ผู้คนมีงานอดิเรกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19 แบบเดียวกับยุคเศรษฐกิจตกต่ำ 1930s

นักวิจัยประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่มีวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ผู้คนมีงานอดิเรกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น คล้ายกับยุคสมัยที่เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ช่วงคริสตทศวรรษที่ 1930s เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นสภาวะการว่างงานที่เกิดขึ้นจากมาตรการต่อ COVID-19 และเป็นไปได้ว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้กับวิถีชีวิตคนเรา

ถ้าหากในช่วงยุคสมัยเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงคริสตทศวรรษที่ 1930s ทำให้คนหันมาฆ่าเวลาด้วยการเล่นไพ่บริดจ์ ในปี 2563 ที่มีการระบาดหนักของ COVID-19 ผู้คนก็หันมาฆ่าเวลาด้วยการเล่นวิดีโอเกม "แอนิมอลครอสซิง"

ไม่เพียงแค่วิดีโอเกมเท่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้คนทำงานอดิเรกเพิ่มขึ้นจำนวนมากคล้ายกับในช่วงเดียวกับที่มีเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อ 90 ปีที่แล้วที่เรียกว่า The Great Depression

สตีเฟน มีห์ม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งจอร์เจียกล่าวว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเพราะชาวอเมริกันมีเวลาว่างมากในระดับคาดไม่ถึงในช่วงการระบาดหนักของ COVID-19 แบบเดียวกับในช่วงที่เศรษฐกิจตำต่ำครั้งใหญ่ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ชี้ว่าการว่างงานทำให้ผู้คนงานอดิเรกต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

สตีเวน เอ็ม เกลเบอร์ ผู้เขียนบทความให้กับสื่อมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดเกี่ยวกับเรื่องงานอดิเรกในช่วงยุคสมัยเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อ 90 ปีที่แล้วระบุว่า ภาวะที่มีผู้คนว่างงานจำนวนมากเช่นนี้ทำให้งานอดิเรกกลายเป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้นด้วย

เกลเบอร์ระบุว่า ไม่ว่าจะในระดับเทศบาล โรงเรียน กลุ่มธุรกิจ ต่างก็ให้การสนับสนุนชมรมงานอดิเรกต่าง ๆ สื่อต่าง ๆ อย่างหนังสือพิมพ์, นิตยสาร และวิทยุ ต่างก็เน้นพูดถึงกิจกรรมงานอดิเรกกันเป็นเรื่องปกติ มีองค์กรระดับประเทศหลายองค์กรที่เกิดขึ้นมาเพื่อส่งเสริมงานอดิเรกโดยเฉพาะ งานอดิเรกการสะสมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่ทำตาม

ในยุคสมัยเศรษฐตกต่ำปี 1930s นั้นผู้คนหันมาทำงานอดิเรกจำพวกสะสมสแตมป์, ทำดนตรี, ทำงานไม้ และดูนก สาเหตุส่วนใหญ่ที่คนหันมามีงานอดิเรกมากขึ้นเพราะมีคนตกงานจำนวนมาก หรือแม้แต่คนที่ยังมีงานทำก็มีการลดชั่วโมงทำงานลง

สื่อซีเอ็นเอ็นระบุว่าการว่างงานในยุค COVID-19 นี้หนักกว่าในยุคสมัยเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อ 90 ปีที่แล้ว จากสถิติในสหรัฐฯ ระบุว่าการชัดดาวน์ในช่วงโรคระบาดส่งผลให้คนออกจากงานมากถึง 22 ล้านตำแหน่ง ในปีที่แล้ว และถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะค่อย ๆ กลับมาเปิดทำการใหม่อีกครั้งแล้ว แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงมีตำแหน่งงานน้อยลง 9.5 ล้านตำแหน่งเมื่อเทียบกับในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว

มิห์มกล่าวว่าการที่ผู้คนหางานอดิเรกใหม่ ๆ ทำแบบเดียวกับช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เป็นเพราะพวกเขาอยากหาอะไรทำแตกต่างกันไม่ให้ตัวเองว่างอยู่เปล่า ๆ และสิ่งเหล่านี้ต้องมีค่าใช้จ่ายไม่สูงด้วย

