#แฉเกษตร มข. เมื่อเจ้ากินหมา เจ้ากับข้าเป็นพี่น้องกัน: บทวิเคราะห์โซตัสฉบับย่อและมุมมองทางสังคมวิทยา

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

โซตัสเป็นสิ่งที่คุณคุ้นหูกันดีสำหรับนักเรียนนักศึกษาไทยเรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ทุกคนแทบจะเคยผ่านมันมาในสมัยเป็นนิสิตนักศึกษาและเป็นเรื่องอื้อฉาวอีกครั้งกลับการรับน้องสไตล์ไทยๆ ที่สามารถพบเห็นกันได้ในทุกๆ ปี เหตุการณ์ในการรับน้องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับแฮชแท็ก #แฉเกษตรมข ในวันนี้

ที่มา: (https://twitter.com/COiKtAROeuQJunm/status/1258063027191963650)

และ

ที่มา: https://twitter.com/somLon_/status/1257973727926484993

เบื้องต้นเหตุเกิดขึ้นภายในคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการเริ่มเป็นนักศึกษาใหม่จัดโดยรุ่นพี่ของคณะนั้นๆ โดยประกอบด้วยเรื่องราวหลายๆ เหตุการณ์จนนำมาสู่การเปิดโปงโซตัสภายในคณะ ประเด็นหลักๆ ที่สร้างความตื่นตกใจให้กับสังคมคือการบังคับให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กินเนื้อหมา ซึ่งเป็นประเด็นที่โลกออนไลน์ให้ความสำคัญและตั้งคำถามกันอย่างมากว่า ระบบโซตัสยังมีอยู่อีกหรอ ทำไมถึงต้องทารุณกรรมสัตว์ให้นักศึกษาบริโภค หรือแม้กระทั้ง อำนาจนิยมที่เกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์และเบื้องหลังของการรับน้องที่มีอาจารย์รู้เห็น

การตั้งกฎระเบียบของรุ่นพี่จะมีเช่น การห้ามขึ้นลิฟต์ การแต่งกายตามที่รุ่นพี่กำหนด การแต่งหน้าทรงผม ต่อจากนั้นเป็นประชุมเชียร์ และการรับรุ่น ในระหว่างทางที่เราจะได้คำว่า “รุ่น” มาแน่นอน ต้องผ่านสารพัดอุปสรรค์เช่น การโดนตะโกนตำหนิว้าก เช่น เพื่อนมาไม่ครบ ร้องเพลงไม่ดัง หรือ ทำผิดกฎระเบียบที่รุ่นพี่ตั้งไว้ โดยหากไม่ปฎิบัติตามจะถูกลงโทษเช่นการค้ำพื้น แบกโลก กินเหล้า เป็นต้น บรรยากาศในการรับน้องในเหตุการณ์จะเป็นการกดดันด้วยความจริงอันโหดร้ายจากปากรุ่นพี่ว่าโลกภายนอกนั้นโหดและตั้งคำถามต่อรุ่นน้องว่าเราจะรุ่นนั้นๆ จริงๆ หรือยังหรือเราพร้อมหรือยัง อาจมีการว้ากซึ่งเป็นปกติของกิจกรรมในระบบโซตัส

แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือระหว่างการดำเนินกิจกรรม นักศึกษาถูกหลอกให้กินเนื้อหมา โดยความตั้งใจของรุ่นพี่ที่จะแกล้งรุ่นน้อง ซึ่งรุ่นน้องบางส่วนในทวิตได้กล่าวในเชิงว่า ถ้ารู้ก็ไม่กิน แต่ตอนนั้นหิวมากๆ ทำกิจกรรมมานานมากจึงต้องกินๆ ไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร


ที่มา: https://pbs.twimg.com/media/EXZZywaU8AA9gdB?format=jpg&name=medium


ที่มา: https://pbs.twimg.com/media/EXYYfJjU8AAMhRT?format=jpg&name=medium

ที่มา: https://pbs.twimg.com/media/EXYYfJhU8AIkehK?format=jpg&name=medium

ในเบื้องต้นยังไม่มีการชี้แจงจากทางคณะหรือมหาวิทยาลัยออกมาแต่กระนั้น มหาวิทยาลัยขอนแก่นเคยประกาศให้ยกเลิกการรับน้องในวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 แต่กระนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่ามีกิจกรรมรับน้องไม่สร้างสรรค์เกิดขึ้นตลอดเวลาภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

