เยาวชนรณรงค์ต้านข่มขืนประณามความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ เคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น

เยาวชนแถลงการณ์ต้านข่มขืนประณามความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ ปลุกสังคมไม่นิ่งเฉย สร้างการเรียนรู้เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์-สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น นักสังคมสงเคราะห์เผยเหยื่อข่มขืนส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 20 ปี พบต่ำสุด 2-4 ขวบถูกล่วงละเมิด

13 ก.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (13 ก.ย.60) เวลา10.00 น. ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกลุ่มเยาวชนจากหลากหลายสถาบัน ร่วมกับองค์กรต่างๆ อาทิ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กว่า 100 คน จัดกิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ชูแนวคิด "พลังเยาวชน ต่อต้านการข่มขืน ความรุนแรงทางเพศ ทุกรูปแบบ” ทั้งนี้เยาวชนได้ร่วมกันประทับมือบนป้ายผ้า ต่อต้านการข่มขืน การใช้ความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ ช่วยกันพับนกกระดาษเพื่อสื่อถึงการส่งกำลังใจให้เหยื่อความรุนแรงทางเพศในการต่อสู้ และเขียนข้อความรณรงค์ พร้อมทั้งเดินขบวน ชูป้ายคำขวัญ และแจกสื่อ สติกเกอร์ประชาสัมพันธ์

ธารารัตน์ ปัญญา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เสียหายที่ลุกขึ้นมาต่อสู้หลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ จนทำให้ผู้ก่อเหตุถูกลงโทษ  ได้เป็นตัวแทนอ่านแถลงเจตนารมณ์เยาวชน ต่อต้านการข่มขืน การใช้ความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ ความว่า จากกรณีข่มขืนกระทำชำเราและรุมโทรมเด็กผู้หญิงอายุ 14 ปี ในพื้นที่ ต.เกาะแรด จ.พังงา นับเป็นเหตุการณ์ความรุนแรง และการใช้อำนาจทางเพศที่ร้ายแรง  ส่งผลสะเทือนและอยู่ในความสนใจของคนทั้งประเทศ ท่ามกลางการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนของฝ่ายต่าง ๆ เพื่อทำลายความจริง และกดดันเด็กผู้เสียหายและครอบครัวให้ยอมจำนน พวกเราตระหนักว่า ในช่วงเวลาของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ในคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการใช้อำนาจทางเพศเช่นนี้  ผู้ที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้ มักต้องเผชิญกับความยากลำบาก ทั้งจากขั้นตอนการแสวงหาความช่วยเหลือ และกระบวนการยุติธรรมที่ยุ่งยากซับซ้อน  และจากความไม่เข้าใจ และกระแสต่อต้านที่เกิดจากอคติของคนรอบข้าง และคนในสังคม ที่มักเพ่งโทษผู้เสียหาย และกล่าวหาว่าผู้เสียหายเป็นต้นเหตุของความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่เผชิญปัญหาความรุนแรงทางเพศส่วนใหญ่ ต้องปิดปากเงียบ และยอมจำนน แต่ในกรณีของน้องอายุ 14 ปี ดังกล่าว เธอและครอบครัวกล้าที่จะลุกขึ้นเปิดเผยความจริง และต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม การต่อสู้ของน้องและครอบครัว จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ ที่ช่วยทำให้เสียงของผู้ถูกกระทำรุนแรงทางเพศในสังคมไทย ไม่ต้องเป็นเสียงเงียบดังที่ผ่าน ๆ มา

ธารารัตน์ กล่าวว่า ในนามของเครือข่ายด้านเด็ก เยาวชน และองค์กรผู้หญิง 11 องค์กร ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำความจริงให้ปรากฏ และนำคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว  ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนากลไกคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหาย ที่มีประสิทธิภาพ  และให้รัฐบาลเร่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ และเป็นแบบอย่าง ในเรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น และขอให้ประชาชน และเพื่อนเยาวชน ช่วยกันเฝ้าระวังและสกัดกั้นเหตุการณ์ ในลักษณะที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงทางเพศ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชน จากภัยการข่มขืนและความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ

อุสุมา เกตุท่าหัก นักสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลกล่าวว่า ขอประณามและต่อต้านการข่มขืน การกระทำชำเรา การใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงและคนทุกเพศทุกวัย เพราะมันทำให้เขาเหมือนตายทั้งเป็น ทำลายชีวิตทำลายความเป็นมนุษย์ กระทบทั้งทางร่างกายจิตใจ ความเป็นอยู่  เช่นเดียวกับกรณีที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิ  ทั้งถูกรุมโทรม นักศึกษาถูกข่มขืน เพศทางเลือกถูกล่วงละเมิด เด็ก 2 ขวบและ 4 ขวบถูกล่วงละเมิด ส่วนใหญ่ผู้ถูกกระทำอายุไม่เกิน 20 ปี และผู้ก่อเหตุมักจะเป็นคนใกล้ชิด ใกล้ตัวใกล้บ้านที่เด็กไว้ใจ อย่างไรก็ตาม ควรมีมาตรการพิทักษ์สิทธิเด็กเยาวชน มีหน่วยงานให้ความช่วยเหลือเยียวยามากกว่าที่เป็นอยู่  ที่สำคัญกลไกรัฐต้องไม่กระทำซ้ำ  ให้บริการอย่างเข้าใจ เป็นมิตร และถึงเวลาที่ควรพัฒนาให้มีหน่วยงานในลักษณะนี้ในสถาบันการศึกษาด้วย

วศิณี สนแสบ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ม.รามคำแหง ในนามแกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนต้องเผชิญ ทั้งปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด  สื่อสังคมออนไลน์ ฯลฯ เป็นตัวกระตุ้นให้ปัญหาต่างๆเกิดขึ้น และปัญหาความรุนแรงทางเพศหรือการข่มขืนที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มักพบว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดเป็นปัจจัยร่วม สิ่งสำคัญคือเด็ก เยาวชนต้องเท่าทัน พยายามหลีกเลี่ยง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น  ช่วยกันสอดส่องดูแล  แจ้งเหตุ และผู้ใหญ่ต้องช่วยปกป้องเด็กและเยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ  ร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วย