คดี #ม็อบ13ตุลา เข้ารายงานตัวอีก 6 'ลูกเกด'ขอ รอง.ผบช.1 กับสันติบาล เป็นพยาน

นักกิจกรรมอีก 6 คนเข้ารับทราบข้อหาคดี #ม็อบ13ตุลา รวมแล้วคดีนี้มี 27 คน 'ลูกเกด ชลธิชา' ขอพนักงานสอบสวนเรียก รอง ผบช.น.1 และสันติบาลเป็นพยานฝ่ายจำเลย ทั้งหมดให้การปฏิเสธยืนยันสู้คดี พนักงานสอบสวนนัดส่งสำนวนคดีให้อัยการ 24 พ.ย.ที่จะถึงนี้

3 พ.ย.2563 เวลา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ที่ สน.สำราญราษฎร์  นักกิจกรรม  6 คน ที่เข้าร่วมการชุมนุมกับ #คณะราษฎรอีสาน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2563 ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ได้แก่ ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ชาติชาย แกดำ, อรรถพล บัวพัฒน์, กรกช แสงเย็นพันธ์, กฤษณะ ไก่แก้ว และชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นผู้ต้องหาที่ 22-27 ตามลำดับ

ภาพโดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ชาติชาย แกดำ, อรรถพล บัวพัฒน์ ทั้งหมด 5 ข้อหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ, พ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ป.อาญา ม.385

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ระบุว่า ชินวัตร เป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊กนัดหมายและเข้ามาร่วมชุมนุมพร้อมรถกระบะที่บรรทุกเครื่องขยายเสียงในวันเกิดเหตุ ส่วนชาติชาย แกดำ และอรรถพล  เป็นผู้มาร่วมชุมนุมและขึ้นปราศรัยบนรถเวที จึงแจ้งข้อกล่าวหา

เหตุการณ์ขณะตำรวจชุดคุมฝูงชนเข้าจับกุม ภาพโดย กันต์ แสงทอง

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา กรกช และชลธิชาได้เดินมาทางร่วมชุมนุมและเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าเจรจากับตำรวจ รวมทั้งมีการโพสต์เฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ส่วนกฤษณะ ไก่แก้ว เป็นผู้จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ในการปราศรัย จากพฤติการณ์ดังกล่าวพวกเขาจึงถูกแจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาตรา 16(7) ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน และข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน รวมเป็น 7 ข้อหา

ทั้งนี้ ในระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนกล่าวว่า หากผู้ต้องหายอมให้เปรียบเทียบปรับ คดีก็จะจบในชั้นตำรวจ แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดยืนยันขอต่อสู้คดี โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ชลธิชา แจ้งเร็ว ให้การเพิ่มเติมว่าจะขออ้าง พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบช.น.1) และดาบตำรวจประสิทธิ์ กำแพงมิตร มาให้การในประเด็นที่ว่า ในวันที่เกิดเหตุเห็นตนมาในที่ชุมนุมภายหลังตำรวจเริ่มจับกุมจตุภัทร์กับพวกใช่หรือไม่ ผู้ต้องหาเดินทางมาเพื่อเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช้ความรุนแรงหรือไม่ ผู้ต้องหาไม่ได้ปราศรัยใช่หรือไม่

ต่อมาราว 11.20 น. ดาบประสิทธิ์ กำแพงมิตร เดินทางมาที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อพูดคุยกับชลธิชาว่า ตนไม่อยากมาให้ปากคำเป็นพยาน โดยอ้างว่า ตนเองไม่เคยชี้ตัวชลธิชา เหตุใดจึงอ้างตนเป็นพยาน แต่ทนายความยืนยันว่า เป็นความประสงค์ของชลธิชา หากดาบประสิทธิ์ไม่ต้องการเป็นพยานให้ไปดำเนินเรื่องขอหมายศาลแทน

หลังให้การเสร็จสิ้น ผู้ต้องหาทั้งหมดจะให้การเป็นหนังสือภายในวันที่ 20 พ.ย. 2563 ด้านพนักงานสอบสวนนัดส่งสำนวนให้อัยการ 24 พ.ย. 2563

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์