กมธ. พัฒนาการเมืองฯ เผยผลถกส่วนตัว ตุลาการศาล รธน. ประชาชนสามารถเลือก สสร. ได้ 100% ไม่ต้องให้รัฐสภารับรอง แต่ห้ามเลือก กมธ.ยกร่างฯ พริษฐ์เผย ปชน.ปรับเปลี่ยนร่างหรือไม่ขอหารือในพรรค
19 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 9.30 น. ณ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุัมครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธาน กมธ. พัฒนาการเมืองฯ พร้อมกับ สส.หลายพรรค นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าหารือกับ 3 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ สราวุธ ทรงศิวิไล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
โดยเข้าหารือในประเด็นเรื่องความชัดเจนของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” และหาขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
การหารือเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 11.33 น. ทางคณะ สว. และ สส.ได้แถลงต่อสื่อมวลชนถึงผลการหารือกับทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
นรเศรษฐ์ เผยถึงผลการปรึกษากับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยทางนครินทร์ ระบุว่าไม่ได้ขัดข้องเรื่องการมีคูหาเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเลือก สสร. แต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่สามารถมาจากการเลือกของประชาชนได้โดยตรง แต่ถ้าเป็นสภาการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือสภาที่ปรึกษา ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ให้มา กมธ.ยกร่างฯ ไม่มีประเด็นติดขัดอะไร
พริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อธิบายว่าสิ่งเดียวที่ห้ามในมุมมองของเขา (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) คือการที่ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้โดยตรง เขาใช้คำว่าไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์การเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายถึง ถ้ามี สสร.ที่มีอำนาจในการยกร่าง หรือพิจารณาและให้ความเห็นชอบกับร่างฯ ที่ทาง กมธ.ยกร่างฯ จัดทำขึ้นมา สสร.ลักษณะดังกล่าวมาจากการเลือกตั้งได้
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า หมายความว่า เลือกตั้ง สสร.ได้โดยตรง 100% โดยไม่ต้องให้สมาชิกรัฐสภารับรองอีกชั้น ใช่หรือไม่ พริษฐ์ ตอบว่า “ใช่ครับ”
ส่วน สสร.จะสามารถเลือก กมธ.ยกร่างฯ ได้หรือไม่ พริษฐ์ กล่าวพร้อมกันว่า ความเห็นของตุลาการ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ จะให้ สสร.ที่มาจากเลือกตั้ง เลือก กมธ.ยกร่างฯ สามารถทำได้
นอกจากนี้สื่อได้มีการสอบถามถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน ซึ่งมี 2 ร่าง และทาง สว. ซึ่งมี 1 ร่าง จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ หลังจากหารือกับทางคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนมีคำวินิจฉัย พรรคประชาชนยืนยันมาตลอดว่า เราต้องการให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% แต่ว่าพอมาเจอคำวินิจฉัย 18/2568 ก่อนหน้านี้พอมันไม่มีความชัดเจน เราก็ต้องออกแบบวิธีการที่เชื่อว่าจะไม่ขัด แต่มาวันนี้ในเมื่อเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า สสร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แล้ว สสร.อาจจะมีการตั้งกรรมธิการยกร่างฯ ในเมื่อตรงนี้ชัดเจนว่าไม่ขัดคำวินิจฉัย อาจจะมีการหารือกับทางพรรคว่าจะมีการปรับปรุงร่างของเราหรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดยืนของเราให้ได้มากที่สุด อาจจะเหลือร่างเดียวหรือไม่ ขอหารือในพรรคก่อน
พริษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทางพรรคประชาชนมีทั้งหมด 2 ร่าง โดยร่างแรกให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. โดยตรง 150 คนแล้วให้รัฐสภารับรอง และร่างที่ 2 ให้ประชาชนเลือก สสร. 300 คนแล้วให้รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 150 คน ซึ่งทั้ง 2 ร่าง ยังไม่มีการเลือกตั้ง สสร. 100% โดยตรง เพราะเรากังวลว่าจะติดขัดคำวินิจฉัย แต่วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าไม่ขัดคำวินิจฉัย ก็อาจจะมีการหารือภายในพรรค และกลับไปอ้างอิงร่างปี 2568 ซึ่ง สสร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 100%
นรเศรษฐ์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ สว. อาจมีความแตกต่างในเชิงรายละเอียด คือในส่วนของที่มา สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ประชาชนจะได้เลือกโดยตรง คิดว่าไม่ขัดแย้งกับตุลาการฯ ที่มาให้ความเห็นวันนี้
ส่วน กมธ. ยกร่างฯ จำนวน 35 คน ที่ในร่างของ สว. ที่ให้รัฐสภาเลือกทั้งหมด โดยสมาชิกรัฐสภา 1 คน มีสิทธิลง 1 คะแนนเสียง เพื่อให้ตัวแทนของ กมธ.ยกร่างฯ มีความหลากหลาย และให้สถาการมีส่วนร่วมของประชาชนรับรอง เพื่อเพิ่มความยึดโยงกับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนที่มีหน้าที่ยกร่างไม่ใช่เข้ามาเขียนอย่างที่ใจคิดได้ ก็ต้องเขียนตามกระบวนการรายงานรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และก็ กมธ.ยกร่าง ทำหน้าที่เหมือนช่างเทคนิคมาแปลงความเห็นที่มาจากประชาชน มาเป็นเนื้อหาใน รธน.
“ทุกท่านโดยเฉพาะท่านนครินทร์ ที่เป็นแกนหลักการแลกเปลี่ยน และก็ไม่ได้ประเด็นขัดแย้งในเรื่องของคูหา“ นรเศรษฐ์ กล่าว
ต่อประเด็นที่สื่อสอบถามว่า กรณีที่นครินทร์ หมดวาระลงแล้ว และหากมีการสรรหาคนแทนได้ จะส่งผลกระทบต่อความเห็นส่วนตนตรงนี้หรือไม่ พริษฐ์ ตอบว่า เขาคิดว่ามันจะเหมือนตอนที่ไปหารือเรื่องการทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง ในการจัดทำ รธน.ใหม่ ตอนนั้นประธานรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภาบางส่วนมองว่าต้องทำ 3 ครั้งแยกจากกัน แต่เรามองว่าต้องทำ 2 รอบได้ หลังจากการหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการนำความเห็น ไปหารือกับประธานรัฐสภาเพื่อทบทวนการตัดสินใจ และก็มีการทบทวน ซึ่งนำไปสู่การตีความคำวินิจฉัย และผลออกมาว่า ทำ 2 รอบพอ เขาคิดว่ามันเป็นลักษณะเดียวกัน
ประเด็นต่อมา พริษฐ์ กล่าวว่า เราเข้าใจคำวินิจฉัยอย่างชัดเจนขึ้น หลังจากนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนเหตุผลของฝ่ายการเมืองมากกว่า ว่าจะออกแบบ สสร. และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อย่างไร และพรรค ปชน. มองว่า เราต้องการให้มี สสร. โดยตรง 100%
“ขั้นต่ำ ประธานรัฐสภาบรรจุ (ทุกร่าง) ยิ่งไปกว่านั้น ผมก็หวังว่าเมื่อได้รับความชัดเจนเช่นนี้แล้ว สมาชิกรัฐสภาจะไม่มีการหยิบยกคำวินิจฉัยนี้มาเป็นข้ออ้างในการปัดตกข้อเสนอที่มีการเลือกตั้ง สสร. 100%“ พริษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ นรเศรษฐ์ได้พูดถึงความคืบหน้าเรื่องการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสมาชิกวุฒิสภาว่า ปัจจุบันได้เสียงสนับสนุนจากทางพรรคประชาธิปัตย์ และมีการพูดคุยกับทางพรรคประชาชน คาดว่าทางพรรคประชาชนจะสนับสนุนร่างของทางสมาชิกวุฒิสภา ทำให้เสียงเกิน 140 เสียง และสามารถนำไปพิจารณาต่อในการประชุมรัฐสภาได้
