Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'สมศักดิ์' เปิดห้องถก 'แพทยสภา' หาทางออกฟ้อง สปสช. ให้เภสัชฯ จ่ายยาผู้เจ็บป่วยเล็กน้อย 32 กลุ่มอาการโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล เผยอาจตั้งคณะกรรมการร่วม กำหนดกลุ่มอาการที่เภสัชกรจ่ายยาได้โดยไม่เป็นอันตราย


21 พ.ย. 2567 สื่อเว็บไซต์ Posttoday รายงานวันนี้ (21 พ.ย.) เผยว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทยสภา และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสภาเภสัชกรรม กรณีที่ สปสช. ขยายสิทธิการให้บริการประชาชน เพื่อดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยให้สามารถไปรับยามารักษาเองจากร้านขายยา ซึ่งเป็นหน่วยบริการโดยไม่มีค่าจ่าย ซึ่งเป็นไปตามประกาศ สปสช. เรื่อง การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขเพิ่มเติม สำหรับหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านเภสัชกรรม พ.ศ. 2567 โดยมีการกำหนดกลุ่มอาการที่สามารถมารับบริการได้ 32 กลุ่มอาการ จนเป็นที่มาของการนำไปฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อขอเพิกถอนประกาศฉบับดังกล่าว

สมศักดิ์ เผยว่า  เขาได้เชิญตัวแทนแพทยสภา เข้าพบเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาและยุติข้อขัดแย้งในเรื่องดังกล่าว โดยผู้แทนแพทยสภา ยืนยันว่า ในภาพรวมเห็นด้วยกับการให้บริการดูแลประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยในบางกลุ่มอาการของ สปสช. เพราะเป็นวิธีการที่มีประโยชน์ ลดความแออัดของผู้จะไปเข้ารับบริการในโรงพยาบาล และยังเป็นความสะดวกกับประชาชน แต่ภายหลังจากมีประกาศ สปสช. เรื่อง การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมฯ แพทยสภาไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้เภสัชกรสามารถจ่ายยาให้กับผู้มาขอรับบริการเฉพาะในบางกลุ่มอาการ ซึ่งมองว่ามีความเสี่ยงและอันตรายต่อประชาชนผู้มารับบริการมากเกินไป หากมีการจ่ายยาไปโดยไม่มีการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเสียก่อน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มอาการปวดหัว ปวดท้อง หรือตกขาว

อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอว่า อาจแก้ไขปัญหาโดยการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างแพทยสภา และ สปสช. เพื่อร่วมกันกำหนดกลุ่มอาการของความเจ็บป่วยเล็กน้อย ที่เภสัชกรรมในร้านขายยาคุณภาพสามารถจ่ายยาให้ได้โดยไม่เป็นอันตราย ซึ่งหากได้มีการพิจารณาและเห็นพ้องร่วมกันในประเด็นดังกล่าว ก็อาจนำไปสู่การแก้ไขประกาศของ สปสช. ที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับก่อนหน้านี้ เมื่อ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ "แพทยสภา" เผยแพร่แถลงการณ์ถึงเหตุการฟ้องร้องศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้เพิกถอนประกาศของ สปสช. และสภาเภสัชฯ ที่ให้ประชาชนสามารถรับยาเองจากเภสัชกรจากโครงการ “ร้านยาชุมชนอบอุ่น” เพราะเกรงว่าหากให้เภสัชกรเป็นผู้วินิจฉัยและจ่ายยาเอง อาจทำให้คนไข้ได้รับความเสี่ยง เช่น การจ่ายยาไม่ตรงอาการ หรือไม่ตรงโรค และส่งผลให้เกิดอันตรายติดตามมา

แพทยสภา มองว่า หลายอาการตามที่อยู่ในประกาศของ สปสช. ควรได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก่อน ยกตัวอย่าง อาการปวดหัวที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แตาอาจเป็นสาเหตุที่นำมาสู่อาการเส้นเลือดในสมองแตก หรืออาการปวดท้อง อาจเป็นอาการที่นำมาสู่โรคไส้ติ่งแตก หรือเส้นเลือดแดงใหญ่ปริแตก เป็นต้น

แม้ว่าทาง สปสช. ระบุถึงประโยชน์ของการลดความแออัดของโรงพยาบาล แต่ว่าแนวทางดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเลือกไม่รับการตรวจ รักษา บำบัด และเยียวยา และไม่ได้รับสมมติฐานของโรคอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจนำมาสู่ความเสี่ยงอื่นๆ ตลอดจนอาการไม่พึงประสงค์อันรุนแรง หรืออาการดื้อยาซึ่งจะทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น

แพทยสภา ชี้แจงด้วยว่า แม้ว่าในต่างประเทศ จะมีโมเดลที่ให้คนไข้พบเภสัชกรก่อนพบแพทย์ก็ตาม แต่ก็มีการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ และเภสัชกร ในการแยกโรคที่รุนแรงออกก่อน จนเหลือเพียงแค่โรคที่เภสัชกรสามารถจ่ายยาได้ ซึ่งแตกต่างจากประกาศของ สปสช.

นอกจากนี้ แพทยสภา ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่าง สปสช. สภาเภสัชกรรม และแพทยสภาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงนำมาสู่การฟ้องร้องศาลปกครองให้มีการหยุดและทบทวนประกาศดังกล่าว โดยจุดประสงค์สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ แพทยสภาระบุทิ้งท้าย ยินดีให้ความร่วมมือกับ สภาเภสัชกรรม และ สปสช. เพื่อสร้างระบบมาตรฐานการรักษา เข้าถึงง่าย และปลอดภัย เพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกๆ คน 

'แพทยสภา' แถลงการณ์ปมฟ้องศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนประกาศ สปสช.

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง