ผลกระทบ 6 ประการต่อการเมืองไทย ‘ปิยบุตร’ วิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค

21 ก.พ.2563 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ มีการจัดแถลงข่าวที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคกล่าวถึงคำวินิจฉัยโดยสรุปได้ดังนี้

ในทางกฎหมายคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ส่งผลสืบเนื่องดังต่อไปนี้

ประการที่หนึ่ง พรรคการเมืองซึ่งเป็นการรวมตัวกันของปัจเจกบุคคลก่อตั้งขึ้นมาแล้วไปจดทะเบียบกับ กกต. จัดตั้งพรรค ไม่ได้ถือครองอำนาจรัฐ ไม่ได้ใช้อำนาจมหาชน สถานะของบุคลากรในพรรคการเมือง มิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ มิใช่ข้าราชการ แต่ ณ วันนี้ จากนิติบุคคลเอกชน ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลมหาชน ไปเรียบร้อยแล้ว

ประการที่สอง เงินกู้อาจกลายเป็นเงินบริจาค อาจกลายเป็นประโยชน์อื่นใดได้ทันที ถ้าศาลรัฐธรรมนูญประสงค์ตีความให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น พรรคการเมืองทุกพรรคที่กู้เงินกันอยู่ในเวลานี้ โปรดระวัดระวังว่าท่านอาจถูกศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นเงินบริจาคหรือประโยชน์อื่นใดเกินว่าสิบล้านบาทได้

ประการที่สาม การใช้มาตรา 72 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันนี้ ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผลสืบเนื่องคือ มาตรา 66 กำหนดไว้แล้วว่าถ้าพรรคการเมืองใดทำความผิดจริงมีบทลงโทษอยู่แล้ว แต่ณ วันนี้ เมื่อคุณทำความผิดมาตรา 66 หรือมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเงิน อาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงการยุบพรรคทันที ต่อไปนี้ใครรรับเงินบริจาคเกินมาหนึ่งบาทอาจถูกยุบพรรค ต่อไปนี้ใครรับเงินทองแจ้งบัญชีใดๆ ไม่ครบ ทุกอย่างจะถูกโยงเป็นการได้เงินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วนำไปสู่การยุบพรรคได้ทันที นี่คือการขยายความมาตรา 72 เกินกว่าที่เป็น

ประการที่สี่ หากระบบกฎหมายไทยต้องการห้ามมิให้พรรคการเมืองในประเทศไทยกู้เงินจริงๆ หรือต้องการวางเงื่อนไขของการกู้เงินจริงๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรากฎหมายกำหนดข้อห้าม ข้อจำกัดต่างๆ เกี่ยวกับการกู้เงินเอาไว้ให้ชัดเจนเพราะพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ภายใต้กฎหมายจะได้รู้ล่วงหน้า แล้วจะได้ตัดสินใจใช้เสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมของพรรคเขาได้ตามกฎหมาย มิใช่ปล่อยให้คลุมเครือ มิใช่ปล่อยให้ไม่ชัดเจน จนในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนตีความขยายความว่าการกู้เงินมิสามารถทำได้เพราะอาจจะกลายเป็นบริจาคหรือประโยชน์อื่นใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อโทษถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค ว่ากันง่ายๆ นี่คือโทษประหารชีวิตในทางการเมือง การใช้และการตีความกฎหมายยิ่งต้องเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง มิใช่ตีความ ขยายความอย่างไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าเช่นนี้

ประการที่ห้า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญพูดหลายคำเกี่ยวกับการไม่ต้องการให้นายทุนครอบงำพรรค ต้องการสร้างประชาธิปไตยในพรรค ต้องการการโปร่งใสตรวจสอบได้ของพรรคการเมืองต่างๆ แต่สิ่งที่ต่อเนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้กลับกลายเป็นเรื่องยอกย้อนที่สุด เพราะพรรคอนาคตใหม่ก่อตั้งขึ้นมาเราต้องการทำงานการเมืองอย่างโปร่งใส เราต้องการทำงานการเมืองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารายได้ เงินต่างๆ ที่เรานำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองมาจากที่ใดบ้าง และเราจ่ายไปเพื่อการใดบ้าง ทุกอย่างเอาขึ้นบัญชี เอาขึ้นบนโต๊ะ แต่เรากลับถูกยุบพรรค ในขณะที่ทุกท่านก็ทราบดีว่า พรรคการเมืองในประเทศไทยทั้งหลาย ผมไม่ทราบจริงๆ ทุกวันนี้ รณรงค์ทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผู้สมัครเลือกตั้งกันครบทุกเขต ตั้งกันมาใหม่ๆ พร้อมๆ กับพรรคอนาคตใหม่ ถึงเวลาแป๊บเดียวตั้งสาขาครบหมด ถึงเวลาแป๊บเดียวตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดครบหมด ถึงเวลาแป๊บเดียวส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้หมด ถามจริงๆ เอาเงินมาจากไหน

