นักเศรษฐศาสตร์หนุนเดินหน้าภาษีที่ดิน

อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะสนับสนุนการเดินหน้าภาษีที่ดิน และการจัดระเบียบการใช้ที่ดิน สปก. พร้อมข้อเสนอแนะเพื่ออุดช่องโหว่ ฝากจัดทะเบียบการเข้ามาถือครองที่ดินของต่างชาติในรูปนอมินีด้วย 
 
ผศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังเปิดเผยว่าถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างภาษีเนื่องจากภาษีของไทยเน้นเก็บภาษีจากฐานรายได้และฐานการบริโภค โดยมีการเก็บภาษีหรือเป็นรายรับของรัฐบาลจากฐานทรัพย์สินและฐานการถือครองทรัพย์สิน (Property Tax) ค่อนข้างน้อย ภาษีทรัพย์สินเดิมที่เก็บอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดิน ฐานภาษีซ้ำซ้อนกับภาษีเงินได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจเจ้าหน้าที่เป็นช่องทางของการทุจริตได้ อัตราภาษีสูงเกินไปร้อยละ 12 ของค่าเช่ารายปี มีการเลี่ยงภาษีได้ง่าย ภาษีบำรุงท้องก็มีช่องโหว่ในการเลี่ยงภาษีมาก ทำให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เวลาเราพิจารณาหลักความเป็นธรรมทางภาษีต้องประกอบไปด้วย หลักความสามารถในการชำระภาษี (The Ability-to-Pay Principle) และหลักผลประโยชน์ที่ได้ (The Benefit Principle) ฉะนั้น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่นำมาใช้แทน ภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องถิ่น จะทำให้รายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า ท้องถิ่นมีรายได้ไปพัฒนาพื้นที่มากขึ้น ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้ อปท. กระตุ้นให้มีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและลดการเก็งกำไรที่ดินและบ้าน
 
นอกจากนี้พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนของภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ โดยอาศัยเงินภาษีของคนทั้งประเทศ แล้วทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นจำนวนมาก ๆ ก็จำเป็นต้องเสียภาษีเพิ่มจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของที่ดินเพื่อนำรายได้กลับมาพัฒนาประเทศต่อ ทำให้เกิดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นและรัฐก็จะมีงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาประเทศ กลไกของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในลักษณะก็จะมีลักษณะเป็น Betterment Tax ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพและความเป็นธรรมของระบบเศรษฐกิจและการใช้ที่ดินดีขึ้นอย่างชัดเจนในระยะยาว  
 
ผศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ข้อดีทั้งหลายที่กล่าวมาทั้งหมดไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่เนื่องจากร่างที่ผ่าน ครม. กำหนดให้เก็บภาษีบ้านและที่ดินที่ใช้อยู่อาศัยโดยเพดานมูลค่าที่สูงเกินไป คือ สูงกว่า ห้าสิบล้านบาทถึงจะเสียภาษี ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่มีทรัพย์สินน้อยกว่า มีรายได้น้อยกว่า อาจเสียภาษีมากกว่า คนที่มีฐานะดีกว่าก็ได้ เช่น คนหนึ่งมีบ้านหลังแรกอยู่อาศัยราคา 49 ล้านบาท ไม่เสียภาษี อีกคนหนึ่งมีบ้านหลังแรกอยู่อาศัยราคา 3 ล้านบาท มีบ้านหลังที่สองซึ่งอาจเป็นส่วนต่อขยายหรือหลังติดกันราคา 5 ล้านบาท ต้องเสียภาษีจากฐานทรัพย์สินจากฐาน 5 ล้านบาท อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระวัง คือ การเก็บภาษีจากที่ดินทำเกษตรกรรม ต้องพัฒนาและกลไกที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมทางด้านภาษีและประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ภาพรวมเห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่ในรายละเอียดของตัวร่างจำเป็นต้องอุดช่องโหว่ และอย่าทำเพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ว่า ได้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน แต่ต้องเอาจริงเอาจังกับเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการถือครองทรัพย์สิน เพิ่มการกระจายความมั่งคั่ง ขณะเดียวกัน ตนขอสนับสนุนการจัดระเบียบการถือครองที่ดิน สปก. ใหม่เพื่อให้ไปตามวัตถุประสงค์การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม เนื่องจากขณะนี้มีที่ดิน สปก. มีการถือครองผิดวัตถุประสงค์จำนวนมากกว่า สี่แสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 25 จังหวัด การจัดระเบียบใหม่ภายใต้การดำเนินการตามหลักนิติรัฐ จะสามารถนำที่ดินมาแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน และ ควรนำมาจัดสรรผ่านชุมชนและให้สหกรณ์การเกษตรเข้ามามีส่วนในการดำเนินการ นอกจากนี้ตนยังขอฝากให้รัฐบาลไปจัดระเบียบการถือครองที่ดินของต่างชาติในรูปนอมินีด้วย
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์