กลุ่มคนเดือนตุลาฯ ยื่นจดหมายถึง รมต.ยุติธรรมให้ปกป้องสิทธิผู้ถูกกล่าวหาตามหลักสากล

กลุ่มคนเดือนตุลาเพื่อประชาธิปไตย (OctDem) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียกร้องให้ปกป้องคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขังคดีการเมืองตามหลักสากล พร้อมแนบท้ายจดหมายด้วยข้อกำหนดในการปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขังขององค์การสหประชาชาติที่ไทยร่วมร่างและลงนาม

28 เม.ย. 2564 กลุ่มคนเดือนตุลาเพื่อประชาธิปไตย (OctDem) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาและจำเลย โดยแสดงความกังวลต่อการปฏิบัติต่อจำเลยและผู้ต้องขังในคดีการเมืองของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องปกป้องสิทธิของผู้ต้องขังและจำเลยในคดีการเมือง ซึ่งถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักปฏิบัติของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และหลักสิทธิพลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านั้นสามารถถึงทนายความเพื่อปรึกษาหารือคดีได้อย่างเป็นส่วนตัว ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถสู้คดีอย่างเต็มที่ในกระบวนการยุติธรรม โดยจดหมายเปิดผนึก มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

จดหมายเปิดผนึก เรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาและจำเลย

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ตามที่ปรากฏข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งจากสื่อสารมวลชน จากญาติ และจากการไต่สวนของศาลว่ามีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่อบรรดาจำเลยและผู้ต้องหาในคดีการเมืองและถูกกักขังอยู่ที่เรือนจำของกรมราชทัณฑ์เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดีว่าได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา อาทิเช่น การบุกเข้าตรวจค้นจำเลยและผู้ต้องหาในเวลาวิกาล โดยอ้างว่าเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด19 หรือการควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยอย่างเคร่งครัดจนไม่สามารถติดต่อกับทนายความเพื่อปรึกษาหารือในการต่อสู้คดีได้เป็นต้น

พวกเราทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วยประชาชนจากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งล้วนเคยได้รับผลกระทบทางการเมืองอย่างไม่ยุติธรรมมาก่อน เห็นว่าบรรดาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาที่กล่าวถึงเบื้องต้นนั้นล้วนเป็นผู้ถูกกล่าวหาทางการเมืองที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐทั้งสิ้น และสิ่งสำคัญที่สุดเขาเหล่านั้นยังไม่เคยถูกพิพากษาโดยศาลยุติธรรมว่าได้กระทำความผิด จึงถือได้ว่าเขาเหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ รัฐไม่อาจปฏิบัติต่อเขาเสมือนหนึ่งเป็นผู้กระทำความผิดได้แต่อย่างใด

เราทราบข่าวถึงการที่กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติต่อพวกเขาข้างต้นด้วยความกังวลใจ เพราะตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และหลักสิทธิพลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิบัติต่อเยาวชนผู้ต้องขังทางการเมืองดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแจ้งชัด

เราทั้งหลายจึงขอเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานราชทัณฑ์ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องดูแลเยาวชนผู้ที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ตามหลักปฏิบัติของกฎหมายข้างต้น โดยขอให้มีคำสั่งไปยังผู้รับผิดชอบให้จัดการดูแลและปกป้องบรรดาผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาทางการเมืองรวมทั้งคดีอื่นๆที่ถูกจองจำอยู่ให้ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายอย่างเต็มที่ และเปิดโอกาสให้เขาได้พบปะติดต่อ ปรึกษาหารือกับทนายความอย่างเป็นส่วนตัว เพื่อสนับสนุนให้พวกเขาได้เข้าต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ในกระบวนการยุติธรรม ตามสิทธิที่พวกเขามีอยู่

เราขอเรียกร้องอย่างถึงที่สุด ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกรมราชทัณฑ์ได้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องนี้โดยเร็ว

กลุ่มคนเดือนตุลาเพื่อประชาธิปไตย

Octobrists for Democracy (OctDem)

28 เมษายน 2564

นอกจากนี้ กลุ่มคนเดือนตุลาเพื่อประชาธิปไตย ยังได้แนบ 'ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขัง' ซึ่งสืบค้นได้จากเว็บไซต์ของกรมราชทัณฑ์ เป็นเอกสารประกอบจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้อีกด้วย พร้อมระบุว่าข้อกำหนดฉบับนี้ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานสากลใหม่ในการคุ้มครองสิทธิผู้ถูกคุมขังทั่วโลก และประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 17 ประเทศที่เสนอร่างและให้การสนับสนุนร่างข้อกำหนดดังกล่าวในที่ประชุมสหประชาชาติ โดยได้ยกข้อความจากส่วนที่ 2 ข้อกำหนดที่ใช้เฉพาะผู้ต้องขังประเภทพิเศษ ข้อ.ค คนต้องขังระหว่างสอบสวนและรอการพิจารณา เป็นแหล่งอ้างอิง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(ค) ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนและรอการพิจารณา

