Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จากกรณีเรือ 'เอเวอร์กีเวน' กีดขวางการจราจรทางน้ำที่คลองสุเอช ส่งผลกระทบต่อการขนส่งลำเลียงและเศรษฐกิจโลก ล่าสุดประธานบริษัทเจ้าของเรือ 'เอเวอร์กีเวน' ซึ่งเป็นคนละบริษัทกับกิจการขนส่งที่ใช้เรือนี้ได้ออกมาขอโทษแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่คลองสุเอชระบุว่าสาเหตุน่าจะเป็นเพราะแรงลม ไม่พบความผิดปกติของเครื่องยนต์

เจ้าของเรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ 'เอเวอร์กีเวน' ที่กีดขวางทางเดินเรือที่คลองสุเอชมาตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้วจนถึงตอนนี้แถลงขอโทษเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมาและกล่าวในวันที่ 27 มี.ค. ว่าพวกเขาหวังว่าจะทำให้เรือนี้ลอยได้อีกครั้ง โดยอาจจะใช้วิธีการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์สินค้าออกเพื่อลดน้ำหนักของเรือลง

ยูกิโตะ ฮิงากิ ประธานบริษัทของญี่ปุ่นโชเอย์คิเซนเคเคที่เป็นบริษัทเจ้าของเรือ "เอเวอร์กีเวน" แถลงว่า "พวกเราขอโทษในเรื่องการกีดขวางการจราจรทางเรือและสร้างปัญหาอย่างมหาศาล ทำให้เกิดความวิตกแก่ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มบุคคลหลายหมู่คณะ"

ในวันถัดจากนั้นทางบริษัทเจ้าของเรือก็แถลงในอีกเรื่องหนึ่ง ระบุว่าพวกเขาหวังว่าจะทำให้เรือกลับมาลอยได้อีกครั้ง โดยกำลังพิจารณาเรื่องการนำตู้คอนเทนเนอร์ออกจากตัวเรือเพื่อลดน้ำหนักลง แต่ก็บอกว่ามันเป็นเรื่องยากมากและเป็นปฏิบัติการที่มีความละเอียดอ่อน ถ้าหากความพยายามทำให้เรือลอยได้อีกครั้งยังคงล้มเหลว หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาใช้เรือพ่วงลาก 10 ลำ รวมถึงใช้คนงานขุดลอกตลิ่งและพื้นทะเลใกล้กับหัวเรือเพื่อหวังว่าจะทำให้เรือลอยได้อีกครั้งถ้าหากมีคลื่นหนุนสูง

ทั้งนี้ในวันที่ 27 มี.ค. เจ้าหน้าที่คลองสุเอชของอียิปต์ยังแถลงว่าเครื่องยนต์เรือเริ่มกลับมาใช้ได้ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 26 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าไม่มีปัญหาเครื่องยนต์เกิดขึ้นกับเรือซึ่งอาจจะช่วยทำให้เรือแล่นออกจากการเกยตื้นในครั้งนี้ได้

เอเวอร์กีเวน เป็นเรือบรรทุกสินค้าติดธงปานามามีความยาว 400 เมตร ซึ่งถือว่าสูงกว่าหอไอเฟล เป็นเรือที่ใช้บรรทุกขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป เรือลำนี้เข้าไปเกยตื้นพื้นดินข้างๆ ของช่องแคบคลองสุเอชตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยช่องแคบนี้เป็นช่องทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมระหว่างแอฟริกากับคาบสมุทรไซนาย จากการสืบสวนเบื้องต้นระบุว่าเรือลำนี้เกยตื้นเพราะแรงลมไม่ใช่เพราะเครื่องยนต์หรือกลไกอื่นๆ ในเรือล้มเหลวแต่อย่างใด

เอเวอร์กีเวนจดทะเบียนในปานามาให้เป็นเรือที่ใช้งานในบริษัทขนส่งที่ชื่อ "เอเวอร์กรีน" เดิมทีแล้วเรือลำนี้มีกำหนดการจากท่าเรือของจีนมุ่งหน้าไปังรอตเทอร์ดามประเทศเนเธอร์แลนด์โดยตั้งใจจะผ่านทางคลองสุเอชไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สื่อบีบีซีระบุว่าการเกยตื่นจดสร้างความคิดขัดในครั้งนี้ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ช่องทางเดินเรือคิดเป็นช่องทางเดินเรือสำหรับการค้าร้อยละ 12 ของโลก การเกยตื้นจนกีดขวางช่องทางจึงทำให้ส่งผลกระทบเกิดสภาวะติดขัดทางจราจรเรือ ซึ่งมีเรือ 321 ลำได้รับผลกระทบจากการติดขัดนี้อ้างอิงจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำคลองสุเอช

เรื่องนี้ทำให้เรือบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเส้นทางมุ่งลงไปทางใต้เพื่ออ้อมไปทางใต้ของทวีปแอฟริกา แต่ก็มีเรืออีกบางส่วนที่จะเดินทางไปตามเส้นทางเดิม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการเปลี่ยนเส้นทางเรือจะทำให้ต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และทำให้เรือเหล่านั้นเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางโจรสลัด

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานโลกยังมีเรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับการชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะการขาดแคลนสินค้าด้วย แดเนียล สแตนตัน ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้กล่าวว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ส่งผลต่อการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานได้สูง ยังเป็นเรื่องยากที่จะประเมินผลกระทบ แต่ถ้าหากจะมีผลกระทบจริงทางยุโรปจะรู้สึกถึงการขาดแคลนสินค้าได้ก่อนหน้าสหรัฐฯ จากการที่ สินค้าต่างๆ ส่งถึงล่าช้า เรื่องนี้สแตนตันชี้ว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงว่า "ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของพวกเรามีความเปราะบางมากเพียงใด และพวกเราต้องพึ่งพิงช่องแคบจุดเดียวมากกขนาดไหน"

"หวังว่าพวกเราจะเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้" สแตนตันกล่าว

เรียบเรียงจาก
Suez Canal: Ever Given owners hope to refloat giant ship on Saturday, NBC, 27-03-2021
Egypt's Suez Canal blocked by huge container ship, BBC, 25-03-2021

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง