ก้อนกรวดในรองเท้าและรอยร้าวในสายสัมพันธ์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้มีอำนาจยังไม่เคยมีโอกาสไปทำข่าวที่ทำเนียบเลยสักครั้ง จึงไม่รู้ว่าระเบียบพิธีเขาเปลี่ยนไปแปลงไปอย่างไร แต่สังเกตุเห็นอยู่อย่างหนึ่งว่า สื่อมวลชนจะใช้ภาพจากทำเนียบเท่านั้น ทั้งๆที่น่าจะมีช่างภาพของตัวเองไปถ่ายด้วย แต่ไม่มีภาพชุดอื่นออกมาเลย

ภาพของการพบปะระหว่างนายกประยุทธ์กับผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แดเนียล รัสเซล นี่ก็เหมือนกัน เท่าที่เห็นภาพที่ได้รับความนิยมเอามาเผยแพร่กันมากที่สุดคือภาพที่ทั้งสองจับมือโดยไม่มองหน้ากัน ในขณะที่ภาพอื่นๆก็หาได้จาก website ของทำเนียบเช่นกันแต่ไม่เป็นที่นิยม

ทีม IO ที่ทำเนียบไม่เก่งเรื่องนี้ ดูเหมือนพวกเขาปล่อยภาพต่างๆออกมาโดยไม่ค่อยคิดเท่าไหร่ว่า แต่ละภาพมันบอกอะไรบ้าง แต่คนเอามาใช้นี่คิดมากปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

คนที่เผยแพร่ภาพจับมือโดยไม่มองหน้ากันนั้นต้องการจะสื่อว่า ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐนั้นอยู่ในระดับ "หมางเมิน" ในขณะที่ภาพอื่นๆที่ปรากฎในเวปไซต์ทำเนียบส่วนใหญ่ตีความได้ว่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับ "ปกติ" ตัวละคอนของชาติทั้งสองชาติแสดงออกโดยภาษากายได้ดีว่า พวกเขาพยายามทำให้มันเป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะได้ ทั้งๆที่มีเรื่องคาใจอยู่มาก

ถ้าเลือกได้ รัฐบาลนี้ไม่อยากจะต้อนรับรัสเซลหรอก เพราะเห็นว่าเขามีทัศนคติที่เป็นลบต่อรัฐบาลทหารของไทยอย่างมาก คนในกระทรวงการต่างประเทศไทยฝันหาคนอย่าง สคิป บอยซ์ แต่ก็ไม่สามารถค้นหาคนแบบนั้นได้อีกแล้วใน Department of State หรือถึงมีก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็นอะไรเรื่องกิจการความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐได้ ดังนั้นทีมนี้นับแต่รัสเซล ยัน เดวี่ส์ มาตะเภาเดียวกันทั้งสิ้น นึกแล้วก็อดสงสารคนที่อยู่วอชิงตันที่เคยรับประกันเดวี่ส์และพยายามกล่อมรัสเซลอยู่ไม่น้อย

สือมวลชนไทยก็มีความเห็นในเรื่องนี้แยกเป็น 2 สาย ด้านหนึ่งเห็นว่า การมาของรัสเซลในคราวนี้คือการพยายามกระชับความสัมพันธ์และ "เข้าใจ" แม้ว่าจะไม่ "เห็นใจ" รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์นักก็ตาม ในขณะที่อีกสายหนึ่งเห็นว่า มาเพื่อตอกย้ำจุดยืนของวอชิงตันเรื่องการคืนสู่ประชาธิปไตยและเคารพสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลไทย

เราจึงได้เห็นหัวข่าวประเภท "ประยุทธ์สอนมวยรัซเซล" พร้อมๆกับ "ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐไม่มีทางปกติถ้าไม่คืนสู่ประชาธิปไตย" ก็แล้วแต่ว่าผู้อ่านผู้ชมจะชอบแบบไหน (ทั้งสองแบบอยู่ในสำนักเดียวกันเลย)

ความอีหลักอี่เหลื่อตกได้กับกองเชียร์รัฐบาลที่ขัดแย้งในตัวเองว่า อยากจะให้ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐเป็นเหมือนที่เคยๆเป็นมา คือ วอชิงตันจะตามใจชนชั้นนำของไทยไปเสียทุกเรื่อง ตามง้องอน เพราะกลัวว่าไทยจะไปมีรักใหม่กับจีน เชียร์เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นสักที แถมรัฐบาลประยุทธ์ไม่เคยเป็นต่อในเรื่องนี้ ได้จับมือโอบามาตั้งหลายที วอชิงตันก็ยังพูดอย่างเดิมอยู่นั่นแหละ

เรื่องจริงคือ สหรัฐไม่ต้องการให้ไทยไปใกล้ชิดกันจีนเกินไปนั้นของแน่ แต่จะให้เขาเห็นดีเห็นงามไปกับยึดอำนาจ รัฐประหาร ทำลายประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิมนุษยชน ใช้แรงงานทาส กินหัวคิว ฯลฯ อย่างที่กำลังเกิดขึันในประเทศไทยนี้คงยาก สิ่งที่พวกอเมริกันคิดคือ ทำอย่างไรรัฐบาลทหารจะหลบฉากไปเสียที รัฐบาลโอบาม่ารู้ว่าเขาทำอย่างนี้แล้วได้ผลในพม่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะยอมแพ้ในประเทศไทย เวลาที่เหลืออยู่อีก 1 ปีของโอบามา ก็เหลือเฟือที่จะเล่นลูกล่อลูกชนแบบนี้กับไทยต่อไป

 

 เผยแพร่ครั้งแรกใน: เฟซบุ๊ก Supalak Ganjanakhundee

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์