แน่นอนมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยทั้งในมหาวิทยาลัยและสังคมภายนอก แน่นอนฝั่งผู้ที่เห็นด้วยยอมใช้การให้เหตุผลแบบเดิมๆ เช่น โซตัสเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาใหม่พร้อมต่อโลกอันโหดร้ายภายนอกมหาวิทยาลัยโดยจำเป็นต้องได้รับการชี้แนะจากรุ่นพี่ พี่ผ่านมาก่อน อาบน้ำร้อนมาก่อน หรือบางคนอาจอ้างว่าตัวโซตัสมันดีอยู่แล้วเพียงแต่คนเอาไปใช้มันแบบผิดๆ กระนั้นเหยื่อในการรับน้องจากทั้งกิจกรรมนี้และจากมหาวิทยาลัยอื่นได้ตั้งคำถามและเริ่มต่อต้านระบบการรับน้องเชิงอำนาจนิยมเช่นนี้ว่าจำเป็นไหม ทำไมไม่ทำอะไรให้สร้างสรรค์ เรารับรุ่นกันไปเพื่ออะไร และถึงขั้นว่า การที่ฉันจะเป็นรุ่นน้องคุณฉันต้องกินหมาเลยหรอ (เรามาไกลถึงขนาดนี้แล้วหรอ)

ในสังคมไทยถึงแม้จะมีงานวิจัยและการศึกษาระบบโซตัสไม่มากทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่กระนั้นเป็นที่รู้ดีในแวดวงวิชาการและสังคมกันดีว่ากิจกรรมโซตัสไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรในเชิงสร้างสรรค์เลย แต่มันกลับเป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทยที่ฝั่งรากลึกในคนไทยมาช้านาน หากว่ากันตามประวัติศาสตร์ โซตัสถูกนำมาใช้ในช่วง ร.6 สมัยก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้ง 4 คณะก่อตั้งรวมถึงในระดับมัธยมเช่น วชิราวุธวิทยาลัย หรือสถาบันอื่นๆ เช่น โรงเรียนป่าไม้ ในช่วงนั้นระบบโซตัสเราอาจใช้คำภาษาอังกฤษว่า Fagging โดยสิ่งที่เห็นชัดคือ หัวหน้านักเรียนหรือสารวัตรนักเรียนจะสนิทสนมกับอาจารย์และช่วยกันปกครองนักเรียนในอยู่ในระเบียบ ต่อมาหลังจากยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน โซตัสได้เสื่อมหายไปในระยะหนึ่งในช่วงปฎิวัติสยามนำโดยคณะราษฎรและอันนำพามาสู่การต่อตั้ง มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง โดยอาศัยพื้นฐานจากการจัดตั้งและโอนคณะในการดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อบำบัดความกระหายให้แก่ราษฎรและขยายโอกาสทางการศึกษาไม่ให้จำกัดแต่ผู้เป็นข้าราชการพลเรือน มหาดเล็ก หรือชนชั้นสูงแต่เพียงอย่างเดียว ต่อมาก็เข้าสู่ยุคสายลมแสงแดดและความมืดของระบบการเมืองไทยอีกครั้งเมื่อทหารหลากหลายพลเข้าปกครองมหาวิทยาลัย ช่วงนั้นเองมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอื่นเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษามากขึ้นเช่น มหาวิทยาลัยมหิดลโดยยกระดับจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯลฯ แต่ละมหาวิทยาลัยได้เริ่มนำวิธีการฝึกฝนนิสิตนักศึกษาไปปฎิบัติโดยหนึ่งในแนวคิดนั้นคือโซตัส ซึ่งการนำเอาไปปรับใช้นำมาซึ่งความเลวร้ายมากกว่าที่ใครหลายๆ คนจะตระหนักได้ในขณะนั้น

