นักวิทยาศาสตร์จาก World Weather Attribution เปิดเผยว่าตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน 2026 ไฟป่าทั่วโลกเผาพื้นที่ไปแล้วกว่า 150 ล้านเฮกตาร์ สูงกว่าสถิติเดิมร้อยละ 20 แอฟริกาได้รับผลกระทบหนักสุดด้วยพื้นที่ถูกเผา 85 ล้านเฮกตาร์ ส่วนเอเชียรวมถึงไทยถูกเผาไปแล้วกว่า 44 ล้านเฮกตาร์ สูงกว่าสถิติเดิมเกือบร้อยละ 40 นักวิจัยเตือนสถานการณ์อาจเลวร้ายลงอีก หากเอลนีโญที่คาดว่าจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมพัฒนาเป็นระดับรุนแรง อาจนำไปสู่สภาพอากาศสุดขั้วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เว็บไซต์ Internazionale รายงานเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมาว่า นักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิจัย World Weather Attribution เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายนปีนี้ ไฟป่าทั่วโลกเผาพื้นที่ไปแล้วกว่า 150 ล้านเฮกตาร์ สูงกว่าสถิติเดิมถึงร้อยละ 20 โดยแอฟริกาได้รับผลกระทบหนักสุด ด้วยพื้นที่ที่ถูกเผาสูงถึง 85 ล้านเฮกตาร์ มากกว่าสถิติเดิมที่ 69 ล้านเฮกตาร์ถึงร้อยละ 23 สาเหตุหลักมาจากการสลับสภาพอากาศจากชื้นแฉะสู่แห้งแล้งอย่างรวดเร็ว โดยฤดูฝนก่อนหน้าทำให้หญ้าเติบโตอุดมสมบูรณ์จนกลายเป็นเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาลในช่วงแล้งที่ตามมา
สำหรับเอเชีย ธีโอดอร์ คีปปิง ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟป่าจาก Imperial College London ระบุว่าพื้นที่ถูกเผาไปแล้วกว่า 44 ล้านเฮกตาร์ สูงกว่าสถิติเดิมจากปี 2014 เกือบร้อยละ 40 โดยอินเดีย เมียนมา ไทย ลาว และจีน อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ความน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือสถานการณ์มีแนวโน้มจะเลวร้ายลงอีก เมื่อองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประเมินว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งและคลื่นความร้อนอย่างรุนแรงในออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา และป่าอเมซอน คีปปิงกล่าวว่า "ความน่าจะเป็นของไฟป่าระดับร้ายแรงอาจสูงที่สุดเท่าที่เคยเห็นในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย หากเอลนีโญพัฒนาเป็นระดับรุนแรง"
ฟรีเดอริเก อ็อตโต นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจาก Imperial College London และผู้ร่วมก่อตั้ง World Weather Attribution เตือนว่า "หากเกิดเอลนีโญรุนแรงในปลายปีนี้ มีความเสี่ยงจริงจังที่ผลรวมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเอลนีโญจะนำไปสู่สภาพอากาศสุดขั้วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