นักจิตวิทยาคลินิค เจฟฟ์ การ์แดร์ บอกว่าในช่วงเวลาที่ผู้คนรู้สึกไม่มั่นคงและขาดเสถียรภาพอย่างในช่วงการระบาดหนักของ COVID-19 เป็นช่วงที่ผู้คนรู้สึกว่าโลกและการดำรงอยู่ของสิ่งต่าง ๆ เป็นไปในแบบที่พวกเขาไม่คุ้นเคย พวกเขาจึงแสวงหาสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกคุ้นเคย ทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจ, มั่นคง, ปลอดภัย และเป็นสุข งานอดิเรกใหม่ๆ ของผู้คนเหล่านี้จึงเป็นเสมือนการดูแลสภาพจิตใจตัวเอง (self-care) อย่างหนึ่ง

มีการตั้งข้อสังเกตว่างานอดิเรกที่เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่นั้นหลายอย่างยังคงอยู่ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในตอนนั้นคลี่คลายแล้ว เช่น กิจกรรมการดูนกเป็นต้น ขณะเดียวกันลักษณะงานอดิเรกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง COVID-19 ก็แตกต่างกับยุคนั้นเนื่องจากยุคสมัยและเทคโนโลยี เช่น มีงานอดิเรกจำพวกพาวเวอร์พอยต์ปาร์ตี หรือการร่วมกิจกรรมท้าทายในสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่คงอยู่ต่อไปในอนาคตหลังจาก COVID-19 คลี่คลายไปแล้ว

นอกจากนี้ยังมีอีกข้อสังเกตหนึ่งคืองานอดิเรกของช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ 90 ปีที่แล้วเป็นงานอดิเรกที่ไม่ได้ถูกจำกัดในเชิงสังคม ทำให้งานอดิเรกในช่วงปี ค.ศ.1920s-1930s เป็นไปในลักษณะที่ทำให้ผู้คนพบหน้ากันได้ใกล้ชิด ต่างจากช่วง COVID-19 ที่ผู้คนต้องประคองตัวเองในสภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ที่มีการให้กักตัวเองเพื่อควบคุมโรคภายในบ้าน นั่นทำให้งานอดิเรกส่วนใหญ่กลายเป็นงานที่ทำภายในบ้าน ที่พักอาศัย หรือในอาคารต่าง ๆ โดยเฉพาะงานอดิเรกจำพวกที่เชื่อมโยงกับโลกเสมือนจริง

มิห์ม ตั้งข้อสังเกตว่าอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้คนเข้าถึงงานอดิเรกหายากแบบที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ยังทำให้เชื่อมโยงและเรียนรู้ผู้คนที่โดยปกติแล้วจะไม่สามารถพบเจอได้ในชุมชนรอบตัวพวกเขาเอง แต่ใน-ณะเดียวกันการที่อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้คนมีทาเลือกงานอดิเรกจำนวนมากก็ส่งผลย้อนแย้งทำให้ลดการผูกพันธะร่วมกันของผู้คนลง

ทั้งนี้มิห์มก็ประเมินว่ามีงานอดิเรกและวิถีชีวิตหลายอย่างที่ทำให้คนต้องปรับตัวในช่วง COVID-19 จะยังคงมีอยู่ต่อไปแม้ว่าวิกฤต COVID-19 จะคลี่คลายลงแล้ว เช่น งานอดิเรกที่ทำให้คนเข้าหาโลกเสมือน กับการจัดชันเรียนหรืองานอีเวนต์แบบออนไลน์จะกลายเป็นสิ่งที่มีออกมามากขึ้น

มิห์มบอกว่าสิ่งที่ทำให้คนสนใจในลักษณะเฉพาะจริง ๆ ต่อให้เป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยรู้จักแต่ถ้ามีกลุ่มสังคมย่อย ๆ ผูกพันธะกันไปเรื่อย ๆ ก็จะยังคงทำให้ผู้คนสนใจสิ่งเหล่านั้นอยู่ ตรงกันข้ามกับอะไรที่เป็นกระแสแฟชั่นจะดับหายไปเร็วกว่า

เรียบเรียงจาก
Wave of new hobbies during the pandemic mirrors trend during Great Depression, CTV News, 04-04-2021

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์