สกต. เดินสายร้อง 'สภาทนาย-สตช.-กสม.' ช่วยเหลือ 15 ชาวบ้านถูกฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดิน

ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ร้องหน่วยงานรัฐช่วยเหลือกรณีที่นักปกป้องสิทธิที่ดิน ชุนชนน้ำแดงพัฒนา 15 ราย หลังถูกดำเนินคดีข้อหา บุกรุกที่ดิน และซ่องโจร จากกลุ่มบริษัทเอกชนที่อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ดินดังกล่าว

 

13 ก.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนจากสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ชุมชนน้ำแดงพัฒนาจำนวน 13 ราย ได้เดินทาง เข้ายื่นหนังสือกับหน่วยงานรัฐ ในกรณีที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนเรื่องที่ดิน ชุนชนน้ำแดงพัฒนาสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จำนวน 15 ราย ถูกแจ้งความดำเนินคดีและฟ้องร้องในข้อหา บุกรุกที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร จากกลุ่มบริษัทเอกชนที่อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ดินดังกล่าว

สำหรับหน่วยงาน ที่ สกต. เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนประกอบด้วย เวลาประมาน 10.00 น. เข้ายื่นหนังสือและร่วมพูดคุย ที่สภาทนายความ โดยมี เสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย รับเรื่องดังกล่าว เพื่อที่จะให้ทางสภาทนายความฯ ได้ทำการตั้งทนายความในพื้นที่ ให้เป็นคณะทำงานของทางสภาทนายความฯ

โดยต่อมาเวลาประมาน 12.30 น. ตัวแทน สกต. เดินทางเข้าพบพร้อมทั้งยื่นหนังสือ กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผ่าน พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเรียกร้องให้ สตช. ดำเนินการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรชัยบุรี เนื่องจากสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนานั้นได้เดินทางเพื่อเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง หากแต่ไม่ได้มีความคืบหน้าในการที่จะประสานเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับทางสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา  ขอให้มีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนน้ำแดงพัฒนา อีกทั้งให้มีการเข้าระงับเหตุอย่างทันทวงที เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา ขอให้แสวงหาแนวทางและมาตรการในการปกป้องคุ้มครอง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่มีความเสี่ยง สมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา ทางสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา ได้ถูกกลุ่มบริษัทเอกชน และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ทำการเข้ามาข่มขู่ คุกคามในพื้นที่ อีกทั้งที่ผ่านมาก็ยังมีกลุ่มคนเข้ามาตัดฟันพืชผลอาสินของสมาชิกในชุมชน มาโดยตลอด ซึ่งสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา ได้มีการลงบันทึกประจำวัน และแจ้งความแล้วถึง 7 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตัวแทนจากทั้งชุมชนและ สกต. บอกเล่าถึงความเป็นมา และปัญหาความยากลำบากในการเข้าถึงความปลอดภัยและความยุติธรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนน้ำแดง ต่อ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ เพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งต่อมา พล.ต.ท.ธีระศักดิ์  ได้ประสานงานโดยตรงไปถึงผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรชัยบุรี โดยทันที โดยได้กำชับอย่างหนักแน่นกับทางผู้กำกับ สภ.ชัยบุรี ว่า ให้ช่วยดูแลความปลอดภัย ความอุ่นใจของประชาชนในพื้นที่และให้ทำงานโดยเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด อีกทั้งให้มีการติดตั่งตู้แดง ในพื้นที่ชุมชนน้ำแดงพัฒนา และให้มีการเข้าตรวจการตู้แดงอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งในเรื่องของการรับแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันนั้น ให้กระทำตามกฎหมาย หรือระเบียบที่พึงจะกระทำได้ โดยหากไม่สามารถที่จะกระทำได้ก็ให้มีการชี้แจงกับทางชาวบ้านที่เข้าแจ้งให้เข้าใจอย่างชัดเจน