84. (1) บุคคลซึ่งถูกจับกุมหรือคุมขังในข้อหาคดีอาญาไว้ที่สถานีตำรวจหรือเรือนจำหากยังมิได้มีการพิจารณาพิพากษาตัดสินแล้วต่อไปในข้อบังคับนี้จะเรียกว่า "คนต้องขังระหว่างพิจารณา”

(2) ผู้ต้องขังที่ยังไม่ถูกพิพากษาลงโทษให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และควรได้รับการปฏิบัติทำนองนั้น

(3) ใช้กฎหมายข้อบังคับที่พิทักษ์เสรีภาพส่วนบุคคลหรือกระบวนการพิจารณาที่บัญญัติไว้ต่อคนต้องขังระหว่างพิจารณา โดยปราศจากอคติ เขาควรได้รับประโยชน์แห่งการควบคุมเป็นพิเศษ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปเฉพาะที่สำคัญเท่านั้น

85. (1) คนต้องขังระหว่างพิจารณาพึงแยกขัง จากนักโทษเด็ดขาด

(2) คนต้องขังระหว่างที่เยาว์วัย พึงแยกขังจากผู้ใหญ่ และถือเป็นหลักที่จะต้องแยกไว้ต่างทัณฑสถานกัน

86. คนต้องขังระหว่างพิจารณาพึงให้นอนแยกกันคนละห้อง ตามประเพณีนิยมที่แตกต่างกัน ใน แต่ละห้องตามประเพณีนิยม ที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น และดินฟ้าอากาศที่ไม่เหมือนกัน

87. เท่าที่จำกัดไว้ตามระเบียบข้อบังคับของเรือนจำ ถ้าคนต้องขังระหว่างพิจารณาประสงค์จะจ่ายเงินส่วนตัวจัดหาอาหารจากภายนอก โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำ ญาติมิตรจัดการให้ ก็ทำได้ มิฉะนั้นเรือนจำต้องเป็นผู้จัดหาอาหารเลี้ยง

88. (1) ควรอนุญาตให้คนต้องขังระหว่างพิจารณาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าส่วนตัวที่สะอาดเรียบร้อยได้

(2) ถ้าให้สวมเครื่องแบบเรือนจำก็ต้องต่างกับเครื่องแบบของนักโทษเด็ดขาด

89. ควรอนุญาตให้คนต้องขังระหว่างพิจารณาได้ทำงานโดยความสมัครใจ ถ้าทำงานก็ควรได้รับค่าจ้างตอบแทน

90. ควรอนุญาตให้คนต้องขังระหว่างพิจารณา ซื้อหนังสือหนังสือพิมพ์ เครื่องเขียน อุปกรณ์การประกอบอาชีพ ด้วยเงินส่วนตัว หรือของผู้อื่น เท่าที่ไม่ขัดต่อการดำเนินงานของศาล ความมั่นคงปลอดภัย และความเป็นระเบียบของเรือนจำ

91. ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ประจำตัวคนต้องขังระหว่างพิจารณาเข้าพบและตรวจรักษาได้ถ้ามีเหตุผลเพียงพอ และเสียคาใช้จ่ายเอง

92. ทันทีที่คนต้องขังระหว่างพิจารณาถูกคุมขัง ควรอนุญาตให้เขาแจ้งครอบครัวทราบ การสื่อสารกับญาติมิตรก็ควรอำนวยความสะดวกตามสมควร ตลอดจนการเยี่ยมเยียนของบุคคลเหล่านี้ควรให้อยู่ในข้อจำกัด และกำกับดูแลตามจำเป็น เท่าที่ไม่ขัดต่อการดำเนินการของศาลความมั่นคงปลอดภัย และความเป็นระเบียบของเรือนจำ

93. ในการต่อสู้คดีของคนต้องขังระหว่างพิจารณา ควรได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยมิคิดค่าตอบแทน และควรให้ที่ปรึกษากฎหมายของเขา ได้เข้าพบปะปรึกษารูปคดี ตระเตรียมและให้คำแนะนำเป็นความลับ เท่าที่สามารถจะทำได้ ทั้งควรจะให้เขามีอุปกรณ์การเขียนที่เขาประสงค์การสนทนาระหว่างผู้ต้องขังและที่ปรึกษากฎหมาย (ทนายความ) ควรอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเรือนจำ แต่ไม่จำต้องได้ยินการสนทนา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์