แนะหลักคิด ‘กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น’ เป็นโอกาสสร้างความเท่าเทียม-พัฒนาสังคม

คณบดีสังคมศาสตร์ฯ มหิดล แนะหลักคิด “กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น” เป็นเครื่องมือศีลธรรม-สร้างความเท่าเทียมสังคม ชวนมองปัญหาเป็นระบบ-แก้ไขแบบองค์รวม

4 ธ.ค.2562 ทีมสือสาร สปสช. รายงานว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจพี่เลี้ยงกองทุน (Coaching) ในการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ปีงบประมาณ 2563 ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย. 2562 โดยช่วงหนึ่งของการประชุมได้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “การเสริมพลัง” บทบาทสำคัญของการขับเคลื่อนงาน กปท. จาก รศ.ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รศ.ดร.ลือชัย ระบุว่า ในการทำงานกองทุนฯ นั้น สิ่งที่ผู้คนพูดคุยหรือถกเถียงกันมักเป็นเรื่องของวิธีการทำงาน หรือส่วนที่เห็นชัดเป็นรูปธรรม แต่ในส่วนหลักคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน หรือส่วนที่เป็นนามธรรมนั้นกลับไม่ค่อยได้นำมาคิดต่อ

เขาขยายความเพิ่มว่า หลักคิดเบื้องหลังของระบบหลักประกันสุขภาพนั้นคือฐานคิดทางศีลธรรม การไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง การสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ขณะที่ กปท. เองยังสามารถมองได้ลึกกว่านั้น คือเป็นการกระจายอำนาจการตัดสินใจ อำนาจในการใช้ทรัพยากรและงบประมาณ เพื่อโอกาสของท้องถิ่นในการพัฒนาศักยภาพและพึ่งพาตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของประชาธิปไตย

ดังนั้น เมื่อคิดต่อถึงเหตุผลของการใช้เงินงบประมาณกองทุนฯ จึงต้องตอบคำถามว่าตกลงเรากำลังบริหารเงิน บริหารโอกาสการพัฒนา หรือกำลังบริหารโอกาสที่จะขับเคลื่อนการสร้างสังคมศีลธรรม ซึ่งทั้งหมดมีนัยยะต่อการทำงานที่แตกต่างกัน

“เมื่อไรที่ทำเรื่องเงิน เราก็จะทำเพียงให้ สตง.ตรวจผ่าน ใช้งบประมาณให้หมด แต่ถ้าเรามองว่ากองทุนฯ เป็นเครื่องมือในการสร้างและขับเคลื่อนสังคมศีลธรรมได้ เราจะมีกระบวนการทำงานอีกแบบโดยสิ้นเชิง คนอื่นใช้เงินเพื่อให้เกิดกำไร แต่เรากำลังใช้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความเกื้อกูล การใช้เงินนี้จึงกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก และเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขาที่หากจะขับเคลื่อนทุกคนต้องรวมพลังกัน” รศ.ดร.ลือชัย อธิบาย

อาจารย์รายนี้ชวนคิดต่อถึงปัญหาของสังคมที่กำลังเผชิญกันทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางครอบครัว เศรษฐกิจ สุขภาพ หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันล้วนเป็นปัญหาที่ยากและซับซ้อน จึงต้องอาศัยวิธีคิดใหม่ในการหาทางออก โดยสามารถใช้เครื่องมือกองทุนฯ เป็นคานงัดในการเปลี่ยนแปลงได้ หากวางท่าทีในการขับเคลื่อนที่เหมาะสม

“วิธีแก้ปัญหาที่ผ่านมาเรามักจะทำให้เสร็จ แต่ไม่สำเร็จ เรามักทำซ้ำแต่หวังให้เกิดผลที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น quick win หรือนโยบายใหม่ ๆ แต่หลายปัญหา เช่น วิกฤติวัยรุ่น เด็กแว้น นั้นมีรากเหง้าของปัญหาหลายชั้นมาก ถ้ามองเฉพาะผิวหน้าจะไม่มีทางเข้าใจและไม่มีทางแก้ปัญหานี้ได้ ทั้งเรื่องวัฒนธรรมวัยรุ่น การแสดงตัวตน ปัญหาครอบครัว การศึกษา การบริโภควัตถุ ความอ่อนแอทางสังคม หากเรายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรและปล่อยให้ลูกหลานเป็นแบบนี้ต่อไป ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าวิกฤติทางปัญญาของสังคม” รศ.ดร.ลือชัย ระบุ

คณบดีคณะสังคมศาสตร์ ขยายความถึงวิกฤติทางปัญญาที่พบในโลกปัจจุบัน คือการมองโลกอย่างไม่เข้าใจ การมีความรู้มากมาย แต่มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นจุด ๆ ไม่เห็นความเชื่อมโยงของปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นว่าเป็นอาการของปัญหาเดียวกัน เป็นปัญหาเชิงระบบที่ไม่สามารถแก้ไขแยกส่วนได้ ดังนั้น กปท.ยังสามารถเป็นเครื่องมือทางปัญญา เป็นโอกาสและทรัพยากรที่ให้ได้มาครุ่นคิดถึงสิ่งเหล่านี้

เขายกตัวอย่างในปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงการที่คนซื้อยามาทาน แต่ยังเป็นปัญหามาจากปริมาณการใช้ในสัตว์ที่มหาศาล อันเนื่องมาจากระบบการเลี้ยงที่นำสัตว์มาอยู่อย่างผิดธรรมชาติ โดยมีต้นตอมาจากความต้องการเนื้อของตลาด ซึ่งมีส่วนมาจากการโฆษณาที่ส่งเสริมให้คนบริโภคมากขึ้น เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นปัญหาเชิงระบบซึ่งต้องอาศัยการมองแบบใหม่

“บนพื้นฐานของวิกฤติเหล่านี้ภายใต้บริบทโลกที่ซับซ้อน ระบบหลักประกันสุขภาพจึงต้องการปัญญาอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นการแก้ไขปัญหาอาจเป็นไปได้ยาก หรือยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้น ซึ่งโครงสร้างระบบงบประมาณและการบริหารที่เป็นแนวดิ่งแบบเดิม ภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ทั้งหลายจะไม่ช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ กปท.จึงสามารถเป็นโอกาสในการมองวิกฤติและแก้ไขปัญหาผ่านกองทุนฯ อย่างเข้าใจ” รศ.ดร.ลือชัย ทิ้งท้าย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์