แจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 9 ผู้ปราศรัย #ม็อบ24มีนา 'มายด์' พ่วงข้อหา ม.112

แจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 9 ผู้ปราศรัย #ม็อบ24มีนา 'มายด์' ถูกแจ้งมาตรา 112 ด้วย ทั้งหมดให้การปฏิเสธ ก่อนปล่อยตัวไม่ใช้หลักทรัพย์ประกัน ตำรวจนัดฟังคำสั่ง 27 เม.ย. 2564

8 เม.ย. 2564 ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, ชาติชาย แกดำ, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ธนพร วิจันทร์, เบนจา อะปัญ, ชุมาพร แต่งเกลี้ยง, คณพศ (สงวนนามสกุล), และณัฏฐธิดา มีวังปลา เดินทางมารับทราบข้อหาที่ สน.ลุมพินี ตามหมายเรียกฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากการกิจกรรม #ม็อบ24มีนา

ประมาณ 10.30 น. ผู้ได้รับหมายเรียกทั้ง 9 คน เดินทางมาถึง สน.ลุมพินี โดยอรรถพล บัวพัฒน์ ผู้ได้รับหมายเรียกอีกคนจะเดินทางตามมาภายหลัง เนื่องจากติดนัดพิจารณาคดี 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการ รวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย อันเป็นการร่วมกันฝ่าฝืนประกาศหัวหน้า ผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง จากการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2564 โดย พ.ต.ต.สิทธิ ศักดิ์ สุดหอม เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีคนที่ขึ้นปราศรัยในฐานะแกนนำจัดกิจกรรม

นอกจากนี้ ภัสราวลียังถูกแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา จากการปราศรัยในวันเดียวกัน

ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 23 เม.ย. 2564 ขณะที่พนักงานสอบสวนนัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 27 เม.ย. 2564 และอนุญาตปล่อยตัวโดยไม่ใช้หลักประกัน

ด้าน ‘มายด์’ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้ารับทราบข้อหาว่า ตนเป็นคนเดียวที่ได้รับหมายเรียกข้อหามาตรา 112 ในคดีนี้ เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่คงใช้ทุกมาตรการเพื่อลดทอนการชุมนุม แต่คงไม่อาจทำสำเร็จ เพราะประชาชนได้รับฟังเหตุผลที่เราพูดแล้ว และเรายืนยันว่าสิ่งที่เราพูดถูกต้อง

ภัสราวลีกล่าวต่อว่า ตนไม่กังวลถ้าจะถูกนำตัวไปฝากขัง แต่ขอให้เจ้หน้าที่พิจารณาดูให้ดี อย่างที่เคยเตือนแล้วว่าต้องดูจังหวะให้ดี เพราะการนำคนไปขังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนถ้าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องการปรับตัวก็ควรทำตามข้อเรียกร้อง เช่น ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง และทรัพย์สินใดที่เป็นสาธารณะสมบัติก็ควรโอนคืนกลับมาเพื่อส่งต่อไปยังพระมหากษัตริย์รัชกาลต่อๆ ไป ที่เรียกร้องเช่นนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต

เมื่อผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับข้อหาตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ภัสราวลี ตอบว่า เห็นชัดแล้วว่า กฎหมายเหล่านี้ไม่ได้แก้ปัญหาโควิด-19 แต่ใช้สกัดผู้เห็นต่าง และการระบาดรอบใหม่ก็ไม่ได้เกิดจากความละเลยของประชาชนธรรมดา ประชาชนดูแลตนเองอย่างเต็มที่ แต่คนที่ละเลยอาจเป็นคนที่ยกตนข่มคนอื่นอยู่

ด้านเบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า วันนี้มารายงานตัวตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นจนเป็นปกติ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์