อัพเดทล่าสุดเมื่อ 2 ชั่วโมง 47 นาที ที่ผ่านมา

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ถ้าไม่กระจายอำนาจ ประเทศไทยจะเคลื่อนที่ช้าลง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชวนพิจารณารัฐราชการไทยขนาดใหญ่ จังหวัดไม่มีอำนาจจัดการตนเอง ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรบิดเบี้ยว เน้นพัฒนากรุงเทพฯ จนเหลื่อมล้ำ ชูข้อเสนอกระจายอำนาจ "คน-งาน-ความรับผิดชอบ-งบประมาณ" ลงท้องถิ่น เลิกราชการส่วนภูมิภาค เสนอท้องถิ่นมีอำนาจเก็บภาษีหลัก แล้วแบ่งรายได้กับรัฐบาลกลางครึ่งต่อครึ่ง ไม่เชื่อต่างจังหวัดเหลื่อมล้ำเพราะ 'โง่จนเจ็บ' แต่เป็นเพราะถูกปิดกั้นสิทธิในการกำหนดอนาคตตัวเอง ชี้ถ้าไม่แก้ไขประเทศไทยจะเคลื่อนที่ช้าลง ตำแหน่งแห่งที่ในเวทีโลกก็จะถดถอยลง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตอบคำถามเรื่องการกระจายอำนาจ ชูเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค เสนอให้ท้องถิ่นเพิ่มสัดส่วนการจัดเก็บภาษีบางประเภทได้เอง ไม่ต้องส่งเข้าส่วนกลาง ทั้งนี้เป็นการตอบคำถามและอภิปรายระหว่างการพบปะสื่อและภาคเอกชน ระหว่างการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561โดยรายละเอียดของการอภิปรายช่วงดังกล่าวมีดังนี้

 

ชวนพิจารณารัฐราชการไทยขนาดใหญ่
จังหวัดไม่มีอำนาจจัดการตนเอง ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรบิดเบี้ยว

การกระจายอำนาจที่ผมพูด หรืออาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง พูดไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เป็นข้อเสนอที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครกล้าทำ ผมต้องเรียนว่ารัฐราชการไทยเป็นรัฐที่ใหญ่มาก ถ้าเราดูงบประมาณรายจ่ายประจำปีภาครัฐ ปีนี้งบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ประมาณ 80% คือค่าใช้จ่ายข้าราชการประจำ เหลือ 20% ที่เป็นงบลงทุนเพิ่มศักยภาพของประเทศ

ถ้าดูจำนวนข้าราชการต่อจำนวนประชากรทั้งหมด รัฐไทยใหญ่กว่าประเทศเพื่อนบ้าน รัฐวิสาหกิจมีโครงข่ายยึดโยงไปในเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวันคนธรรมดาเยอะมาก การมีอำนาจ มีโครงข่ายที่ใหญ่ขนาดนี้ นำมาซึ่งการทุจริตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากเรื่องรัฐราชการแล้ว การที่จังหวัดไม่มีอำนาจจัดการตนเอง ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่บิดเบี้ยว โดยที่ทรัพยากรของประเทศถูกดึงลงไปใช้ในการพัฒนากรุงเทพฯ เป็นหลัก คนที่พูดเรื่องความไม่เท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม จำเป็นอย่างยิ่งต้องดูตรงนี้

กรุงเทพจ่ายภาษี 26% กรุงเทพได้งบภาษีไป 72% มีประชากร 17% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจ่ายเงินเข้าตรงกลาง 11% ได้เงินจากตรงกลาง 6% มีประชากร 34% ภาคเหนือจ่ายภาษี 9% ได้งบประมาณกลับมา 7% มีประชากร 18% ฯลฯ เราจะเห็นว่าทุกภาคมีแนวโน้มเหมือนกันคือมีทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ และความคาดหวังคน กทม. คือคนเหนือไปรักษาป่า จะได้มีน้ำใช้ จะได้มีสถานที่ท่องเที่ยว แต่ไม่คิดถึงต้นทุนว่าต้องเสียไปเท่าไหร่ ส่วนคนอีสานต้องเสียสละวิถีชีวิตความเป็นอยู่เพื่อตั้งเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า

ทรัพยากรของทั้งประเทศ รวมถึงการเก็บภาษี ถูกถ่ายโอนไปที่กรุงเทพฯ หมดและทำให้เกิดการพัฒนาเมืองที่แตกต่างกันมหาศาลระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดต่างๆ

ระบบปัจจุบันทำงานอย่างไร เรื่องภาษีเราเอาภาษีตัวเล็กให้ท้องถิ่นเก็บ ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน อะไรพวกนี้นะครับ แต่ภาษีโดยส่วนใหญ่เก็บเข้าส่วนกลาง แล้วมี ส.ส. นักการเมืองเข้าไปนั่งคุยในสภาว่าจะเอาภาษีไปแก้ปัญหาประชาชนที่ท้องถิ่นอย่างไร แล้วค่อยจัดสรรปันส่วนกันไปว่าจังหวัดไหนได้เท่าไหร่ แต่เงินจะเก็บเข้าตรงกลางแล้วไปคุยในสภา

