ข้อเท็จจริงบนความบอบซ้ำของผู้ถูกดำเนินคดี ทวงคืนผืนป่า

รายงาสนข้อเท็จจริงบนชะตากรรมของผู้ถูกดำเนินคดีจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. ขณะที่ เครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิจี้กรมคุ้มครองสิทธิทำงานเชิงรุกในการช่วยเหลือคุ้มครองนักปกป้องสิทธิผู้ถูกดำเนินคดี พร้อมทั้งรัฐบาลมีมติรับรองแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนโดยชุมชน

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.62 ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำพิพากษา ตามที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง เป็นโจกท์ฟ้องนางสาวนิตยา ม่วงกลาง ในข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ

นิตยา ม่วงกลาง สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (แฟ้มภาพ)

นิตยา ม่วงกลาง ชาวบ้านซับหวาย ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ มีพี่น้องทั้งสิ้น 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด ครอบครัวเธอถูกคดี 4 คน ประกอบด้วยเธอ แม่ พี่สาว และน้องสาว 

และนิตยา เป็นรายแรกที่ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 4 เดือน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 40,000 บาท เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา

ปัญหาข้อพิพาทระหว่างอุทยานแห่งชาติไทรทอง กระทำกับชาวบ้านมาต่อหลายครั้ง มีบทเรียนความปวดร้าวมานับตั้งแต่อดีต อาทิ เช่น การอพยพชาวบ้านออกจากที่ดินทำกินตามโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฏรผู้ยากไร้(คจก.) ในช่วงปี 2534 - 2535 และเมื่อรัฐไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมาย รวมทั้งได้สร้างความเดือดร้อนส่งผลกระทบมากมาย ชาวบ้านในภาคอีสานจึงรวมตัวชุมนุมลุกขึ้นสู้เรียกร้อง รัฐบาลจึงมีมติให้ยกเลิกโครงการ คจก.ชาวบ้านผู้เดือดร้อนจึงได้กลับคืนสู่ที่อาศัยทำกินเดิม 

กระทั่งปี 2557 รัฐได้ดำเนินนโยบายทวงคืนผืนป่า เป็นที่มาของปัญหาข้อพิพาทแห่งความบอบซ้ำสุดอีกรอบ ทั้งการเข้ามาคุกคาม ข่มขู่ จับกุม ดำเนินคดีความในที่สุด โดยมีผู้ถูกฟ้องดำเนินคดีทั้งสิ้น 14 ราย 19 คดี แม้ชาวบ้านจะมีความพยายามในการหาทางออก โดยผลักดันให้มีกลไกการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมระหว่างรัฐกับประชาชน และการรับรองแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วม กระทั่งที่ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิเป็นประธาน มีมติเห็นชอบแผนดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านต่างคาดหวังว่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้ง และปลดล๊อกปัญหาคดีความ

จนลุล่วงมาถึงช่วงปัจจุบัน สิ่งที่ชาวบ้านร่วมเรียกร้องผลักดันเพื่อการแก้ไขปัญหา กลับถูกเมินเฉยกับอำนาจของฝ่ายรัฐ ส่งผลให้ชาวบ้านทั้ง 14 รายต่างตกอยู่ในชะตากรรม ในชั้นคดีความ

ซึ่งในจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี กรณีอุทยานแห่งชาติไทรทอง ทั้งสิ้น 14 ราย 19 คดี มีข้อน่าสังเกตุหลายประการเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและสถานภาพการทำประโยชน์ที่ดิน เช่น พื้นที่ทำกินบางรายอยู่ในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฎิรูปที่ดิน บางรายทำประโยชน์ประมาณ 30 ไร่ แต่ถูกฟ้อง 46 ไร่ บางรายแม่แบ่งแยกให้ 6 ไร่ 3 งานเศษ ถูกฟ้อง 12 ไร่ และบางรายเป็นพื้นที่ที่ผ่านการสำรวจตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ซึ่งควรได้รับการผ่อนผัน ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ของรัฐ ฯลฯ

ข้อเท็จจริงเหล่านี้ รวมทั้งความผิดพลาด บกพร่องในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ถูกนำเสนอผ่านการประชุมร่วมทุกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วม กระทั่งนำมาสู่การสำรวจใหม่ข้อเท็จจริงร่วมกัน โดยมีผู้เดือดร้อนทั้งสิ้น 5 ชุมชน จำนวน 187 ราย เนื้อที่ประมาณ 6,680 ไร่ กระทั่งนำมาสู่การผลักดันแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และคณะทำงานจังหวัดได้มีมติเห็นชอบแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561

ฐานะของแผนดังกล่าวข้างต้น จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้ง และปลดล๊อกปัญหาคดีความได้อย่างสำคัญ แต่ทุกอย่างกลับล่าช้า แม้ชาวบ้านจะพยายามเร่งผลักดันอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ชะตากรรมของชาวบ้านซับหวายจึงดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ และรอวันนัดหมายตามที่ศาลจังหวัดชัยภูมิ จะนัดหมายให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์..

ใครจะเป็นรายต่อไป เหล่านี้คือความไม่เป็นธรรมที่ชาวบ้านถูกกระทำ มาโดยตลอด

22 พ.ค.2562 องค์กรเครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ 15 องค์กร ร่วมออกแถลงการณ์ กรณีของ นิตยา เรียกร้องต่อภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 1. ให้มีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเข้าถึงความยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิทำงานเชิงรุกในการช่วยเหลือคุ้มครองนักปกป้องสิทธิผู้ถูกดำเนินคดี ให้การช่วยเหลือเรื่องกองทุนยุติธรรม เยียวยาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการที่ไม่ยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ยุติการดำเนินคดีกับผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ

และ 2. ให้รัฐบาลมีมติรับรองแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนโดยชุมชน ซึ่งแผนดังกล่าวคณะทำงานแก้ไขปัญหาระดับจังหวัด ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.61 ที่ผ่านมาแล้ว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์