มจธ.จัดระเบียบ 'สถานศึกษาปลอดเหล้า' ผุดมาตรการคุมประพฤติ โทษสูงสุดถึงพ้นสภาพ นศ.

มจธ. จับมือเครือข่ายฯ จัดระเบียบสถานศึกษาปลอดเหล้านำร่อง เดินหน้าลุยสถานประกอบการร้านค้าและหอพัก ในโครงการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบมหาวิทยาลัย พร้อมร่วมกับตำรวจสน.ราษฎร์บูรณะเตรียมใช้มาตรการพิเศษควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ บทลงโทษตั้งแต่บำเพ็ญประโยชน์จนพ้นสภาพนักศึกษา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักงานเขตทุ่งครุ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ และกองพันทหารช่างที่ 9 จัดโครงการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบมหาวิทยาลัยฯ และโรงเรียนนาหลวง สังกัดกรุงเทพมหานคร ตามมาตรการสถานศึกษาปลอดเหล้านำร่องตั้งแต่ปี 2555 โดยได้เชิญผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารและหอพักห้องเช่าในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยมาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจและขอความร่วมมือปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพื่อป้องกันการเกิดนักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่

สุชาติ เพริดพริ้ง ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อต้องการให้ทุกภาคส่วนและทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบสังคมเพื่อให้สังคมและชุมชนของเราน่าอยู่ โดยเฉพาะสถานประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหอพักห้องเช่าที่มีการจำหน่ายอาหารมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขอความร่วมมือไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับนักศึกษาและผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ร่วมด้วยสน.ราษฎร์บูรณะมีมาตรการมาใช้ควบคุมนอกจากการรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และช่องทางการร้องเรียนการกระทำผิด การสร้างเครือข่ายนักเรียนและนักศึกษา แกนนำในการเฝ้าระวังการกระทำผิดหรือการละเมิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจัดกิจกรรมประเพณีปลอดเหล้า อีกทั้งยังมีการจัดหน่วยตรวจร่วมกับทหาร ตำรวจ เครือข่ายชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษาและหอพัก ซึ่งจะเริ่มรณรงค์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้

พ.ต.อ. เจษฎา สวยสม ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรอบ มจธ. และโรงเรียนนาหลวง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.ราษฎร์บูรณะมีเพิ่มมากขึ้นและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามสถานประกอบการต่างๆ มีนักเรียน นักศึกษานิยมเข้าไปดื่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงคืนวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกฝ่ายทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย สถานีตำรวจนครบาลฯ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายในชุมชน เห็นพ้องร่วมกันต้องการให้เป็นพื้นที่ต้นแบบของสถานศึกษาปลอดเหล้านำร่อง ควบคุมสถานประกอบการให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาเด็ก และเยาวชน รวมถึงไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชน และต้องไม่กระทบกับผู้พักอาศัยใกล้เคียง จึงขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2555  พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาตรวจสอบกรณีร้านค้าหรือสถานประกอบการใดที่มีการส่งเสริมการขายด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การจัดโปรโมชั่นซื้อสุรา 2 แถม 1 เพื่อประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ป้ายโฆษณา การโชว์สินค้า เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ยั่วยุทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงการจำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี การจำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต การเปิดและปิดตามเวลาที่กำหนด การปล่อยให้มีการพกพานำอาวุธเข้ามายังสถานประกอบการโดยไม่มีการตรวจสอบดูแล หากตรวจพบหรือมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ผู้ประกอบการจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทุกข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นจริง หากยังเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือ ถือเป็นการทำร้ายสังคม ก็จำเป็นต้องนำมาตรการตามกฎหมายทุกรูปแบบมาใช้

สำหรับการรณรงค์ป้องกันกลุ่มเยาวชนที่จะเป็นนักดื่มหน้าใหม่ภายในสถานศึกษานั้น พ.ต.อ. เจษฎา กล่าวว่า “ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีการกำหนดมาตรการร่วมกันเป็นมาตรการพิเศษเฉพาะในการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักศึกษา นอกเหนือจากมาตรการทางกฏหมายและมาตรการทางวินัยตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยมาตรการพิเศษนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารจะใช้เพื่อควบคุมความประพฤติของเด็กนักศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัย มีกำหนดบทลงโทษตั้งแต่เบา เช่น การทำกิจกรรม การบำเพ็ญประโยชน์ จนถึงขั้นพ้นสภาพนักศึกษาซึ่งถือเป็นบทลงโทษสูงสุด”

ด้าน ร.อ.ณัฐพงษ์ เสริมสุข นายทหารยุทธการผู้บังคับการกองพันทหารช่างที่ 9 ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เขตทุ่งครุ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีสื่อที่สร้างค่านิยมให้กับเยาวชนไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะภาพยนตร์หรือละครมักจะมีภาพที่มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกือบทุกเรื่อง  ดังนั้นสถาบันการศึกษาจึงจำเป็นจะต้องปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชน และการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมเยาวชนไม่ให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งเสพติดก่อนวัยอันควร จึงอยากขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าในเขตที่มีสถานศึกษานึกถึงผลกระทบที่มีต่อสังคมโดยรวมมากกว่านึกถึงผลประกอบการหรือรายได้ เพราะเยาวชนถือเป็นอนาคตของชาติ หรือแม้แต่หอพักห้องเช่าต้องขอความร่วมมือในการกวดขันเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปีหากพบว่ามีการมั่วสุมของเยาวชนมีการนำเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีสิ่งเสพติดเข้าไปภายในห้องพักให้รีบแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าไปควบคุมตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎระเบียบต่อไป

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์