 

ยุค 2540 มีการผลักดันกระจายอำนาจ แต่สะดุดหลังรัฐประหาร 2549

มีคนเสนอกระจายอำนาจ เริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ระบุไว้ว่าให้มีการกระจายอำนาจ มีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเริ่มดำเนินการมาดีขึ้นเรื่อยๆ มาสะดุดที่รัฐประหาร 2549 ขั้นตอนการกระจายอำนาจช้าลงตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา แล้วมาหยุดชะงักที่การรัฐประหารรอบที่ผ่านมา

ดังนั้นเราจะพอเห็นความเป็นพันธมิตรกันระดับหนึ่งระหว่างรัฐราชการ ที่ไม่ต้องการคืนอำนาจกับทหารที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐราชการเหมือนกัน

ถ้าเราไปคุยกับนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง อบต. อบจ. เราจะเห็นความตึงเครียดอยู่ระหว่างความต้องการกระจายอำนาจ กับความพยายามต้องการเก็บอำนาจไว้อีกฝ่ายหนึ่ง เราจะเห็นว่ามันตึงเครียดอยู่ว่าอำนาจปล่อยไม่สุด ทั้งงบและทั้งอำนาจ

 

หลักกระจายอำนาจ คน-งาน-ความรับผิดชอบ-งบประมาณ ลงท้องถิ่น

หลักการของการกระจายอำนาจก็คือ คนไป งานไป ความรับผิดชอบไป แล้วงบต้องไปด้วย ผมยกตัวอย่างรูปธรรมก็คือ สมมติใน จ.เชียงใหม่เรามีโรงเรียน โรงเรียนรายงานไปกับกระทรวงศึกษาธิการ เรามีสถานีอนามัย โรงพยาบาล รายงานตรงกระทรวงสาธารณสุข เรามีเกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด พวกนี้รายงานตรงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่พวกนี้ อบต.ที่มาจากการเลือกตั้งไปสั่งไม่ได้นะ พวกนี้ต้องรายงานกลับไปที่กระทรวงของตัวเอง ไม่ได้รายงานข้ามกระทรวงกันด้วย การบูรณาการมันไม่เกิด

ข้อเสนอการกระจายอำนาจของพรรคเราที่จะเสนอก็คือ องค์กรที่อยู่ในท้องถิ่นตรงนี้ ตัดออกจากส่วนกลางให้หมด ไม่ต้องกลับไปรายงานที่ส่วนกลาง ตัดออกให้หมด เอาองค์กรที่อยู่ใน จ.เชียงใหม่ทั้งหมดกลับมารายงานที่องค์กรที่มาจากการเลือกตั้งที่รับผิดชอบต่อประชาชน ให้องค์กรนี้เบ็ดเสร็จในการจัดการอำนาจที่อยู่ในองค์กรท้องถิ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดินน้ำลมไฟ ถนนหนทางต่างๆ ไอเดียง่ายๆ แค่นี้ถ้ามีอำนาจก็จัดการปัญหานี้ได้

เดือนที่แล้วผมไปที่ จ.ตรัง ชาวบ้านมาบ่นกับผมว่าน้ำจะท่วมในเขตเทศบาล อ.เมือง แล้วถามว่าพรรคอนาคตใหม่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ จ.ตรังอย่างไร ผมเกาหัวเลย ไม่มีทางที่ผมจะรู้ว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.ตรัง ได้อย่างไร

ดังนั้นหลักการก็คือเรามีความรู้พอไหม เรามีทรัพยากรพอไหม มีเงินพอไหมในการจัดการ มันมีพอ แต่การจัดการน้ำท่วมขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน แต่หน่วยงานเหล่านี้รายงานกลับไปที่กรุงเทพฯ ไม่มีงบก็ต้องขอที่กรุงเทพฯ การกระจายอำนาจแล้วทำให้องค์กรต่างๆ ที่อยู่ในท้องถิ่น องค์กรของภาครัฐต่างๆ ไม่ว่าจะขึ้นอยู่กับกระทรวง ทบวง กรมไหนก็ตาม ให้กลับไปรายงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชน แล้วต้องตอบคำถามประชาชน จะทำให้องค์กรนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ต่อไปคุณรู้แล้วว่าถ้าปัญหาไม่ได้รับแก้ไขจะคุยกับ ไปคุยกับหมอนี่ ก็มีอำนาจจัดการแล้ว และประชาชนก็ต้องตรวจสอบได้

 

