'ภาคีเซฟบางกลอย' รำลึก 7 ปีบิลลี่ กับ 25 ปีใจแผ่นดินที่ยังเดินไม่ถึง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2564 มติชนออนไลน์ รายงานว่านับเป็นเวลากว่า 7 ปีที่ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หายตัวไปอย่างลึกลับ โดยเมื่อวันที่ 16 เม.ย. “หน่อแอะ” ลูกชายของปู่คออี้ ได้ทำพิธีเรียกขวัญหลานชาย ขอดวงวิญญาณ “บิลลี่” กลับบ้าน

 

แถลงการณ์ภาคี save บางกลอย  7 ปี บิลลี่ กับ 25 ปีของการเดินทางกลับใจแผ่นดินที่ต้องแลกด้วยชีวิต เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว...

โพสต์โดย ภาคีSaveบางกลอย เมื่อ วันเสาร์ที่ 17 เมษายน  2021

 

นอกจากนี้ภาคีเซฟบางกลอย จัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึก “7 ปีบิลลี่ กับ 25 ปีของการเดินทางกลับใจแผ่นดิน ที่ต้องแลกด้วยชีวิต” พร้อมออกแถลงการณ์ ระบุว่าเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ที่สังคมไทยได้รับรู้เรื่องราวการหายสาบสูญของ บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักปกป้องสิทธิเพื่อที่ดินทำกินและผืนป่าที่เป็นดังลมหายใจของพี่น้องชาวบางกลอยที่เรียกว่า “ใจแผ่นดิน” ที่ถูกทำให้สูญหายอย่างเงียบงัน และมีคนที่พยายามทำให้การหายตัวไปของบิลลี่เป็นเพียงแค่ข่าวลือที่กลบเกลื่อนการไม่พูดถึงอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่ความจริงย่อมเป็นความจริง และมันเลวร้ายเกินกว่าที่มนุษย์จะกระทำกับมนุษย์ได้ เพราะได้มีการค้นพบถังแดงที่บริเวณเชิงสะพาน ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งในถังนั้น พบเศษกระดูกของมนุษย์คนหนึ่ง และได้มีการตรวจสอบ DNA แล้วค้นพบว่ากระดูกนั้นคือบิลลี่

ความจริงก็ปรากฏว่าเขาถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายทารุณ เป็นความโหดเหี้ยมที่มนุษย์กระทำต่อกัน เพียงเพราะออกมาเรียกร้องสิทธิในความเป็นมนุษย์ของพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดิน

น้ำตาของพี่น้องเป็นประจักษ์พยานอีกครั้ง

บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ที่ทุกคนรู้จักเป็นที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และรักในความเป็นธรรมอย่างที่สุด และอาจจะไปขัดแข้งขัดขาต่อผู้มีอำนาจที่ต้องการจะกอบโกยพื้นที่ของใจแผ่นดิน และผลักไสไล่ส่งพี่น้องชาวบางกลอยอยู่ตลอด

การทำให้บิลลี่ไร้สิ้นลมหายใจก็เป็นดังการทำลายเหยียบย่ำหัวใจของพี่น้องชาวบางกลอยอย่างถึงที่สุด รวมถึงคนที่ออกมาพูดแทน เป็นกระบอกเสียงเพื่อพี่น้องอย่าง อาจารย์ป๊อด ทัศกมล โอบอ้อม ก็ถูกฆ่าเช่นกัน เขาถูกยิงตายหน้าบ้าน

น้ำตาของพี่น้องเป็นประจักษ์พยานอีกครั้ง

ซึ่งเป็นเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมานั้นการขับไล่ให้พี่น้องชาวบางกลอยได้ระหกระเหินออกจากใจแผ่นดินนั้นเป็นเรื่องรัฐและเหล่าผู้มีอำนาจร่วมยุคสมัยกระทำย่ำยีร่วมกันอยู่ตลอดโดยให้ภาพและเหตุผลแสนใจแคบว่าป่าต้องเป็นป่า กะเหรี่ยงทำลายป่า แก่งกระจานคือมรดกโลกแต่ถูกขวางกระบวนการเพียงแค่เรื่องของใจแผ่นดินแค่เรื่องเดียว การกระทำซ้ำซากที่เหยียบหัวใจชาวบางกลอยก็ยังคงมีอยู่ตลอด
ถูกไล่ออกจากบ้านเกิด เผาบ้าน เผายุ้งฉางข้าว

การบังคับอพยพ ย้ายลงมาข้างล่าง ไร้ที่ดินทำกิน สูญเสียวิถีชีวิตดั้งเดิม

นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่นั่นคือการทำลายชีวิต โดยรัฐ

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์