“สมศักดิ์ เทพสุทิน” เข้าชี้แจงแพทยสภา สรุปวีโต้ไม่เป็นผล แพทยสภามีมติ 2 ใน 3 ของที่ประชุม ยืนยันลงโทษ 3 แพทย์ ปมเอื้อ “ทักษิณ” รักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ตัวแทนแพทยสภาระบุ พิจารณาตามหลักการและหลักวิชาการ ไม่ได้สนใจว่าคนป่วยคือใคร ยืนยันแชทไลน์ที่แพร่ในโซเชียลไม่ใช่ไลน์ทางการของแพทยสภา และการตอบ “YES” เป็นเพียงการตอบรับเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นเหตุผลกระทบการทำงานของแพทยสภา
12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.48 น. สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ได้เดินทางมาถึงอาคารมหิตลาธิเบศร เพื่อเข้าชี้แจงกับแพทยสภา สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา แพทยสภามีมติลงโทษ 3 แพทย์ เอื้อทักษิณ ชินวัตร รักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
สมศักดิ์ได้กล่าวตอบสื่อมวลชนประเด็นที่แพทยสภาให้เวลา 15 นาที ชี้แจงถึงเหตุผลวีโต้มติแพทยสภาว่า ถ้าจะบอกว่าเวลา 15 นาที แม้จะเป็นเวลาที่น้อยสำหรับข้อมูลทั้งหลาย ตนก็จะพยายามทำความเข้าใจให้กับคณะกรรมการแพทยสภา และจะมีการมอบเอกสารให้กับคณะกรรมการแพทยสภาส่วนหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการคงจะอ่านและช่วยทำความเข้าใจ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนทำเพื่อแพทย์คนหนุ่มคนสาว และเพื่อคนที่อยู่ในวิชาชีพแพทย์ ไม่ได้ทำให้เกิดจากความเกลียดชัง หรือมีประเด็นอย่างอื่น จึงตัดสินใจมาเพื่อชี้แจงด้วยตนเอง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
“แพทยสภา” ยืนยันตามมติเดิม ลงโทษแพทย์ 3 คน คดีชั้น 14
เวลา 15.00 น. ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกคนที่หนึ่ง แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ประจำเดือนครั้งที่ 6/2568 หลังสมศักดิ์ได้เข้าชี้แจงข้อมูล ระบุ ในกรณีที่กล่าวโทษแพทย์ 3 คน จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจที่ให้การดูแลและส่งตัวอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณไปรักษาที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภาใช้เวลาประชุมในวาระดังกล่าวนานถึง 3 ชั่วโมง การประชุมวันนี้ กรรมการแพทยสภาเข้าร่วมประชุม 69 จาก 70 คน โดยมีกรรมการ 1 คน ที่ไม่ได้เข้าร่วมและไม่ส่งผู้แทนเข้าประชุม ส่วนการลงคะแนนเสียงโหวตในที่ประชุมเป็น 68 เสียง เนื่องจากมีกรรมการ 1 คน ที่ถูกตัดสิทธิเข้าประชุม คือ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวโทษ
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ที่ประชุมแพทยสภาในวันนี้มีการลงเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุม จากเสียงของคณะกรรมการ 68 เสียง เห็นชอบให้ยืนยันตามมติเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 คือให้ลงโทษแพทย์ทั้ง 3 คนที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น ว่ากล่าวตักเตือน 1 ท่าน เนื่องจากเป็นความผิดไม่ร้ายแรง เป็นลักษณะการประกอบอาชีพไม่ได้มาตรฐานคือการออกใบส่งตัว ส่วนอีก 2 คน ถูกพักใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เนื่องจากให้ข้อมูลเอกสารทางการแพทย์ไม่ตรงกับความเป็นจริง
กระบวนการต่อไปแพทยสภาจะออกคำสั่งบังคับตามมติและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบต่อไป คาดว่าเอกสารจะถึงผู้ที่ถูกสั่งลงโทษในวันพรุ่งนี้


เดอะสแตนดาร์ด สำหรับกรณีที่มีแชทไลน์แพทยสภาพูดคุยเกี่ยวกับมติการลงโทษแพร่หลายในสื่อโซเชียล ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ชี้แจงว่า ห้องสนทนาดังกล่าวไม่ใช่ไลน์ทางการของแพทยสภา และการตอบ “YES” ไม่ได้มีการแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลพิเศษใดๆ เป็นเพียงการตอบรับเท่านั้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นเหตุผลกระทบการทำงานของคณะกรรมการแพทยสภา “ขอย้ำว่าการพิจารณาวาระนี้ของแพทยสภา ไม่ได้สนใจว่าใครคือผู้ป่วย เราพิจารณาตามหลักการและหลักวิชาการ”
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเป็นแพทย์รุ่นใหม่หรือแพทย์รุ่นเก่า ทุกคนได้รับการอบรมสั่งสอนมาเหมือนกัน เข้าใจในจรรยาบรรณวิชาชีพ ความถูกต้อง และการทำงานเหมือนกัน ในวันนี้เราได้ทำตามสิ่งที่เราถูกสอนมา และแพทย์ทั้งหลายที่กำลังศึกษาอยู่ก็ได้รู้ว่ากรณีนี้เป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าบทบาทของแพทย์มีมากมาย นอกจากการรักษาคนไข้แล้ว ยังรวมถึงการรักษามาตรฐานในการดูแลคนไข้ภายใต้หลักการและจรรยาบรรณวิชาชีพ
The Reporters รายงานว่า หน้าอาคารมหิตลาธิเบศรมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีประชาชนชุมนุมตะโกนขับไล่สมศักดิ์ และตั้งคำถามว่า “สภานายกพิเศษมีไว้ทำไม” หลังสมศักดิ์สัมภาษณ์เสร็จและขึ้นรถยนต์ออกจากพื้นที่ ประชาชนบางส่วนได้มีการขว้างรองเท้าใส่รถยนต์ของสมศักดิ์