หากมองที่ต้นกำเนิด เราอาจจะยังไม่พบความรุนแรงมากหนักในประวัติอ้างอิงจากจุฬาฯ ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิด 5 คำนี้แต่ที่เด่นชัดคือ มหาวิทยาลัยสายวิชาเกษตรและภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าโซตัสเข้มข้นในสายเลือดระดับนึงเลยทีเดียวส่วนหนึ่งอาจสังเกตได้ว่าเนื่องจากมหาวิทยาลัยสายเกษตรนั้นต้องใช้ความโหด ความลุยในการศึกษาและอีกทั้งคณาจารย์จากสองมหาวิทยาลัยนำแบบแผนจากประเทศฟิลิปปินส์มาปฎิบัติซึ่งในยุคนั้นขึ้นชื่อเรื่องระบบ Hazing อยู่พอสมควร จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักว่าทำไมสองมหาวิทยาลัยนี้ถึงยังมีความเข้มข้น (และรุนแรง) ในระบบโซตัสอยู่แต่กระนั้นหากมองไปยังหนึ่งในคณะเก่าแก่ที่สุดในไทยคือ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยมหิดล เราอาจเห็นการนำเสนอโซตัสในอีกรูปแบบหนึ่งที่สวยงามกว่า แต่กระนั้นมันก็ยังคือโซตัสอยู่ดี

ในส่วนของงานวิจัยและบทความสามารถค้นหาได้ในอินเตอรเน็ตได้ทั่วไปแต่ผมอยากเสนอให้ลองอ่านบทความนี้ Opinion Article: During COVID19, what other people saw Chula-Thammasat Online Market as an opportunity, but I saw a successful story of SOTUS โดยพันธ์กวี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (บทความของตัวผู้เขียนเอง) 

มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยในระดับภูมิภาคจัดตั้งขึ้นเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาสู่พื้นที่นอกพระนครเช่นกันจึงได้รับวัฒนธรรมการฝึกฝนนักศึกษาใหม่มาด้วยแต่อาจจะด้วยความไม่เข้าใจจุดประสงค์นั้น (หรือมันเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงอยู่แล้ว) ซึ่งทำให้กิจกรรมเป็นไปในทางลบมากยิ่งขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ ขอนแก่น แต่ยังรวมถึงหลายๆ สถาบันในประเทศรวมถึงโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เริ่มเอาระบบนี้ไปปรับใช้กันแล้วสิ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจและกังวล

จากที่ผมคิดไว้ ในอนาคตโซตัสจะจางลง จะเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอแต่เช่นกันจะกลายเป็นสิ่งปิดกฎที่ใครหลายคนอยากลองอยากทำมันมากขึ้นด้วยความคึกคะนอง ในปัจจุบันการรับน้องด้วยการกินเนื้อหมาอาจจะดูพิสดารแล้วแต่กระนั้นมหาวิทยาลัยแม้แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหรือแม้แต่มหาวิทยาลัยที่มีเสรีภาพทุกต่างรางนิ้วก็ยังสามารถพบการให้รุ่นน้องกินปีโป้ที่รุ่นน้องเคี้ยวไปแล้วให้กินกลับเข้าไปใหม่ การที่พี่เนียนมาเนียนเป็นรุ่นน้องแล้วเล่นละครตบตาเพื่อสร้างดราม่า เพลงสันทนาการเชิงอำนาจนิยมและวัฒนธรรมล่อแหลมเพศ หรือแม้กระทั้งการถูกล่วงละเมิดทางเพศเพื่อให้ผ่านกิจกรรมรับน้องไปก็มีมาแล้ว

หากถามมุมมองจากผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนต่อต้านโซตัส การรับน้อง และอำนาจนิยม (รวมถึงเผด็จการ) ผู้เขียนมองว่าการที่ระบบโซตัสยังคงดำรงอยู่แม้นานวันมันจะค่อยหายไปตามทฤษฎีมานุษยวัฒนธรรม แต่กระนั้นต้องยอมรับว่าทั้งตัวระบบโซตัสเองและผู้ใช้ระบบโซตัสค่อนข้างฉลาด เพราะด้วยตัวระบบ โซตัสเล่นกับจิตใต้สำนึกในประเด็นของ อัตลักษณ์และความรักของบุคคลนั้นต่อสิ่งสมมุติ (ที่รุ่นพี่จะสมมุติขึ้นมา เช่น รุ่น ความเป็นมหาวิทยาลัยนั้นๆ ) โดยอาศัยแรงกัดดันรอบข้างเชิงจิตวิทยาจากทั้งเพื่อนรอบข้างนักศึกษาใหม่ที่ไม่กล้าสู้ซึ่งทำให้เกิดความกลัวไปทั้งระบบการขัดขืน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะลูกขึ้นมาต่อสู้ หลายคนกลับสมยอมและเมื่อเวลาผ่านไปแม้เค้าคนนั้นจะเกลียดโซตัสสักแค่ไหน สุดท้ายเค้าคนนั้นก็กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบโซตัสนั้นเอง ถึงกระนั้นเมื่อบัณฑิตจบไป เขาผู้นั้นก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นอยู่ดีซึ่งมันคือทั้งผลลัพธ์ของโซตัสและสิ่งที่ทำให้เกิดโซตัสเช่นกันนั้นก็คืออำนาจนิยมและการอุปถัมป์