เสนอท้องถิ่นมีอำนาจเก็บภาษีหลัก แบ่งรายได้กับรัฐบาลกลาง

เมื่อโอนหน่วยงานมาที่ท้องถิ่นแล้ว ต้องโอนคน โอนงาน โอนความรับผิดชอบ ตัวที่สำคัญคือการโอนเงิน ต้องโอนงบประมาณด้วย โดยตอนนี้มีภาษีหลักที่ยังไม่ให้ อปท. เก็บเช่น ภาษีบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม สรรพสามิต เป็นภาษีใหญ่เป็นรายได้หลัก ไอเดียพรรคคือแบ่งส่วนกัน

ยกตัวอย่าง ภาษีนิติบุคคล 20% แล้วแต่ขั้นของรายได้ ผมจ่ายภาษี 37% ต้องมาแบ่งกันว่ารัฐส่วนกลางกี่เปอร์เซ็นต์ ท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ เราอยากให้เกิดตรงนี้ขึ้นเพียงแต่ว่าตัวเลขยังไม่ชัดเจน เราต้องทำการบ้านเยอะมากในเชิงรายรับรายจ่ายของแต่ละพื้นที่ ว่าเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่จะเหมาะสม

กรณีภาษีนิติบุคคล คุณกำไร 100 บาท ต้องคืนรัฐ 20 บาท เสนอว่า 20 บาทที่คืน คืน จ.เชียงใหม่ 10 บาท เข้ารัฐส่วนกลาง 10 บาท ให้ที่นี่มีอำนาจเก็บภาษีใหญ่ๆ อย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล ด้วยตัวเอง ข้ามขั้นตอนการกลับไปขออนุมัติที่กรุงเทพฯ ออกไปเลย ให้ทุกอย่างมาอยู่ที่ท้องถิ่น มีปัญหาจัดการกันที่ท้องถิ่น ท้องถิ่นว่ากันเอง มีคน มีหน่วยงาน มีความรับผิดชอบ อำนาจให้แล้ว นี่คือไอเดียเรื่องต่างจังหวัด

 

ไม่เชื่อต่างจังหวัดเหลื่อมล้ำเพราะ 'โง่จนเจ็บ' แต่เป็นเพราะถูกปิดกั้นสิทธิ

เราเชื่อว่าที่ต่างจังหวัดเหลื่อมล้ำกับกรุงเทพมหานคร ในเชิงของรายได้ ในเชิงชีวิตความเป็นอยู่ ไม่ใช่เพราะต่างจังหวัดโง่ หรือไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ผมคุยมาไล่ตั้งแต่อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ตรัง นครศรีธรรรมราช เชียงใหม่ ฯลฯ ผมเจอคนมีไอเดียกันเต็มไปหมด

"ผมปฏิเสธความเชื่อว่า 'คนจนเพราะโง่ โง่เพราะเจ็บ เจ็บเพราะจน ผมปฏิเสธความเชื่อนี้ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้แต่ละจังหวัดไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ เพราะประชาชนถูกปิดกั้นจากสิทธิและเสรีภาพในการกำหนดอนาคตตัวเอง ผมเชื่อว่านี่คือปัญหาใหญ่ ผู้คนเข้าไม่ถึงอำนาจในการเลือกการพัฒนาสังคมของตัวเอง การพัฒนาจังหวัดของตัวเอง"

"ถ้าไม่แก้ ประเทศไทยจะเคลื่อนที่ช้าลง การตัดสินใจทุกอย่างต้องวิ่งกลับไปที่กรุงเทพฯ นั้นไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ถ้าเป็นแบบนี้ประเทศไทยจะค่อยๆ ถดถอยลงในการพัฒนาประเทศเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เราจะค่อยๆ ถดถอยลง ตำแหน่งแห่งที่ของไทยในเวทีโลก ในโลกาภิวัฒน์จะถดถอยลง"

 

เดินสายทั่วประเทศแล้ว 10 จังหวัด เล็งประชุมพรรค 27 พฤษภาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พบปะกับบุคคลและองค์กรที่ทำงานเคลื่อนไหวเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ชุมชน LGBT กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง เครือข่ายเกษตรกร กลุ่มนักธุรกิจ นักวิชาการ นอกจากนี้มีการจัดเวทีอภิปรายเรื่องการกระจายอำนาจเมื่อ 28 เม.ย. และเวทีสาธารณะ “ฟังเสียงอนาคต” ครั้งที่ 1 ที่วัดล่ามช้าง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 29 เม.ย. โดยการลงพื้นที่จังหวัดที่ 10 นับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จดแจ้งจัดตั้งพรรค

ด้านชำนาญ จันทร์เรือง ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เปิดเผยด้วยว่า หลังจาก กกต. ทำหนังสือรับแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วเมื่อ 20 เม.ย. ขั้นตอนต่อไปคือจะขอประชุมพรรควันที่ 27 พฤษภาคมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค โดยจะขอ กกต.ออกหนังสือรับรอง และคาดหวังว่าจะเริ่มรับสมัครสมาชิกพรรคได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai