'สกุลธร' ระบุ 'เป็นผู้เสียหาย' แถมช่วยตรวจสอบจนจับกุมผู้กระทำผิดได้ คดี สนง.ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

'สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ' ระบุ 'เป็นผู้เสียหาย' แถมบริษัทช่วยตรวจสอบว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร จนจับกุมผู้กระทำผิด คดี สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

 

17 ธ.ค.2563 ความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังมีการนำเสนอคำพิพากษาคดีทำเอกสารปลอมแอบอ้างของเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหาร บ.เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของ ธนาธร เช่าที่ดิน 2 แปลง จนศาลมีคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2562 จำคุกประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และ สุรกิจ ตั้งวิทูวนิช นายหน้าค้าที่ดิน ในข้อหาเรียกรับสินบนและปลอมแปลงเอกสารราชการของสำนักทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 3 ปี แล้วนั้น

ล่าสุดวานนี้ (16 ธ.ค.63) BBC ไทย สรุปแถลงการณ์ 6 ข้อของ สกุลธร ที่ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ดังนี้

  • ยืนยันว่าไม่รู้จัก ประสิทธิ เป็นการส่วนตัว และไม่รู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คนอื่นด้วย โดยเพิ่งรู้ว่าประสิทธิเป็นใครหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบคดีแล้วเท่านั้น
  • รู้จักกับสุรกิจในปี 2560 ผ่านนายหน้าอีกคนซึ่งไม่ได้มีความสนิทสนม มีนายหน้าหลายคนรวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับเขา การที่เขาจะบอกให้นายสุรกิจซึ่งเพิ่งรู้จักกันนําเงินไปดําเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทําที่ทุจริตจึงเป็นไปไม่ได้
  • ตลอดการทำงานเขาได้เน้นย้ำถึงความโปร่งใสและการทํางานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า " ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่าง ๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า"
  • การชําระเงินตามที่มีข่าวออกไป เป็นการชําระค่าจ้างในลักษณะของ real estate consultancy ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยในกรณีนี้เขาได้รับความเสียหายจากเอกสารราชการที่ถูกทำปลอมขึ้นเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทํางานอันจะทําให้มีสิทธิขอเบิกค่าจ้างตามสัญญากำหนดไว้ได้
  • ได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2560 เชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พ.ย. 2560 แต่ภายหลังทราบว่า เป็นหนังสือที่ถูกปลอมแปลงขึ้น และเขาได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่าขอยกเลิกการประชุมก่อนที่จะถึงวันประชุม 1 วัน เป็นเหตุให้รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าว และได้รับการตอบกลับว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด เขาจึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ
  • สกุลธรระบุว่า การที่ทางบริษัทของเขาตรวจสอบเอกสารจนค้นพบความจริงทั้งหมด แสดงถึงความบริสุทธิ์ว่า ไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังช่วยให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมจนพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร ทำให้สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ในที่สุด
  • สกุลธรยืนยันว่า เป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้ และยืนยันในความบริสุทธิ์ สิ่งที่ได้ชี้แจงไปก็ปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก และค่านายหน้าที่ตกลงกันนั้นเป็นไปตามมาตรฐานของธุรกิจ ซึ่งจะมีการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินแล้ว

"ข้าพเจ้าขอยืนยันสิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดําเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว" สกุลธรระบุในแถลงการณ์

สำหรับกรณีนี้เป็นประเด็นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เว็บไซต์ 'The Truth' เผยแพร่คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางโดยพาดหัวข่าวว่า "เปิดคำพิพากษา!! คดีหลอก 'น้องธนาธร' ยัดเงินใต้โต๊ะสำนักงานทรัพย์สินฯ" และสื่อหลายที่นำมาเผยแพร่ต่อ เช่น ผู้จัดการออนไลน์ สำนักข่าวอิศรา และไทยโพสต์ เป็นต้น ซึ่งเป็นคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2562 ต่อมาวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกร้องให้มีการตรวจสอบพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้ว่าเหตุใดจึงไม่ระบุชื่อนายสกุลธรเป็นผู้ต้องหาในสำนวนคดีที่ส่งให้อัยการ และในวันนี้ (9 ธ.ค.) วัชระได้ยื่นหนังสือร้องเรียนในประเด็นเดียวกันนี้อีกครั้งต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร ที่มี สิระ เจนจาคะ เป็นประธาน ตรวจสอบกรณีนี้ จนเป็นประเด็นให้สำนักงานอัยการสูงสุดและผู้บังคับการกองปราบปรามออกมาแถลงข่าวชี้แจง ว่าคดีอยู่ในชั้นสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์