รมว.ยุติธรรม แนะดัดแปลง 'เครื่องปั๊มยาบ้า' ผลิต 'ฟ้าทะลายโจร' ทดลองเดินเครื่อง 16 ส.ค.2564

รมว.ยุติธรรม สั่ง ป.ป.ส. ดัดแปลงเครื่องปั๊มยาบ้าที่ยึดมาได้จากกลุ่มพ่อค้ายาเสพติด ผลิตยาฟ้าทะลายโจรอัดเม็ด เตรียมทดลองเดินเครื่อง 16 ส.ค. 2564 - เลขาฯ รมว.ยุติธรรม ยืนยันไม่เคยปล่อยให้ผู้ต้องขังติดเชื้อ COVID-19 กรมราชทัณฑ์มีมาตรการเข้มงวดดูแลคัดกรองผู้ต้องขัง ตรวจโรคและกักตัวผู้ต้องขังใหม่ในแดนกักโรคก่อนเข้าไปในแดนก่อน 21 วัน เมื่อครบแล้วก็จะตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง วอนแกนนำผู้ชุมนุมหยุดกุข่าวให้เกิดความสับสน

รมว.ยุติธรรม แนะดัดแปลง 'เครื่องปั๊มยาบ้า' ผลิต 'ฟ้าทะลายโจร' ทดลองเดินเครื่อง 16 ส.ค.2564
ที่มาภาพ: Thai PBS

15 ส.ค. 2564 Thai PBS รายงานว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าภายหลังจากให้ทุกเรือนจำทั่วประเทศดำเนินการเพาะชำต้นกล้าและเร่งปลูกฟ้าทะลายโจรในพื้นที่ว่างของแต่ละเรือนจำ เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตมาทำเป็นยารักษาโรคโควิด-19 ซึ่งในอีกไม่นานจะได้ผลผลิตจำนวนมาก แต่ในช่วงนี้อาจจะยังมีไม่มากพอ ซึ่งก็ได้ใช้การผลิตด้วยมือในการนำแม่พิมพ์มาอัดใส่แคปซูล ภายในเดือน ส.ค.กรมราชทัณฑ์จะผลิตได้ประมาณ 4 ล้านเม็ด แต่หากวันข้างหน้าเมื่อมีฟ้าทะลายโจรมากพอ การผลิตด้วยมืออาจจะทำไม่ทัน รวมถึงการขาดแคลนแคปซูลที่จะนำมาบรรจุผง ซึ่งในขณะนี้มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ และราคาพุ่งสูงขึ้นมาก

จึงให้ ป.ป.ส. ซ่อมเครื่องปั้มยาบ้าที่ยึดมาได้จากกลุ่มพ่อค้ายาเสพติด 1 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องโรตารี ชนิด 19 หัวตอก 1 ชั่วโมง นำมาประยุกต์เปลี่ยนหัวให้ได้ 500 มิลลิกรัม สามารถผลิตได้ 20,000 เม็ด โดยจะซ่อมเสร็จและจะทดลองเดินเครื่อง โดยใช้ตัวตอกเดิมในวันที่ 16 ส.ค. 2564 จากนั้นจะเปลี่ยนหัวตอกใหม่ในวันที่ 20 ส.ค. 2564

“หัวตอกใหม่จะใช้ตรา ยธ. เพื่อป้องกันการปลอมปน วันหนึ่งจะผลิตได้หลายแสนเม็ด จะทำให้เพียงพอต่อการใช้ในเรือนจำ และอาจจะสามารถแจกจ่ายให้ประชาชนได้”

ยธ.แจงไม่เคยปล่อยผู้ต้องขังติด COVID-19

15 ส.ค. 2564 สำนักข่าวไทย รายงานว่าว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเพจเฟสบุ๊ค อานนท์ นำภา และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีการเผยแพร่ข้อความว่า ผู้ชุมนุมที่ถูกจับคุมขังในเรือนจำถูกปล่อยให้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า สิ่งที่โพสต์มาเข้าใจได้ ไม่ปฏิเสธว่าในเรือนจำมีเชื้อโควิด แต่การแพร่ระบาดไม่ได้มาจากในเรือนจำ แต่มาจากผู้ที่ทำความผิดแล้วศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัวในเรือนจำ คนข้างนอกต่างหากที่นำเชื้อเข้าไปแพร่ แต่ทางกรมราชทัณฑ์ก็มีมาตรการที่เข้มงวดในการดูแลผู้ต้องขังและการคัดกรองผู้ต้องขังใหม่ มีการตรวจโรคและกักตัวผู้ต้องขังใหม่ในแดนกักโรคก่อนเข้าไปในแดนก่อน 21 วัน และเมื่อครบแล้วก็จะตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง ยธ.พยายามทุกวิถีทางเพื่อป้องกัน ลดการแพร่เชื้อ และให้ยารักษา ไม่เคยปล่อยให้ผู้ต้องขังติดเชื้อ และภายในเรือนจำมีกฎหมายเฉพาะในการควบคุมผู้กระทำผิดตามที่ศาลออกคำสั่งและตัดสิน จึงไม่ได้เกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ห้ามการรวมตัวกันอย่างแออัด

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้เป็นสถานการณ์โควิด และมีการห้ามรวมตัวชุมนุม หากเราไม่ไปร่วมชุมนุมก็คงไม่มีความผิด และคงไม่ถูกจับกุมจนต้องเข้าเรือนจำ เรามี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้ ที่ขอให้ประชาชนอยู่ในที่พัก แม้ว่าการชุมนุมเรียกร้องต่างๆ จะทำได้ตามสิทธิ แต่อย่าลืมว่าช่วงนี้โควิดระบาดหนัก อยู่ในช่วงควบคุมสถานการณ์ หากชุมนุมในช่วงสถานการณ์ปกติและไม่ได้ทำอะไรที่ละเมิดกฎหมาย ก็คงไม่ถูกจับกุม แต่ตอนนี้มีการทำผิดฝ่าฝืนกฎหมายก็ถูกตำรวจจับ และศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ฝากขัง เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเอาคนไปเข้าเรือนจำได้

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์