ตำรวจจับ 2 ผู้ชุมนุม #ม็อบ16กรกฎา เรียกร้องวัคซีน ก่อนศาลให้ประกันตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยตำรวจบุกจับ 2 ผู้ชุมนุม #ม็อบ16กรกฎา เรียกร้องวัคซีน แม้จะเข้ามอบตัว พร้อมแจ้ง 5 ข้อหา ก่อนศาลให้ประกันตัว - สั่งฟ้อง 4 นักกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า 'พ.ร.ก. ฉุกเฉิน' จากกิจกรรม 'รดน้ำกดหัวประยุทธ์' ก่อนศาลให้ประกันด้วยการสาบานตน - ตร.อาจสามารถไปบ้าน นักเคลื่อนไหวคนรักน้ำชีฯ ถามเรื่องจัดชุมนุมก่อนถ่ายภาพ เจ้าตัวคาดถูกโยง มีส่วนร่วมชุมนุมคาร์ม็อบที่ร้อยเอ็ด 30 ก.ค. 2564

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 เวลาประมาณ 15.30 น. ศูนย์ความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมนายณรงค์ศักดิ์ สมาชิกกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากบ้านพักในเขตห้วยขวาง ก่อนควบคุมตัว ไปที่ สภ.เมืองนนทบุรี ในคดีอันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม #ม็อบ16กรกฎา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำเข้าและให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ให้กับประชาชน ที่บริเวณหน้ากระทรวงสาธารณสุข วันที่ 16 ก.ค. 2564 

ตำรวจชุดจับกุมจาก สภ.เมืองนนทบุรี, กองกำกับการสืบสวนภูธรภาค 1 และ กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้จับกุมตัวณรงค์ศักดิ์ ตามหมายจับออกโดยศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 342/2564 ลงวันที่ 20 ก.ค. 64 

วันเดียวกัน ในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งจากวัชรพงษ์ ผู้ร่วมชุมนุม #ม็อบ16กรกฎา วัย 18 ปี อีกรายหนึ่ง ทราบว่าตนมีหมายจับในคดีเดียวกันนี้ของศาลจังหวัดนนทบุรี และเขาเตรียมจะเดินทางไปมอบตัว แต่เจ้าหน้าที่กลับได้เข้าจับกุมตัวขณะกำลังเดินทางไป สภ.เมืองนนทบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 343/2564 ลงวันที่ 20 ก.ค. 64 โดยมีการเจรจาให้เจ้าหน้าที่ไม่ใช้เครื่องพันธนาการ และให้ผู้ไว้วางใจติดตามมาด้วย

หลังทั้งสองคนถูกนำตัวมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี ตำรวจได้ทำบันทึกจับกุม โดยในตอนแรก ทนายความไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมด้วย แม้ว่าจะได้ร้องขอกับตำรวจแล้ว โดยเจ้าหน้าที่อ้างถึงมาตรการโควิด

สำหรับในบันทึกจับกุมของวัชรพงษ์ ตำรวจได้บรรยายพฤติการณ์ว่าชุดจับกุมได้ทําการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) เพื่อขอรับสินบนรางวัลนําจับ ถึงที่พักอาศัยของผู้ต้องหารายนี้ ตํารวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่ที่พัก จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.15 น. พบชายไทยลักษณะคล้ายผู้ต้องหา เจ้าพนักงานจึงได้แสดงตัวจับกุม

ขณะที่ข้อหาในหมายจับและบันทึกจับกุมระบุทั้งหมด 5 ข้อกล่าวหา โดยมีข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ด้วย และผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา

ต่อมาในเวลาประมาณ 19.40 น. ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี แจ้งว่าจะสอบคำให้การผู้ต้องหาทั้งสองในวันถัดไป (23 ก.ค. 2564) เวลา 09.00 น. เนื่องจากติดข้อกำหนดห้ามออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 น.-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ทนายความจึงกำชับผู้ต้องหาทั้งสองไม่ให้เซ็นเอกสารอะไร และปฏิเสธไม่เข้าร่วมกระบวนการใดหากปราศจากทนายความ ผู้ต้องหาทั้งสองได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 22 ก.ค. เป็นต้นมา 

ช่วงเช้าของวันที่ 23 ก.ค. 2564 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาณรงค์ศักดิ์และวัชรพงษ์ ในทั้งหมด 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคสอง มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ, ข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย, ข้อหาร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 (6) 

ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าในชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ต่อทั้งสองคน เหมือนที่มีการระบุไว้ในชั้นจับกุม แต่มีการเพิ่มข้อหาตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ เข้ามาแทน

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือในภายหลัง 

ต่อมา พนักงานสอบสวนสภ.เมืองนนทบุรี ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองกับศาลจังหวัดนนทบุรี ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยอ้างเหตุว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก และรอผลการตรวจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหา 

คำร้องบรรยายพฤติการณ์ในคดีว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 เวลาประมาณ 13.20 น. มีการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มราษฎรนนทบุรี นําโดยชินวัตร จันทร์กระจ่าง บริเวณทางเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญา โดยมีรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียงขับมาจอดเตรียมพร้อม

ต่อมาในเวลาประมาณ 14.43 น.  พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์  ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้ชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่า หากมีการชุมนุมเกินกว่า 5 คน จะเป็นความผิดตามกฎหมาย และในระหว่างการชุมนุม เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อกฎหมายกับผู้ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา  

