คนงาน GM ฟ้องศาลแรงงาน ปมนายจ้างเปลี่ยนสภาพสภาพการจ้างงาน นัดไกล่เกลี่ย 5 มิ.ย.นี้

กลุ่มคนงาน GM ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงาน ทั้งการหักค่าจ้าง การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลไม่รับคุ้มครองชั่วคราว อย่างไรก็ตามศาลนัดไกล่เกลี่ยครั้งแรกวันที่ 5 มิ.ย.นี้

11 เม.ย.2561 ความคืบหน้ากรณีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างสหภาพแรงงาน เจอเนอรัลมอเตอร์ ประเทศไทย (จังหวัดระยอง) ต่อบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์สเพาเวอร์เทรน (ประเทศไทย) ในประเด็นการละเมิดสิทธิแรงงานนั้น

ล่าสุดวานนี้ (10 เม.ย.61) เฟสบุ๊คแฟนเพจ 'สมัชชาคนจน' โพสต์รายงานว่า ฉวี เชื้อฉุน กรรมการสหภาพแรงงานเจนเนอรัลมอเตอร์ส ประเทศไทย (ปัจจุบัน) และตำเหน่งพนักงานฝ่ายผลิตบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส ประเทศไทย  แจ้งว่า

ในวันนี้ 10 เม.ย. 61 เวลาประมาณ 15.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงาน จำนวน 2 คน สังกัดกระทรวงแรงงาน เข้ามาสอบถามพูดคุยรายละเอียด กับกลุ่มพนักงานบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้ง 8 คน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง โดยมีหัวหน้างานจากบริษัทแม่ที่ จ.ระยอง คอยสังเกตการณ์และจดบันทึกร่วมด้วยตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานได้สอบถามเรื่องสภาพโดยทั่วไปของแรงงานทั้ง 8 คน เช่น แต่ละคนตอนอยู่ที่ระยองได้รับเงินเดือนเท่าไหร่ มาอยู่ที่นี่ได้ค่าตอบแทนเงินเดือนเท่าไหร่, สมัยที่ทำงานอยู่ระยองทำงานตั้งแต่ จันทร์-ศุกร์ ทำไมมาอยู่อยุธยาทำงาน จันทร์-เสาร์, เริ่มย้ายมาทำงานที่อยุธยาตั้งแต่เมื่อไหร่ และสภาพหน้าที่การทำงานในคลังสินค้ารวมถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนงานทั้ง 8 คนเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งพนักงานทั้ง 8 คนก็ได้ตอบคำถามไปตามข้อเท็จจริง

ส่วนคำถามที่ถามว่าทางกลุ่มได้ไปร้องต่อศาลแรงงานเรื่องอะไร และมีความต้องการต่อเรื่องนี้อย่างไร ทางกลุ่มพนักงานฯ ทั้ง 8 คน ได้กล่าวว่า ต้องการให้ศาลแรงงานมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้คงสภาพการจ้างเดิม เรื่องค่าตอบแทนและตำแหน่งงานให้คงเดิม ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา ส่วนความต้องการของพนักงาน คือ ต้องการกลับไปทำงานในตำแหน่งหน้าที่ และสภาพการจ้างเดิมที่ จ.ระยอง โดยให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการเหมือนในอดีต 

สำหรับ ฉวี เขาเป็น 1 ใน 8 คนงานที่รับข้อเสนอจากทางบริษัทฯ แล้วโดนปรับย้ายสถานที่ทำงานจากโรงงาน จ.ระยอง มาทำงานที่คลังสินค้า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยถูกปรับลดเงินเดือนเหลือเพียงอัตราค่าแรงขั้นต่ำสุด 9,600 บาท/เดือน และถูกตัดสวัสดิการ, เบี้ยเลี้ยงทั้งหมดทิ้งไป

เกี่ยวกับกรณีที่คนงานฟ้องศาลแรงงานนั้น บุญยืน สุขใหม่ ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก และกรรมการบริหารสมัชชาคนจนฝ่ายกฎหมายแรงงาน เปิดเผยกับประชาไทว่า กลุ่มคนงานดังกล่าวได้ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานภาค 1 อยุธยา ไปตั้งแต่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงาน ทั้งการหักค่าจ้าง การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลไม่รับคุ้มครองชั่วคราว อย่างไรก็ตามศาลนัดไกล่เกลี่ยครั้งแรกวันที่ 5 มิ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าว สอบถาม สุวรรณา ขันติวิศิษฎ์ เจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงกรณีที่เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าว ระบุว่า จากการเข้าฟังปัญหาในครั้งนี้ ต้องรอฟังคำพิพากษา วันที่ 23 เม.ย.นี้ เนื่องจากมีคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.)มาแล้ว และฝ่ายนายจ้างอุทธรณ์คำสั่ง ดังนั้นสำหรับคุ้มครองแรงงานจังหวัด ต้องรอให้มีคำพิพากษาก่อน หลังจากนั้นหากไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างก็จะหาแนวทางที่จะช่วยเหลือเขาต่อไป สำหรับกรณีที่ลูกจ้างฟ้องศาลแรงงาน ภาค 1 จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นอีกกรณี จะมีการนัดพร้อมในวันที่  5 มิ.ย.นี้