรวมตัวกันที่หน้าวิทยาลัยการอาชีพวังสะพุงก่อนจะเคลื่อนตัวมายังสามแยกปากปวน  และคนงานเหมืองอีกประมาณ 60 คนประชิดอยู่ที่ด่านตรวจชุมชน “ว.1” ชาวบ้านจึงรวมตัวกันตั้งเต้นท์ที่ ว.1 และ จุดตรวจ ว.2 เพื่อป้องกันเหตุร้ายปกป้องความปลอดภัยในคนในหมู่บ้าน

9:58 น. มีพยานหลายคนเห็นว่า คนงานเหมืองได้แอบโรยตะปูเรือใบไว้ตามถนน หลังจากนั้นทางเหมืองได้นำรถคนงานเหมืองเข้ามาเพื่อให้ยางแตก เสร็จแล้วไปร้องเรียนกับสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ และไปแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ

10:20 ตำรวจเข้ามา/ปลัดอาวุโสเข้ามาในที่ชุมนุมเพื่อสอบถามรายละเอียด

10:55 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึง อธิบดี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, อุตสาหกรรมจังหวัดเลย และสำเนาถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง, ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ขอให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน และ ขอตรวจสอบและขอสำเนาใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นมา

 

 

 
จดหมายเปิดผนึก
 
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗
 
 
 
เรื่อง        ขอให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน
และ ขอตรวจสอบและขอสำเนาใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา
 
เรียน       อธิบดี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, อุตสาหกรรมจังหวัดเลย
สำเนาถึง  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย
     ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง
     ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
                               
                ตามเกิดเหตุการณ์ที่ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้านได้ถูกกองกำลังเถื่อนปิดล้อมหมู่บ้าน จับกุม ขู่ฆ่า และรุมซ้อมทำร้ายร่างกาย เพื่อเปิดทางในการขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ในคืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ถึง เช้าวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุให้ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้านบาดเจ็บหลายสิบราย
 
โดย กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ ถึงท่าน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ – ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในหมู่บ้านซึ่งมีสัญญาณความรุนแรงในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดจากการเข้ามาข่มขู่คุกคามของพลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาคและพวก
 
แต่กระนั้นแล้ว บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และกองกำลังเถื่อนดังกล่าว ก็ยังเข้ามาก่อเหตุการณ์ร้ายแรงทำร้ายประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน เพื่อขนแร่ออกไปได้ โดยบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้อ้างว่ามีใบอนุญาตการซื้อ – ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ ที่ถูกต้องจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
 
ทั้งนี้ จากจดหมายชี้แจงที่ ลย. ๐๐๓๓(๒)/๐๘๕๒ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗ จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ที่มิได้แจงรายละเอียดเรื่องใบอนุญาตการซื้อ – ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ ทั้งหมดของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมถึงการอนุญาตให้บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตการขนแร่ แม้ว่าทางกลุ่มฯ จะมีหนังสือถึงท่านอีกครั้ง ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพื่อขอให้ท่านดำเนินการตรวจสอบและแจ้งเรื่องมายังกลุ่มฯ เนื่องจากเป็นเอกสารที่มีความสำคัญและจะนำไปสู่ผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้าน
 
เพราะเรื่องดังกล่าวทั้งหมดนี้ คือสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในหมู่บ้านตามวันเวลาดังกล่าว และสถานการณ์ ณ ขณะนี้ ยังมีแนวโน้มการก่อเหตุรุนแรงที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน มีความเสี่ยงจะถูกคุกคามทำร้ายมากยิ่งขึ้น
 
ด้วยเหตุดังนี้ ทางกลุ่มฯ จึงใคร่ขอให้ท่านได้คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนใน ๖ หมู่บ้าน โดย ขอให้มีคำสั่งด่วนที่สุด ให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดเอาไว้ก่อน รวมถึง ทางกลุ่มฯ ขอตรวจสอบ และขอสำเนา หนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเอกสารขออนุญาต ใบอนุญาตซื้อ – ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ทั้งหมดของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ได้แก่
 
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ซื้อแร่ มีสิทธิ หรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตผู้ขายแร่ ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ขายแร่ มีสิทธิหรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตให้ทำการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และหนังสือสัญญาการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ขนแร่มีสิทธิในการขนย้ายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตในการขนแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตรับช่วงการขนแร่
 
                ทางกลุ่มฯ ใคร่เรียนมาเพื่อให้ท่านดำเนินการตามความดังกล่าวข้างต้นโดยด่วนที่สุด
 
 
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด
 
๘๖ หมู่ ๓ บ้านนาหนองบง
 
ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ๔๒๑๓๐
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์