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ชินวัตรเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมฝ่ากําลังตํารวจเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุข หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งแถวยืนประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ในเวลาประมาณ 17.19 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้น และใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ด้วยการกระโดดถีบกระโดดเตะ และผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจนอกเครื่องแบบเข้าจับกุมตัวแกนนําผู้ชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้าร่วมต่อสู้ขัดขวางมิให้จับกุม โดยพนักงานสอบสวนระบุว่า มีการใช้ก้อนหินทําร้ายเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ 

พนักงานสอบสวนยังได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา โดยระบุว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหามีพฤติการณ์ชุมนุมประท้วง ก่อความรุนแรง ทําร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หากให้ประกันตัว พนักงานสอบสวนเห็นว่า ผู้ต้องหาน่าจะไปร่วมชุมนุมก่อความรุนแรงให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และมีพฤติการณ์หลบหนี 

หลังศาลอนุญาตให้ฝากขัง ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันคนละ 150,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ 

คำร้องยืนยันว่าพฤติการณ์แห่งคดีต่างๆ ยังเป็นการกล่าวหาของพนักงานสอบสวนแต่เพียงฝ่ายเดียว ยังไม่ผ่านการพิสูจน์โดยศาล อีกทั้งพฤติการณ์ดังกล่าวมานั้นไม่ได้มีลักษณะเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และผู้ต้องหานั้นพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นพิจารณาคดีต่อไป 

คำคัดค้านของพนักงานสอบสวนยังเป็นเพียงเพียงคํากล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี อีกทั้งวัชรพงษ์ได้ประสานงานติดต่อกับทนายความเพื่อจะให้พาเข้ามอบตัว หลังทราบว่าตนมีหมายจับ  แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเสียก่อน ผู้ต้องหาทั้งสองยังได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน 

นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองยังมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงดูครอบครัว และไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ผู้ต้องหาทั้งจึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และไม่มีความสามารถในการก่ออันตราย หรือสร้างอุปสรรคและความเสียหายให้กับกระบวนการพิจารณาคดี

จนเวลาประมาณ 15.20 น. ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งณรงค์ศักดิ์และวัชรพงษ์ โดยให้วางหลักทรัพย์คนละ 150,000 บาท และนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสองมารายงานตัวที่ศาลในวันที่ 15 ต.ค. 64 เวลา 08.30 น. 

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติมในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

สั่งฟ้อง 4 นักกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า 'พ.ร.ก. ฉุกเฉิน' จากกิจกรรม 'รดน้ำกดหัวประยุทธ์' ก่อนศาลให้ประกันด้วยการสาบานตน

23 ก.ค. 2564 พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ได้มีคำสั่งฟ้องคดี 4 นักกิจกรรมกลุ่ม “หมู่บ้านทะลุฟ้า” ได้แก่ นวพล, วีรภาพ, ทวี และวิรัช ต่อศาลแขวงดุสิต ในข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่นๆ รวม 4 ข้อหา จากกรณีการเข้าร่วมชุมนุมและปราศรัยในกิจกรรม ‘รดน้ำกดหัวประยุทธ์’ ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2564

ต่อมา ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์  และกำหนดวันนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานในคดีต่อไป ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.

สำหรับคดีนี้มี พ.ต.ท.จงศักดิ์ ชาญศรี เป็นผู้กล่าวหา สืบเนื่องจาก กลุ่ม “หมู่บ้านทะลุฟ้า” จัดกิจกรรม ‘รดน้ำกดหัวประยุทธ์’ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของโรคระบาด รวมถึงยืนยันข้อเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษทางการเมือง เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิกมาตรา 112 และขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติมในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ตร.อาจสามารถไปบ้าน นักเคลื่อนไหวคนรักน้ำชีฯ ถามเรื่องจัดชุมนุมก่อนถ่ายภาพ เจ้าตัวคาดถูกโยง มีส่วนร่วมชุมนุมคาร์ม็อบที่ร้อยเอ็ด 30 ก.ค. 2564

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 สิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานเครือข่ายคนรักแม่น้ำชีตอนล่าง เปิดเผยว่าช่วงเวลา 10.00 น. ขณะอยู่ที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด  ปรากฏเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 5 นาย จาก สภ.อาจสามารถ เดินทางมาสอบถามว่าวันนี้ทางเครือข่าย จะมีการจัดประชุมและชุมนุมหรือไม่  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลกับสิริศักดิ์ว่า ได้รับรับการประสานจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รอมน. จังหวัดร้อยเอ็ด ว่าจะมีการประชุมและจัดชุมนุมบริเวณศูนย์ประสานกลุ่มคนรักแม่น้ำชีตอนล่างที่เป็นบ้านของสิริศักดิ์หรือไม่

จากนั้นสิริศักดิ์ จึงให้ข้อมูลกับตำรวจไปว่า คงไม่มีการประชุม ส่วนการชุมนุมนั้น ไม่มีแน่นอน และแจ้งด้วยว่าวันนี้ติดธุระต้องคุยกับคนร่วมงาน จึงไม่สะดวกที่จะต้อนรับ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอถ่ายภาพสิริศักดิ์ และถ่ายภาพบริเวณบ้านก่อนขึ้นรถกลับออกไป 

เท่าที่ประเมินก่อนหน้านี้ที่มีการประชุมเครือข่าย สิริศักดิ์ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ กอ.รอมน. มาติดตามมาสักระยะแล้ว  คาดว่าเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่จะมาติดตามเพื่อสอบถามว่าตัวเขาและเครือข่าย ได้เชื่อมโยงกับการชุมนุม “คาร์ม็อบ” ที่กำลังจะจัดโดยกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 นี้ หรือไม่ 

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติมในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
 
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์