ธงชัย วินิจจะกูล ชี้ ผลการตั้ง สนช. เพิ่มความขัดแย้ง

“ธงชัย วินิจจกุล” ชี้ คสช.จะเปลี่ยนไทยเป็น รัฐราชการ จะเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น เลขาเสรีไทยฯ ประเมิน สนช. จะทำให้ ไทย เป็น คนป่วยแห่งเอเชีย เพราะเป็นรัฐเผด็จการทหารที่สมบูรณ์

2 ส.ค. 2557 นายธงชัย วินิจจะกูล อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการแต่งตั้ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ทุกครั้งที่ ทหารยึดอำนาจ เมื่อมีการแต่งตั้ง สมาชิกสภานิติบัญญัติ ก็จะต้องแต่งตั้งบุคคลที่สามารถสั่งให้ซ้ายหัน ขวาหันได้ เหมือนกับการทำรัฐประหารทุกครั้ง และการแต่งตั้ง สนช. ครั้งนี้ ก็เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของการทำรัฐประหารนั่นก็คือ การออกกฎหมาย เพื่อกำจัดระบอบทักษิณ และทำลายความน่าเชื่อถือของนักการเมือง เพราะเห็นว่า เป็นต้นตอของการคอรัปชั่น ซึ่งการทำลายนักการเมือง ก็เท่ากับเป็นการ ทำลายเสียงของประชาชนด้วย

นายธงชัยกล่าวว่า ถ้าจะให้ประเมิน จากหน้าตาของ สนช.ทั้ง 200 คน ทำให้เห็นว่า คสช.ต้องการที่จะให้ ประเทศไทย เป็นรัฐราชการอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ซึ่ง หาก คสช.มองว่า ปัญหาของสังคมไทยมาจากระบอบทักษิณ มาจากนักการเมือง จึงต้องเปลี่ยนให้เป็น รัฐราชการ เท่ากับมองปัญหาผิด เพราะสังคมไทย และคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว รัฐราชการ ไม่เป็นที่ยอมรับของคนไทยอย่างแน่นอน ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น การแก้ปัญหาจึงไม่มีที่สิ้นสุด

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ( FreeThai and Human Right Organisation ) ซึ่งเป็นองค์กรของกลุ่มคนไทยที่ลี้ภัยการเมืองและเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ กล่าวถึง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จำนวน 200 คนว่า สมาชิก สนช. มากกว่าครึ่งเป็นนายทหาร ซึ่งนั่นหมายความว่า สนช.ชุดนี้ เป็น สมาชิกสภาเผด็จการทหารแห่งชาติมากเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเป็นการถอยหลังเข้าสู่ยุค จอมพลสกฤษดิ์ ธนะรัตน์ และยุคจอมพลถนอม กิตติขจร

นายจารุพงศ์กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือ การออกกฎหมายที่ใช้กับคนทั้งประเทศ จำเป็นที่จะต้องมีตัวแทนจากประชาชนทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ทุกระดับอาชีพ เพื่อจะได้สร้างกฎหมายที่เป็นธรรมและทั่วถึงกับประชาชนเพื่อให้กฎหมายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศไปได้ แต่หาก สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่เป็นทหาร จึงเป็นสภาที่ไม่มีความสมดุล

“ หน้าที่ของ ทหาร ถูกสร้างให้มาทำหน้าที่ในการต่อสู้ เพื่อความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่สร้างเพื่อมาบริหารประเทศ หรือ เป็นสมองในการบริหารประเทศ ถ้าเปรียบเหมือนร่างกาย ทหารคือ มือ คือ เท้า ไม่ใช่หัว แต่ การบริหารประเทศจะต้องอาศัย หัว หรือ สมองเป็นหลัก ดังนั้นเท่ากับเป็นการใช้ทหารผิดประเภท” นายจารุพงศ์กล่าว

เลขาธิการองค์การเสรีไทยฯ กล่าวว่า ถ้าหน้าตาของ สนช. เป็นอย่างนี้ รับรองได้เลยว่า อนาคตของประเทศไทยจะถดถอย เศรษฐกิจก็จะทรุดโทรมไปมากกว่านี้ เพราะงบประมาณทั้งหลาย ต่อไปนี้ ก็จะทุ่มเทให้กับกองทัพมากกว่าที่จะพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม หรือด้านอื่น ๆ ประเทศไทย ก็จะกลายเป็น รัฐเผด็จการทหาร และสุดท้าย ประเทศไทย ก็จะกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย เพราะไม่มีประเทศไหนที่อยากจะคบค้าด้วย เพราะประเทศเผด็จการทหาร จะไม่ได้รับความไว้วางใจ และอาจจะทำให้ ประเทศไทย ต้องย้อนกลับไปสู่อดีตคือ เปลี่ยนสนามการค้า เป็น สนามรบอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากประเมินจากโฉมหน้าของ คสช. จะสอดคล้องกับวิกฤตของประเทศที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ได้หรือไม่ นายจารุพงศ์กล่าวว่า ทหารไทย ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศในโลกยุคใหม่ได้ ไม่สามารถจัดระเบียบประเทศไทยอย่างที่คนไทยคาดหวังเอาไว้ได้ กองทัพ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประเทศเท่านั้น แต่เมื่อ กองทัพใหญ่คับฟ้าแบบนี้ ก็จะยิ่งทำให้ นำพาประเทศไปสู่ความถดถอยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องประชาธิปไตย เศรษฐกิจ การศึกษา เพราะ ศักยภาพของทหารไทย ไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงตอนนี้พอจะมองเห็นหน้าตาของ ครม.ได้แล้วหรือไม่ นายจารุพงศ์กล่าวว่า มองจะมองเห็น เพราะถ้าต้นคด ปลายก็คด ต่อไปนี้ สังคมไทย ก็จะเต็มไปด้วยการกดขี่ การจำกัดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยต้องเสียโอกาสในการพัฒนา และการแข่งขันอย่างมาก ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าไม่ยอมที่จะเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ก็ต้องร่วมกันแสดงพลังเพื่อปลดแอกจากอำนาจเผด็จการทหาร เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และทวงคืนอำนาจของตัวเอง เพื่อความเป็นไทแก่ตัวเองให้ได้
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์