ผลสืบเนื่องของคำวินิจฉัยนี้คือ ต่อไปนี้พรรคการเมืองจงอย่าโปร่งใส พรรคการเมืองจงอย่าเปิดเผย แต่พรรคการเมืองจงปกปิดให้มิดแล้วจะอยู่รอดได้ ยิ่งโปร่งใสมากเท่าไรยิ่งซวย ยิ่งถูกยุบพรรค ในท้ายที่สุด พรรคใดซ่อนเก่ง ซุกเก่ง ปกปิดเก่งกลายเป็นพรรคที่ทำถูกกฎหมาย พรรคใดเปิดเผยโปร่งใสแสดงแหล่งที่มาของเงินกลับเป็นพรรคที่ถูกยุบพรรค ประเทศไทยจะกลับตาลปัตร ยอกย้อนแบบนี้หรือ

ประการที่หก สืบเนื่องจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติและตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค ต่อเนื่องมายังคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ก่อนหน้านี้เราใช้รัฐธรรมนูญ 2540 2550 เพิกถอนสิทธิกัน 5 ปีก็ว่าเยอะแล้ว นี่คือการประหารชีวิตทางการเมืองแล้ว แต่วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญพูดว่า นี่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วน พอสมควรแก่เหตุ โทษหนักเช่นนี้สาสมกับการกระทำ ผลจากคำวินิจฉัยเช่นนี้ กลายเป็นว่า การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปีนี่คือปราณีแล้ว

รัฐธรรมนูญก่อตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา กำหนดอำนาจหน้าที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดกระบวนการที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร มีผลเด็ดขาด เป็นที่สุด แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลผูกพันในใจของประชาชนทั้งประเทศได้ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลความถูกต้องชอบธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมิใช่เป็นเพียงคนใส่ชุดครุยบนบัลลังก์ที่ติดชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็ต่อเมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีได้อย่างมีเหตุมีผล

คณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบผู้อื่น ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบผู้อื่น คำถามคือ ใครตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ใครตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญ

คำถามนี้ คำตอบชัดเจนที่สุด นั่นคือ พี่น้องประชาชนชาวไทย ประชาชนคนไทยผู้ทรงอำนาจอธิปไตย ผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ พี่น้องประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ดังนั้น พี่น้องประชาชนจึงเป็นผู้ทรงอำนาจ มีสิทธิอย่างชัดเจนในการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้งและศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือการตรวจสอบถ่วงดุล เมื่อไรก็ตามที่ศาลตัดสิทธิยุบพรรค ประชาชนจะเป็นคนวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ

ดังนั้น คำวินิจของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้เป็นเช่นไร มีคุณภาพหรือไม่ ถูกต้องชอบธรรมมีเหตุมีผลหรือไม่ พวกท่านประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของแผ่นดินนี้เป็นคนตัดสิน ผลสืบเนื่องทางการเมืองไทยจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ แน่นอนที่สุดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแค่ขอบเขตของคดี แต่เมื่อตัดสินแล้วกระทบทุกองค์กร ย่อมส่งผลกระทบในทางการเมือง ในทางสังคม เป็นเรื่องปกติ ผลสืบเนื่องในทางการเมืองไทยวันนี้คืออะไร

ประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีพรรคการเมืองที่ทำงานสร้างสรรค์เปิดเผย โปร่งใส มีความคิดก้าวหน้า ต้องการผลักดัน เปลี่ยนแปลง ปฏิรูปประเทศไทยถึงระดับโครงสร้าง

ประเทศไทยเลือกใช้นิติสงครามในการกำจัดศัตรูทางการเมืองแบบเดิม แบบที่เคยทำมากว่าทศวรรษ และนิติสงครามเช่นนี้ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ ตรงกันข้าม นิติสงครามแบบนี้จะตอกลิ่มความขัดแย้งมากกว่าเดิม

สิบกว่าปีที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนมากตั้งคำถามถึงระบบกระบวนการยุติธรรม การใช้อำนาจต่างๆ พวกเขาเจ็บช้ำน้ำใจ พวกเขาตั้งคำถามดังๆ ว่า ยุบพรรคที่เขาเลือก ที่เขาสนับสนุนไปทำไม ได้อย่างไร ณ วันนี้มีคนอีกจำนวนมากที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ เขาอาจไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดสิบกว่าปีที่ผ่านมา อาจเพิ่งมาสนใจการเมือง แต่ ณ วันนี้เขาเห็นปรากฏการณ์เบื้องหน้าเขาแล้วว่า นิติสงครามเขาทำกันอย่างไร เล่นจริง เจ็บจริงกันอย่างไร ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายกลับเข้ามาอีก นิติสงครามที่ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีแต่เพิ่มความไม่พอใจ ความฉงบสนเท่ห์ถึงระบบสองมาตรฐานในประเทศไทยมากขึ้นๆ

"หากการยุบพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้ หากการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เพียงเพราะผู้อำนาจต้องการกำจัดความคิดแบบอนาคตใหม่ออกไป เพียงเพราะต้องการผลักไสไล่ส่งธนาธรและผมออกไปจากการเมืองไทย ผมยืนยันว่าพวกเขาคิดผิด เพราะความคิดแบบอนาคตใหม่จะเจริญงอกงามเติบโตกว้างไกลไปยิ่งกว่าเดิม เพราะธนาธรและผมจะออกไปโลดแล่นรณรงค์การเมืองทั่วประเทศยิ่งกว่าเดิม" ปิยบุตรกล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์