คำตอบจาก ปอท. ‘พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม’ กรณีจับแม่จ่านิว เข้าถึงหลักฐานการกระทำความผิดอย่างไร?

ประชาไท สัมภาษณ์ พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ผู้แถลงข่าวกรณี ปอท. แจ้งความดำเนินคดี พัฒน์นรี หรือ หนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ในความผิดตามมาตรา 112 "เจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักฐานการกระทำผิดได้อย่างไร?"


การแถลงข่าวจับกุมแม่จ่านิว พ.ต.อ.โอฬาร คนที่สามจากซ้าย

ประชาไท: ตำรวจแถลงยืนยันว่า มีการสนทนาตอบโต้กันมากกว่า “จ้า” การสนทนาดังกล่าวเกิดขึ้นในกล่องข้อความส่วนตัว ไม่ใช่การโพสต์สาธารณะใช่หรือไม่ ตำรวจเข้าถึงได้อย่างไร
พ.ต.อ.โอฬาร: เป็นรายละเอียดทางการสอบสวนคงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ดังที่แถลงในภาพรวมไปแล้ว ขอให้เข้าใจนิดหนึ่งว่า กระบวนการการสอบสวนกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นความลับ ผมคงแถลงในรายละเอียดไม่ได้

ปอท.เป็นผู้เข้าถึงเอง หรือทหารเป็นผู้เข้าถึงแล้วนำมาส่งมอบให้
เป็นข้อมูลที่มาจากหลายส่วน และเป็นข้อมลที่ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย เราต้องมีการนำเสนอศาลอยู่แล้วปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ข้อมูลบทสนทนานำมาจากฝั่งนายบุรินทร์ใช่หรือไม่
ในรายละเอียดผมตอบไม่ได้ เพราะเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี ขอให้เข้าใจเรานิดหนึ่ง เราจำเป็นต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ด้วยเหตุที่แม่จ่านิวหรือผมเองหรือเจ้าพนักงานไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองอะไรกัน เป็นการพบการกระทำผิดที่เราจำเป็นต้องดำเนินการ

ตอนนี้มีกระแสว่าทางการไทยติดต่อไปยังสำนักงานของเฟซบุ๊กเพื่อขอข้อมูลผู้ใช้หรือขอให้บล็อคเนื้อหา และเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือกับทางการไทย เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไร รายละเอียดเป็นอย่างไร
อันนี้ผมไม่ได้รับผิดชอบ คงตอบคำถามไม่ได้ น่าจะเป็นไอซีทีมากกว่า ขอให้เข้าใจนิดหนึ่งว่า การดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน การได้พยานหลักฐานมาจำเป็นที่จะต้องถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย การรวบรวมพยานหลักฐานมีกฎหมายหลายบท กฎหมายมาตรา 112 เป็นกฎหมายอาญา วิธีปฏิบัติเราก็ปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็เป็นแค่กฎหมายฉบับหนึ่งเท่านั้น การดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเราสามารถดำเนินการได้เท่าที่กฎหมายให้อำนาจก็คือ กฎหมายใดเกี่ยวข้องให้อำนาจไว้ก็ดำเนินการตามนั้น ไม่จำเป็นว่าเรื่องที่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์แล้วจะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มันก็ไม่ใช่ ถ้ามันไม่ใช่ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เราก็ใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการรวบรวมพยานหลักฐาน เท่าที่สามารถทำได้ อย่าไปสับสนว่า การดำเนินการต้องอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น วิธีการสืบสวนสอบสวนของเจ้าพนักงานมีหลายรูปแบบ แต่ทุกรูปแบบชอบด้วยกฎหมายทั้งนั้น มีกฎหมายรองรับ

ขอความรู้ทางกฎหมายว่า การสนทนาในกล่องข้อความส่วนตัว ถือว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 ได้หรือในเมื่อไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ ไม่ได้กระทำต่อบุคคลที่สาม
คือย่างนี้ คุณไม่สามารถยืนยันเหตุการณ์ตรงนั้นได้ คุยกันกี่คน คุยสองคน หรือคุยเป็นกลุ่ม มันอยู่ที่พยานหลักฐาน วิธีการในขณะนั้นของแต่ละคน ผมก็คงระบุอะไรชัดเจนไม่ได้ เพราะเนื้อหาหรือพฤกติการณ์ของการดำเนินการมันไม่ใช่การบวกเลข วิธีการมันหลากหลาย ความผิดตาม ป.อาญามีหลากหลายรูปแบบหลายวิธีการ ซึ่งเราแถลงออกมาไม่ได้

