ครม.จ่อปรับระเบียบขอเครื่องราชฯ ต้องมีทัศนคติที่ดีและจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์

7 ก.ย. 2564 ครม. เตรียมปรับระเบียบขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพิ่มคุณสมบัติเป็นผู้มีทัศนคติที่ดีและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ปรับปรุงบัญชีการเสนอขอพระราชทาน และให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานครื่องราชอิสริยาภรณ์เพียงคณะเดียว

เว็บไซต์รัฐบาลไทยเผยแพร่มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 ก.ย. 2564 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. .... ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้

ทั้งนี้ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. .... เป็นการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536 เพื่อให้การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความเหมาะสม สามารถสนองพระราชกระแสที่ให้มีการกลั่นกรองอย่างรัดกุม และยังคงสามารถรักษาไว้ซึ่งคุณค่าและเกียรติยศแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างแท้จริง

สาระสำคัญของร่างระเบียบฯ

ปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน โดยพิจารณานำแนวทางการกลั่นกรองการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี 2563 มากำหนดเป็นหลักเกณฑ์ของร่างระเบียบฯ และการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

1. กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และลักษณะต้องห้าม ของผู้สมควรได้รับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพิ่มเติมจากระเบียบฯ พ.ศ. 2536 ดังนี้

1.1 เป็นผู้ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชนจนถึงขนาดสมควรได้รับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยพิจารณาผลการประเมินการปฏิบัติราชการหรือการปฏิบัติงานตามภารกิจที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องมีผลการประเมินไม่ต่ำกว่าระดับดี

1.2 เป็นผู้มีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ซื่อสัตย์สุจริต เอาใจใส่ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง โดยต้องเป็นผู้ไม่อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา (เว้นแต่พนักงานอัยการรับแก้ต่างคดีนั้น) และไม่อยู่ระหว่างถูกไต่สวนหรือชี้มูลความผิดโดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

1.3 เป็นผู้มีทัศนคติที่ดีและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

2. ยกเลิกหลักเกณฑ์บางประการเพื่อให้มีความเหมาะสมกับหลักการกระทำความดีความชอบและไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในระบบการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

2.1 ยกเลิกอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ของระเบียบฯ

2.2 ยกเลิกหลักเกณฑ์ที่ให้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายสูงขึ้นอีกหนึ่งชั้นตราในปีที่เกษียณอายุราชการ เนื่องจากไม่ได้สะท้อนผลงานหรือความดีความชอบที่สมควรได้รับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

2.3 ยกเลิกการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปีติดกันต่างบัญชีกัน เพิ่มเติมจากที่ระเบียบฯ ได้ห้ามการเสนอขอพระราชทานปีติดกันในบัญชีเดียวกันไว้แล้ว

3. ปรับปรุงบัญชีการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลต่าง ๆ จากเดิม 44 บัญชี เป็น 32 บัญชี และปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสม ดังนี้

3.1 ยกเลิกบัญชีการเสนอขอพระราชทานให้แก่องคมนตรี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวได้มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นข้าราชการในพระองค์

3.2 ยกเลิกบัญชีการเสนอขอพระราชทานให้แก่สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากได้มีการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว

3.3 ยกเลิกบัญชีการเสนอขอพระราชทานให้แก่คู่สมรสของผู้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 12 บัญชี

3.4 ยกเลิกบัญชีการเสนอขอพระราชทานให้แก่ข้าราชการที่จำแนกตำแหน่งเป็น 11 ระดับ (ระบบซี) และปรับปรุงบัญชีการเสนอขอพระราชทานให้แก่ข้าราชการที่จำแนกประเภทตำแหน่ง (ระบบแท่ง) ระดับเชี่ยวชาญและทักษะพิเศษให้ขอพระราชทานได้ถึงชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) จากเดิมขอได้ถึงชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

3.5 กำหนดบัญชีการเสนอขอพระราชทานให้แก่ข้าราชการขึ้นใหม่ประกอบด้วยกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ร่างบัญชี 16) และกรณีข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ร่างบัญชี 17) ซึ่งมีการกำหนดตำแหน่งและระดับแตกต่างจากข้าราชการพลเรือนสามัญ

3.6 กำหนดบัญชีการขอพระราชทานให้แก่ผู้มีความดีความชอบดีเด่น เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ผู้ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งได้นำหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานให้แก่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมากำหนดเป็นหลักการในระเบียบนี้ (ร่างบัญชี 31)

3.7 กำหนดตำแหน่งที่สมควรเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเทียบเคียงกับตำแหน่งอื่นตามระเบียบฯ หรือมีตำแหน่งลักษณะเดียวกันอยู่ในบัญชีท้ายระเบียบฯ พ.ศ. 2536 แล้ว เช่น ผู้แทนการค้าไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ที่ปรึกษาและเลขานุการของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

3.8 กำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานของหน่วยธุรการขององค์การของรัฐที่เป็นอิสระ เช่น สำนักงาน กสทช. และธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอขอพระราชทานตามเกณฑ์เดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นหน่วยธุรการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นส่วนราชการ (ร่างบัญชี 28)

3.9 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นข้าราชการ (พนักงานมหาวิทยาลัย) ที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ขอพระราชทานได้ตามชั้นตราเดียวกับหลักเกณฑ์ของข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งเดียวกัน

3.10 กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอขอพระราชทานให้แก่พระราชอาคันตุกะ แขกของรัฐบาล หรือชาวต่างประเทศ ที่กระทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมของชั้นตรา

3.11 ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ดังนี้

(1) กรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ต้องดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วัน 90 วัน หรือ 120 วัน นับแต่วันที่ดำรงตำแหน่ง จนถึงวันก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่ขอพระราชทาน แล้วแต่กรณี เพื่อให้มีระยะเวลากระทำความดีความชอบเพื่อประกอบการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ปัจจุบันไม่มีการกำหนดไว้)

(2) กรณีผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา และกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา กำหนดระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพื่อขอพระราชทานเลื่อนชั้นตราให้มีความเหมาะสม

(3) กรณีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำหนดระยะเวลาดำรงตำแหน่งให้ขอพระราชทานเลื่อนชั้นตราทุก 2 ปี เพื่อให้มีความแตกต่างจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดำรงตำแหน่งในระดับหรือชั้นยศเดียวกัน

(4) ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ไม่มีฐานะเป็นพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ กำหนดให้ดำรงตำแหน่งมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ปัจจุบันกำหนดเฉพาะกรณีผู้บริหารที่มีฐานะเป็นพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ ต้องเป็นพนักงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์)

4. ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานครื่องราชอิสริยาภรณ์ และกำหนดให้มีคณะกรรมการเพียงคณะเดียว

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์