อัพเดทล่าสุดเมื่อ 2 ชั่วโมง 2 นาที ที่ผ่านมา
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ข้อคิดบางประการเกี่ยวกับการทำงานของ คสช.

 

บัดนี้เป็นเวลา 1 เดือนที่ทหารได้เข้าปกครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ ภายหลังการประกาศกฎ-อัยการศึกและการประกาศยึดอำนาจทำรัฐประหารในเวลาต่อมา

ทหารเป็นฮีโร่จริงหรือ?  เป็นบุรุษเข้ามากอบกู้ประเทศในยามวิกฤตจากความหายนะทางการเมือง   การทุจริตคอรัปชั่น  เปิดทางให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้  และในที่สุด  ทหารก็จะเข้ามาปฏิรูปประเทศไทย  เพื่อสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ  และ “ประชาธิปไตยถาวร”

ทหารเข้าใจประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด  เรื่องนี้ยังเป็นที่กังขาสำหรับคนจำนวนมาก  แต่จากการทำงานในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา   ทหารประสบความสำเร็จในหลายด้าน  โดยเฉพาะการจัดระเบียบสังคมในด้านต่างๆ  ปราบปรามยาเสพติด  โจรผู้ร้าย  จ่ายเงินให้แก่ชาวนาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย   จัดให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับ ปี พ.ศ. 2557  ทั้งนี้  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้  ขจัดความขัดแย้งทางการเมือง   และ “คืนความสุขให้แก่ประชาชนชาวไทย”   ในที่สุด

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา   ทหารได้แก้ปัญหาเพียงในระยะสั้น   การจะปฏิรูปประเทศไทยให้ได้สำเร็จ  ทหารต้องใช้ความพยายามมากกว่าการสร้างภาพ  และปฏิบัติการทางจิตวิทยา   ในขณะนี้   ประชาชนชาวไทยไม่แสดงออก  ไม่ต่อต้าน  แต่ก็กำลังจับตาดูการกระทำของทหารอย่างใกล้ชิด

ซุ่นบู้  นักยุทธศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวจีนโบราณ  ได้กราบทูลแก่อ๋องคับเหลือ   เจ้านครก๊กโง้ว ว่า “ทหารคืออาวุธร้าย  ควรใช้ได้ชั่วคราว  มิควรเนินนานเกินไป” (1)

ในครั้งนั้น ซุ่นบู้เป็นแม่ทัพ  ช่วยอ๋องคับเหลือ  ทำสงครามชนะก๊กฌ้อ   ยึดนครเท่งโตว  นครหลวงของฌ้อไว้ได้  ซุ่นบู้ยังได้กราบทูลอีกว่า “ผิดไว้นานไป....ฌ้อจะโกรธแค้นและร่วมแรง   ชาวเมืองโง้ว (ทหารโง้ว) จะหยิ่งผยองและเกียจคร้าน”

โรดแม๊ป  (Road Map) การปฏิรูปประเทศไทยของฝ่ายทหาร  ตั้งระยะเวลาไว้ 18  เดือน  เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว  ก็จะคืน  “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ให้แก่ประชาขน

เวลาผ่านไป 1 เดือน   ประชาชนชาวไทยยังไม่ได้เห็นแม้แต่โครงการคร่าวๆของการปฏิรูป  หรือว่าทหารจะหยิบเอาโครงการปฏิรูปของสุเทพ   เทือกสุบรรณ  เลขาธิการของ กปปส.   หรือว่าจะหยิบเอาโครงการปฏิรูปของกลุ่มพันธมิตรฯ ของนายสนธิ  ลิ้มทองกุล  ข้อเสนอดังกล่าวเป็นต้นตอของความขัดแย้งในอดีต   หากคสช. จะนำมาใช้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาของความแตกแยกได้ในอนาคต

อีกไม่นาน   คสช. ก็จะจัดตั้งรัฐบาล  นัยว่า  พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา   ประธาน คสช.จะนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เสียเอง    ผู้บริหารตำแหน่งสำคัญอื่นๆ  คงจะไม่พ้นผู้นำสามเหล่าทัพ   และทหารน้อยใหญ่   จากกองทัพต่างๆ  ส่วนพลเรือนก็น่าจะประกอบด้วย  ข้าราชการประจำผู้มักจะทำตามคำสั่งของ  คสช. อย่างดุษฎี  สำหรับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตำแหน่งเหล่านี้คงหนีไม่พ้นข้าราชการฝ่ายตุลาการ นักวิชาการหน้าเดิมๆ ผู้ซึ่งเคยให้ความสนับสนุนแก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ            นายสนธิ ลิ้มทองกุล กลุ่มอดีตสภานิติบัญญัติ ในสมัยหลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 หรือ คณาจารย์จาก 36 สถาบันอุดมศึกษา ผู้เคยออกมาต่อต้านรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในขณะนี้ คสช. เปรียบเสมือนแม่เหล็กขนาดใหญ่ สามารถดึงดูดคนจำนวนมาก ซึ่งกระสันจะเข้ามาสวามิภักดิ์เพื่อตำแหน่งต่างๆ ไม่ต่างจากสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรืองอำนาจ     พ.ต.ท.ทักษิณ  พ่ายแพ้เพราะเชื่อฟังบุคคลใกล้ตัว และไม่รู้จักใช้ทรัพยากรบุคคลในพรรคเพื่อไทยและปัญญาชนเสื้อแดงจำนวนมากมาใช้ประโยชน์ให้ได้สูงสุด   ครั้งนี้ คสช.   คงจะคัดเอาบุคคลที่มีวาจารื่นหูหรือผู้มีความ สามารถฉาบฉวยไม่ลึกซึ้งพอที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของชาติได้อย่างแท้จริง