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงระบบการศึกษาไทยที่ไม่ฝึกให้นักเรียนตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย คุณค่ามนุษย์และสรรพสิ่งและประชาธิปไตย จึงไม่น่าแปลกใจว่าระบบโซตัสทำให้เกิดการเมืองระบบสังคมไทยอันเน่าเฟะกันขนาดนี้ การศึกษาตั้งแต่ระดับประถม-มัธยมที่ไม่ฝึกให้เด็กมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership) หรือแม้แต่การรู้ในคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Humanist Values) ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการศึกษาในศตวรรษที่ 21 หรือแม้แต่ในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำอย่างจุฬา-ธรรมศาสตร์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นปัญญาชนแล้ว ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ายังพบระบบโซตัสประปรายแต่มันอาจจะมาในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่การรับน้องแบบรุนแรง แต่มาในระบบสายรหัส ห้องเชียร์ พี่เนียน ระบบอาวุโสทั้งนักศึกษากันเองและอาจารย์ผู้อาจจะอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนเรื่องแบบนี้ซึ่งทั้งหมดปลุกความรักสถาบันและเช่นเดียวกันทำให้นักศึกษาและนิสิตใหม่ตาบอดเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นโซตัสเป็นสิ่งวิเศษ แต่ถ้าเทียบกันกับมหาวิทยาลัยอื่นต้องยอมรับว่าที่อื่นค่อนข้างสอนวิชาโซตัสได้เข้มข้นกว่าที่ไหนๆ แม้มหาวิทยาลัยในปัจจุบันจะเริ่มออกมายอมรับและยกเลิกโซตัสแต่กระนั้นอาจารย์บางส่วนและนักศึกษายังเห็นชอบในวัฒนธรรมความซาดิสนี้ซึ่งต้องยอมรับว่าความรุนแรงเป็นสัญชาติญาณพื้นฐานของคนในทางจิตวิทยาและมานุษยวิทยาบวกกับพื้นฐานความจริงเรื่องวัฒนธรรมและระบบการปกครองของประเทศจึงอาจเป็นสาเหตุให้ว่าทำไมโซตัสถึงยังอยู่ไม่ใช่แค่เพียงมหาวิทยาลัยขอนแก่นแต่รวมถึงทุกมหาวิทยาลัยและสังคมในปัจจุบัน

ที่มา: https://ars.els-cdn.com/content/image/3-s2.0-B9780128015322000131-f13-08-9780128015322.jpg?_