รายงานแจ้งด้วยว่า สุดท้ายเวลาประมาน 13.30 น. ตัวแทนจากชุมชนน้ำแดงพัฒนา และ สกต. ได้เข้ายื่นหนังสือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยได้มีการเข้าพบบอกเล่าถึงปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมทั้งยื่นหนังสือกับ อังคณา นีละไพรจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้มีการประสานเรื่องความปลอดภัยให้การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านที่ดิน ของชุมชนน้ำแดงพัฒนา อีกทั้งให้มีตรวจสอบและประสานงานกับเจ้าหน้าที่จากภาครัฐทั้งในระดับประเทศและในระดับท้องถิ่นเพื่อแสวงหากลไกในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในลำดับต่อไป โดยคุณอังคณา นีละไพรจิตร ได้ออกมารับหนังสือกับทางตัวแทนชุมชนน้ำแดงพัฒนา และสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ พร้อมทั้งรับว่าติดตามและดำเนินการตามที่ทางตัวแทน ได้ร้องขอมาหนังสือร้องเรียนดังกล่าว

นอกจากนี้  ตัวแทนจากชุมชนน้ำแดงพัฒนา และสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอเข้าพบกับทาง วัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิในที่ดินและการจัดการทรัพยากรป่าไม้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 11.30 น. นายวัส  ติงได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ชุมชนน้ำแดงพัฒนา และ สกต. กรณีขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเกษตรกร  ชุมชนน้ำแดงพัฒนา โดยถูกตั้งข้อหาซ่องโจร(อั้งยี่) สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งในที่ดิน อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ขอให้ กสม. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนและประสานหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะติดตามผลการทำงานและการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการที่ดินและทรัพยากรป่าไม้ กสม.

แต่ วัส ระบุว่าติดภารกิจ จึงได้มีการส่งตัวแทนคือ อัญญะรัฐ เอ่งฉ้วน ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม. รับหนังสือจากตัวแทนชุมชนดังกล่าวแทน  พร้อมรับว่าจะเร่งนำเรื่องขึ้นเสนอต่อ วัสดำเนินการและติดตามต่อจากครั้งที่แล้ว ในเรื่องที่ได้มีการร้องเรียนเข้ามาของชุมชนน้ำแดงพัฒนาที่ในตอนนี้อยู่ในการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการด้านที่ดินและทรัพยากรป่าไม้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อีกทั้งในเรื่องการลงพื้นที่ชุมชนน้ำแดงพัฒนาของประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิในที่ดินและการจัดการทรัพยากรป่าไม้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต่อไป

รายงานข่าวยังแจ้งด้วยว่า 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ.ศาลจังหวัดเวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี นัดไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวจำเลย 4 ราย และ นัดพร้อมตรวจคำให้การในคดีที่ ภาสกร เจริญมีชัยกุล, บริษัท สากลทรัพยากรพัฒนา จำกัด ซึ่งมอบอำนาจในการแจ้งความดำเนินคดีให้ อดีตกำนัน ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ดำเนินการแทน และ บริษัท อิควอโทเรียล คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ได้แจ้งความและอัยการ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ฟ้องดำเนินคดีกับสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จำนวน 15 ราย ในข้อหาบุกรุกเข้าอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร โดยศาลได้มีคำสั่งไม่เพิกถอนสัญญาประกันตัวการประกันตัวของสมาชิกน้ำแดงทั้ง 4 คน หากแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าห้ามจำเลยทั้ง 4 คนนั้น ไปในพื้นที่พิพาท หรือพื้นที่โจทก์ฟ้อง และศาลนัดกำหนดวันสืบพยานในวันที่ 7 ต.ค.นี้  แต่ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ก็ยังได้มีการเข้ามาในพื้นที่พิพาท อีกทั้งยังได้มีการตัดฟันพืชผลอาสิน ที่ทางสมาชิกชุมชนน้ำแดงพัฒนา ปลูกมาโดยตลอด