ชุมนุม ม.มหาสารคามเกิดเหตุเผชิญหน้า หลังการ์ดผู้ชุมนุมเจรจาตำรวจถอนกำลัง

คนเสื้อแดงร่วมเวทีนิสิตนักศึกษา #อีสานลั่นกลองรบ ม.มหาสารคาม ตำรวจตั้งด่านสกัดคัดกรองป้ายเกี่ยวกับสถาบันฯ รวมทั้งสิ่งพิมพ์คำปราศรัย 'ทนายอานนท์' ขณะที่ช่วงค่ำมีเหตุเผชิญหน้าหลังตำรวจเกือบ 60 นายรวมตัวบริเวณทางเข้างาน ก่อนที่การ์ดผู้ชุมนุมรุดเจรจาเพื่อให้ถอนกำลัง

4 ต.ค. 63 เวลา 16.00 น. ที่สนามฟ้า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แนวร่วมนิสิต มมส. จัดชุมนุม #อีสานลั่นกลองรบ ก่อนหน้ากิจกรรมมีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เกี่ยวกับการรับมือการชุมนุม โดยสั่งให้ตั้งจุดสกัดเพื่อคัดกรองสิ่งผิดกฎหมาย มุ่งไปที่แผ่นป้ายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของผู้ชุมนุมตามเส้นทางที่จะมุ่งหน้ายังที่จัดชุมนุม

ในรายงานของ iLaw ตั้งแต่เวลา 09.20 น. ตำรวจเริ่มเข้าประจำการในพื้นที่ จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจยึดหนังสือเรื่องปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหาของอานนท์ นำภา และหนังสือรวมบทกวีเยาวชนปลดแอก ต่อมาเวลา 14.00 น.ยังมีการนำแผงเหล็กและรถมากั้นทางเข้าออกพื้นที่ชุมนุม ทั้งยังมีรายงานด้วยว่า ตำรวจไปดักรอนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่หอพักแต่ไม่แน่ชัดว่า ได้ตรวจยึดหรือกระทำการอื่นใดหรือไม่

เวลา 16.00 น. เริ่มกิจกรรม มีทางเข้าสนามฟ้าเพียงทางเดียวเท่านั้น โดยจะต้องเดินผ่านประตูตรวจจับโลหะของตำรวจ แต่ไม่มีผู้เฝ้าจริงจัง มีการติดกล้องวงจรปิดชั่วคราว และมีอาสาสมัครคอยวัดไข้

เวลา 18.55 น. มีการเจรจากับระหว่างตำรวจและการ์ดหน้าประตูทางเข้า โดยแกนนำขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าบริเวณทางเข้าประมาณ 20 นายออกไปจากบริเวณดังกล่าว ตำรวจล่าถอยออกไป

ตำรวจตั้งด่านบริเวณทางเข้าพื้นที่ชุมนุม (ที่มา: Twitter/@TLHR2014)

เหตุเผชิญหน้าของตำรวจกับผู้ชุมนุมในเวลาประมาณ 19.30 น. (ที่มา: Twitter/@TLHR2014)

ต่อมาเวลา 19.30 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ ประมาณ 50-60 นาย พยายามนำกำลังเข้ามาบริเวณประตูทางเข้างานอีกครั้ง แกนนำและการ์ดเข้าเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่นำกำลังออก ให้ไปอยู่บริเวณด้านนอกของสถานที่จัดงาน  การเจรจาไม่เป็นผล การ์ดจึงร่วมกันดันเจ้าหน้าที่ออกไปจากบริเวณประตูทางเข้า ผลักดันกันไม่นาน สถานการณ์สงบตำรวจกระจายตัวบริเวณทางเข้า

เวลาประมาณ 20.45 น. แกนนำคนเสื้อแดง 20 จังหวัดขึ้นเวที พร้อมร้องเพลง "นักสู้ธุลีดิน" (ที่มา: Twitter/@TLHR)

ส่วนเนื้อหาปราศรัยมีแกนนำเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัดร่วมขึ้นเวที ขณะที่ภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ หรือไนซ์ ดาวดิน กล่าวว่า หลายครั้งที่ลงไปในพื้นที่ต่างๆ ตามชนบท สิ่งที่เจอคือ มหากาพย์แห่งน้ำตาลเลือด ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชายึดอำนาจ ต่อมาได้ออกนโยบายสานพลังประชารัฐ เนื้อหาหลักคือการปล้นชิงทรัพยากรธรรมชาติของพี่น้องภาคอีสาน โครงการดังกล่าวจะทำให้คนอีสานเป็นแค่แรงงาน จะมีการตั้งโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวล 29 โรงงานทั่วภาคอีสาน โดยตั้งข้อสังเกตว่า นายทุนของโรงงานน้ำตาลเกี่ยวพันกับโต๊ะจีนพลังประชารัฐ

ซ้ำร้ายโครงการเหล่านี้ยังถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ยอมให้ประชาชนในภาคอีสานมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ทั้งรัฐธรรมนูญ 2560 ยังผูกพันการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ขณะที่อานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์ กล่าวว่า การต่อสู้ของประชาชนยังไม่จบเพราะประชาชนยังไม่ได้เอ่ยถึงประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเป็นทางการ นำไปสู่การชุมนุมเสกคาถาปกป้องประชาธิปไตยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 และในที่สุดเป็นการปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 อานนท์กล่าวว่าเป็นโจทย์ชิ้นใหญ่ที่พวกศักดินาพยายามจะลดทอนการต่อสู้เหลือเพียงการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมโจมตีว่า นิสิตนักศึกษาจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ขอเรียนว่า ประชาชนมีกรอบในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และวันนี้ยังยืนยันกรอบดังกล่าว 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์