หากพิจารณาด้วยมุมมองทางสังคมวิทยาแล้วนำมาวินิจฉัยประเด็นนี้ คงต้องบอกว่าประเทศไทยขาดเรื่องการตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก ระบบการศึกษาเชิงโครงสร้างที่มีปัญหา วัฒนธรรมที่ฝั่งรากลึกมานาน และปรากฎการณ์ทางสังคมวิทยาอันนึงที่พบได้ในสังคมทั่วไปและทั่วโลกแต่กลับเห็นชัดได้ที่สุดอันหนึ่งในประเทศไทยคือ ปรากฎการณ์ลำดับชั้นเด่นกว่าปกครอง (Dominance Hierarchy) ซึ่งเป็นแนวคิดด้านชีวมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่กระนั้นในสังคมประเทศไทยที่เคลมตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตยและยอมรับในความหลากหลาย (Diversity) ซึ่งในทางสังคมวิทยาทำให้เกิดปรากฎการณ์ตระหนักรู้ทางอัตลักษณ์ (Identity Awareness) บนแบบแผนทางสังคมที่ประชากรแตกต่างกันทางปัจจัย (Variance and Diversity in Social Structural and Cultural Homogeneity) กลับเกิดการไม่ตระหนักรู้ถึงเรื่องความหลากหลายและสิทธิมนุษยชนบนระบบการปกครอบแบบประธิปไตยซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเห็นได้ชัดเรื่องปัญหาสังและการเมืองแต่สิ่งสำคัญที่จะกล่าวในบทความนี้ที่สำคัญเลยก็คือคือปัญหาโซตัสซึ่งเกิดปัญหาขึ้นจนคนมองว่ามันเป็นเรื่องปกติและหากอธิบายในมุมมองความสัมพันธ์ของสังคมวิทยาและวัฒนธรรมศึกษา ปัญหานี้ฝั่งรากลงในวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยไปแล้ว หากมองอีกด้านระบบโซตัสสร้างผลผลิตที่เอื้ออำนวยในเชิงสังคมวิทยาเช่นกันคือ ระเบียบทางสังคมและเครือข่าย (Social Order and Networks) ซึ่งหากมองมาถึงจุดๆ นี้แล้วคงพูดได้ว่ามันเป็นการยากมากที่จะกำจัดระบบโซตัส อำนาจนิยม หรือระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องออกไปจากสังคมไทย ทั้งเครือข่ายที่เอื้อให้เกิดระบบแบ่งสี ระบบอุปถัมป์ ตอนสมัครงาน หรือการ อยู่เป็น ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันเหมือนม้วนเชือกที่พันกัน มันยากที่จะคลายปมแต่มันก็ต้องทำ ต้องตัด เพราะไม่งั้นอนาคตของไทยเราของแย่แน่ๆ ถ้าระบบโซตัสยังอยู่ เพราะมันเป็นมากกว่าการรับน้อง มันคือรากฐานความเป็นไทยที่เราต้องเป็นไทจากมัน

ในหนึ่งในเสวนาที่ผมมีโอกาสได้เป็นผู้อำนวยการจัดงานขึ้นคืองานเสวนาแอนตี้โซตัสปี 2018 ในหัวข้อ โซตัสสร้างชาติหรือถ่วงความเจริญ มีประโยคหนึ่งจากแขกรับเชิญที่ผมเชิญมาบรรยายคือคุณช่อ พรรณิกา จากพรรคอนาคตที่กล่าวว่า “เราทุกคนต่างสมยอมสยบยอม แล้วก็คิดว่า เรามาหาประโยชน์จากมันดีกว่า จริงๆ หลายคนน่าจะคิดเหมือนกัน เพราะระบบการศึกษามันเป็นรากฐานของทุกอย่างเลยที่ถูกปลุกฝั่งมาแบบนี้” ประโยคจาก ช่อ พรรณิกา วานิช ตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ในงานเสวนาแอนตี้โซตัส ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดขึ้นโดยกลุ่มแอนตี้โซตัส (คลิป)

หากจะกล่าวจบบทความนี้ผมคงกล่าวเช่นเดียวกับคุณช่อดั่งในช่วงตอนเสวนาว่า “โซตัสไม่ใช่คอนเซ็ปต์ที่เป็นกลาง โซตัสเป็นคอนเซ็ปต์ที่นาซี เป็นคอนเซ็ปต์ที่เผด็จการ เพราะฉะนั้น ตราบใดที่งาช้างไม่งอกออกจากปากสุนัข ประชาธิปไตยไม่งอกออกจากปลายกระบอกปืน ไม่มีอะไรที่เป็นประชาธิปไตยงอกออกมาจากโซตัส” และผมเองในฐานะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการของกลุ่มแอนตี้โซตัส ผมอยากให้ทุกคนอย่าสมยอมสยบยอม เสียงเงียบไม่ใช่คำตอบ การส่งเสียงออกมาต่างหากคือความหวัง ไม่ใช่ความหวังเฉพาะเพื่อนที่โดนรับน้องด้วยกันตอนนั้น แต่มันคือความหวังของประเทศเราครับ (โดยสามารถรับชมคลิปพูดสุนทรพจน์บนเวที TedTalk ของตัวผู้เขียนได้ผ่านทาง TED หรือตามลิงค์นี้ https://www.ted.com/talks/bandhukavi_palakawong_na_ayudhya_anti_sotus)

 

เกี่ยวกับผู้เขียน: พันธ์กวี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) อดีตสมาชิกและคณะกรรมการกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปรับน้องประชุมเชียร์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ANTI SOTUS)

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์