ปัญหาของประเทศไทยมีมากมายนับไม่ถ้วน หากไม่สามารถแยกแยะความสำคัญก่อนหลังก็จะหลงทางได้ง่าย   ตัวอย่างปัญหาใหญ่ของเกษตรกรชาวนา      

พึงเข้าใจว่าภาคเกษตรของไทยมีผลผลิตคิดได้รวมกันเป็น 18% ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ) ในขณะที่จีดีพีอีก 82% มาจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการแรงงานมากกว่า 50% อยู่ในภาคเกษตร  จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่ภาคเกษตรกรรมของไทยขาดทุนอย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลาหลาย10ปี  คณะคสช.จะทำอย่างไร ? จะปล่อยให้ราคาข้าวเป็นไปตาม “กลไกของตลาด” ชาวนาก็จะขาดทุนและได้รับความเดือดร้อน แต่หากจะกำหนดราคาข้าวให้สูงกว่าราคาตลาด คสช. ก็จะต้องนำเงินทุนสนับสนุนดังเช่น รัฐบาลชุดก่อนๆ (รวมทั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์) หากกลไกการจัดการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนไม่รัดกุมมีระบบที่ดี เงินทุนสนับสนุนชาวนาก็จะตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง และข้าราชการผู้ปฏิบัติเกิดทุจริตคอรัปชั่นรุนแรงดังเช่นที่ผ่านมา

เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปชาวนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะพบว่า  ราคาข้าวเปลือกที่พวกเขาขายในรอบฤดูกาลใหม่ อยู่ในระดับเพียงตันละ 8,000 – 9,000 บาท (ยังไม่ได้หักราคาความชื้น 30%) ต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดราคาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถึง40%  เมื่อนั้นชาวนาจำนวนมากคงจะหันมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับจำนำข้าวแบบเดิมอีกอย่างแน่นอน

การที่ประธาน คสช. พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  เข้าไปจัดการผ่าตัดเรื่องผลตอบแทนต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ปตท. จำกัดมหาชน โดยให้เหตุผลในเรื่อง “ความรักชาติ” เป็นมาตรฐานในการพิจารณา ลดค่าตอบแทนของผู้บริหาร และตัดสินว่าผู้บริหารได้รับค่าตอบแทนสูงเกินไป พลเอกประยุทธ์ ไม่เข้าใจเลยหรือว่า ระบบตลาดและการค้าเสรีเป็นคนละเรื่องกับ “ความรักชาติ” ปตท. เป็นบริษัทมหาชน ซึ่งมี Market Cap สูงมากในตลาดหลักทรัพย์ไทย ผู้ลงทุนย่อมหวังผลกำไร  นอกจากผลกำไรพวกเขาไม่ได้สนใจ “ความรักชาติ” อย่างที่คสช.เข้าใจ  เรื่องนี้ละเอียดอ่อน มีผลกระทบหลายด้าน คสช. ไม่น่าจะคิดแบบง่าย มองปัญหาด้านเดียวตามลมปากของบุคคลบางกลุ่ม

ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในโลกประเทศเดียว  การรัฐประหารไม่ได้เป็นที่ยอมรับของโลกประชาธิปไตยตะวันตก  จะเห็นได้จากท่าทีเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐอเมริกา  และประเทศสมาชิกของประชาชาติยุโรป (EU) อีก 28 ประเทศ   ฝ่าย คสช.  ได้โต้ตอบปฏิกิริยาเหล่านี้ด้วยการเข้าไปเรียกหาความช่วยเหลือจากประเทศจีนโดยทันที   การเมืองระหว่างประเทศมีหลายมิติ   การแสดงออกเลือกข้างอย่างฉับพลัน  ย่อมส่งผลเสียได้   การไปเยือนประเทศจีนของคณะนายทหารผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ดี   แต่การฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างออกหน้าออกตาจะไม่ช่วยให้ฐานะของไทยดีขึ้น ในขณะเดียวกัน  เราไม่ทราบว่าผู้ให้ความช่วยเหลือซึ่งเราคาดหวังสามารถให้ความช่วยเหลือเราได้จริงหรือไม่

เพียงเรื่องสำคัญสามเรื่องดังกล่าว   แสดงให้เห็นว่า  การตัดสินใจของ คสช. ฃแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่เพียงพอที่จะนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ  การปฏิรูปประเทศของ คสช.  จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

นับแต่ปี พ.ศ. 2475   ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมากมายหลายฉบับ  คสช.น่าจะรีบนำเอาฉบับซึ่งเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดมาพิจารณาใหม่ และนำออกใช้โดยเร็ว กรุณาอย่าเสียเวลาจัดตั้งคณะร่างรัฐธรรมนูญให้ยืดเยื้อ รีบคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน  ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการปฏิรูปการปกครองของประเทศในตัวของมันเอง   ประชาธิปไตยต้องการวิวัฒนาการ  ไม่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์  ประชาธิปไตยคือกระบวนการพัฒนาตัวเองไปอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดตอน

ทหารก็คืออาวุธร้ายดังที่ซุ่นบู้ได้กล่าวไว้  หากยึดอำนาจเนิ่นนานไปประชาชนจะไม่พอใจส่วนผู้มีอำนาจจะหลงอำนาจและเกียจคร้าน และประเทศไทยอาจจะต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน.

 

                ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

**(1)  พงศาวดารจีน เลียดก๊ก  แปลโดย วิรัตน์   ประชาเรืองวิทย์ เล่ม 3 หน้า 1609 - 1610