ประธานาธิบดีสหรัฐฯ-อิหร่าน ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ใน "บันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัด" (Islamabad MOU) ขยายการหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ครอบคลุมทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และปูทางเจรจาเรื่องนิวเคลียร์และมาตรการคว่ำบาตร โดยปากีสถาน กาตาร์ และตุรกีเป็นตัวกลาง นานาประเทศรวมถึงรัสเซีย จีน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่นต่างแสดงความยินดี แม้อิหร่านยืนกรานไม่ยอมส่งยูเรเนียมออกนอกประเทศและไม่เจรจาเรื่องขีปนาวุธ
19 มิถุนายน 2026 สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ได้ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding - MOU) เพื่อขยายเวลาการหยุดยิงในสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในกระบวนการสันติภาพระบุว่า "บันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัด" (Islamabad MOU) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา (17 มิ.ย.)
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการที่อิหร่านยืนยันความมุ่งมั่นที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การยุติสงครามในทุกแนวรบ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทั้งนี้ สงครามได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนที่จะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราวเพื่อระงับการสู้รบที่รุนแรงที่สุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 ข้อตกลงล่าสุดนี้จะขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อปูทางไปสู่การเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อเตหะราน และการปล่อยทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้
Al Jazeera ได้รวบรวมปฏิกิริยาจากนานาประเทศและหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลก ดังนี้
อิหร่าน
ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายาตอลลาห์ มอจตาบา คาเมเนอี กล่าวเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) ว่า เขาได้อนุมัติข้อตกลงดังกล่าวแม้ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่างออกไป โดยไม่ได้ขยายความเพิ่มเติม เขาระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า ได้อนุญาตเนื่องจากคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดีอิหร่าน ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดให้ไว้ในการปกป้องสิทธิ์ของชาติอิหร่านและแนวร่วมต่อต้าน ด้านเอสมาอิล บาเฆอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงต่อสื่อมวลชนว่า อิหร่านจะเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงของสหรัฐฯ อย่างเข้มงวดโดยไม่มีการผ่อนปรน และโครงการขีปนาวุธของอิหร่านจะไม่อยู่ในวาระการเจรจา รวมถึงเตหะรานจะไม่ส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกนอกประเทศ และจะร่วมมือกับโอมานในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซโดยการเรียกเก็บค่าบริการ
สหรัฐอเมริกา
ภาพฟุตเทจวิดีโอขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในข้อตกลงชั่วคราวที่พระราชวังแวร์ซายเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) แสดงให้เห็นว่าเขาหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจรดปากกาลงบนกระดาษ พร้อมกล่าวกับผู้เข้าฟังว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" ต่อมาในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) เขาระบุว่าสหรัฐฯ คาดหวังให้มีการหยุดยิงโดยสมบูรณ์ในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่มองว่าเป็นการสูญเสียงบประมาณภาษีและไม่ได้จำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมากพอ แต่ก็มีสมาชิกบางคน เช่น วุฒิสมาชิกโรเจอร์ มาร์แชลล์ ที่ออกมาสนับสนุนและชื่นชมว่าเป็นข้อตกลงที่ชนะ (winning deal) ซึ่งดีกว่าข้อตกลงในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ทรัมป์เคยถอนตัวในปี 2018
อิสราเอล
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวเป็นนัยถึงข้อตกลงดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และระบุว่าวอชิงตันได้ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับอิสราเอลในระหว่างสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นความร่วมมือที่อิสราเอลซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง แม้ว่าการต่อสู้จะยังไม่สิ้นสุดและยังมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า
ปากีสถาน
นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ประกาศว่าบันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัดได้รับการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วโดยผู้นำทั้งสองประเทศ และได้รับการรับรองจากเขาในฐานะตัวกลาง ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขความขัดแย้งผ่านทางการทูต
กาตาร์
กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ถือว่าบันทึกความเข้าใจนี้เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขความต่างผ่านการเจรจาอย่างสันติ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อความพยายามของปากีสถานและฝ่ายอื่นๆ ในการลดความตึงเครียด
สวิตเซอร์แลนด์
กระทรวงการต่างประเทศของสวิตเซอร์แลนด์ แถลงว่า การลงนามครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสู่การลดความรุนแรงในภูมิภาค และระบุว่าผู้เกี่ยวข้องจะประชุมร่วมกันที่เมืองเบือร์เกินชต็อคในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) เพื่อเจรจาขั้นต้นเกี่ยวกับการบังคับใช้ข้อตกลง
สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ผู้อำนวยการใหญ่ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) นายราฟาเอล กรอสซี ยินดีกับข้อตกลงชั่วคราวนี้ โดยระบุว่า "ตอนนี้บันทึกความเข้าใจเกิดขึ้นแล้ว จากนี้งานด้านเทคนิคกำลังจะเริ่มต้นขึ้น" และถึงเวลาที่หน่วยงานจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อกำหนดขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมในการจัดการโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
ฝรั่งเศส
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ได้เผยแพร่วิดีโอขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในบันทึกความเข้าใจที่พระราชวังแวร์ซายผ่านทางแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยปูทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเป็นก้าวสำคัญในทิศทางที่ถูกต้องซึ่งจะส่งผลให้ราคาพลังงานลดลงในเร็วๆ นี้
ฮิซบอลเลาะห์
ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ นาอิม กัสเซม ยกย่องข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ชัยชนะครั้งใหญ่" และขอบคุณอิหร่านที่เชื่อมโยงแนวรบเลบานอนเข้าด้วยกันจนบีบให้อิสราเอลยุติการก้าวร้าวได้ พร้อมเน้นย้ำว่าการเจรจากับอิสราเอลในอนาคตควรเน้นที่ความมั่นคงร่วมกันเท่านั้น และจะไม่มีการยอมรับข้อเสนอใดๆ ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการปลดอาวุธ
จีน
กระทรวงการต่างประเทศของจีน โดยโฆษกลิน เจียน แถลงข่าวว่า จีนยินดีต่อการลงนามในข้อตกลงชั่วคราวนี้ และหวังว่าทั้งสองประเทศจะดำเนินการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผลและเป็นไปได้จริง รวมถึงปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน
รัสเซีย
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยินดีต่อข้อตกลงดังกล่าว และมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การยุติความขัดแย้งอย่างถาวร โดยกล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน (Russia-Association of Southeast Asian Nations - ASEAN) ณ เมืองคาซาน ว่าการสร้างเสถียรภาพในตะวันออกกลางจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดพลังงานโลก ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียระบุผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่าทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามความเข้าใจที่เกิดขึ้นอย่างเคร่งครัด รวมถึงในเลบานอนด้วย
ญี่ปุ่น
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ระบุว่า สิ่งสำคัญคือต้องเร่งฟื้นฟู "การเดินเรือที่เสรีและปลอดภัย" ในช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วผ่านการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจของทุกฝ่าย และหวังว่าทั้งวอชิงตันและเตหะรานจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์และเรื่องที่ค้างคาอื่นๆ ได้ผ่านการเจรจาในอนาคต