ตำรวจมีมาตรการหรือเครื่องมืออะไรหรือไม่ ที่จะช่วยตรวจสอบและจัดการการกระทำผิดตามกฎหมายในโซเชียลมีเดียได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมหาศาล
คุณเข้าใจนิดหนึ่งว่าประเทศเรา ถึงแม้ตอนนี้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศเผด็จการหรืออะไรก็แล้วแต่จะป้ายสีกันไป แต่คุณสังเกตดูได้เลยว่า เราไม่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารเลย เราไม่มีการห้ามการสนทนา ไม่มีการดักฟังโทรศัพท์ ไม่มีการเปิดจดหมาย ไม่มีการเซ็นเซอร์ข่าว ไม่มีการระงับอะไร ทุกอย่างเป็นไปโดยมีเสรีภาพ เพียงแต่ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเราก็ดำเนินการ ดังนั้น การพูดคุยกันไม่ว่าในสื่ออะไรก็แล้วแต่ถ้ามันไม่ผิดกฎหมายมันก็ไม่ผิด หรือถ้ามีความผิดตามกฎหมายแต่เจ้าพนักงานไม่รู้ก็ไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ ข้อระวังก็อย่างที่คุณว่ามีการใช้กันในไทยก็หลายสิบล้านคน การไปนั่งตรวจทุกคนเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเรามีข้อมูลการกระทำความผิดเราก็ดำเนินการตรวจสอบ พบพยานหลักฐานเราก็ดำเนินคดี

ในช่วงปี 2559 คดีมาตรา 112 ที่เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ตมีจำนวนกี่คดี และปอท.ทำทั้งหมดหรือไม่
สถิติ ผมคงตอบไม่ได้ ไม่ใช่หน่วยงานที่ทำหน่วยงานเดียวในเรื่องนี้ ประชาไทเองก็ดี ทุกวันนี้ก็ยังเปิดได้ มีการพูดคุยสื่อสารโดยปกติ เว้นแต่อย่าทำผิด ถ้าทำผิดก็ดำเนินคดี สถิติคงตอบไม่ได้ แต่เท่าที่ดำเนินการมา ผมคิดว่าประชาชนเข้าใจว่าอะไรเป็นความผิดและไม่เป็นความผิด ผมคิดว่ามันลดลง คุณลองคิดง่ายๆ ถ้าเป็นคุณบ้าง คุณถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่สามารถออกมาตอบโต้ได้เลย คุณจะคิดยังไง แล้วเรื่องกฎหมาย 112 เป็นเรื่องการกระทำผิดตาม ป.อาญา ไม่ใช่เรื่องทางการเมืองเลย เพียงแต่มีคนบางกลุ่มหยิบยกเอาเรื่องการกระทำความผิดตาม ป.อาญาโดยจงใจ โดยเจตนาจะกระทำผิดตามมาตรา 112 เพื่อให้เกิดกระแสในสังคมทั้งในไทยและในต่างประเทศ แต่ยกเอาเหตุที่ไม่สมเหตุสมผลมาพูดกันเสียจนกลายเป็นเรื่อง ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องการเมือง สังเกตดูไม่มีนักการเมืองถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เลย ถ้าไม่ได้ไปกระทำผิดตามมาตรา 112 ฉะนั้น มาตรา 112 ถูกหยิบยกมา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลต้องการจะไปกวาดไปล้าง ไม่ใช่ แต่หยิบยกมาเองโดยกลุ่มคนที่ต้องการจะเอาเรื่องนี้เข้าสู่เหตุการณ์ต่างประเทศ ไปแอบ ไปอ้างอิงต่างประเทศเท่านั้นเอง หาเรื่องใช้ลี้ภัย สนับสนุนเรื่องนี้เรื่องนั้น

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์