ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า รัฐบาลจีนยังคงปิดกั้นการรำลึกและการค้นหาความจริงเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ พ.ศ. 2532 ขณะที่การควบคุมและการเซ็นเซอร์ในฮ่องกงเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมรำลึกเผชิญความเสี่ยงถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

ทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนมาถึงจัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนเหตุการณ์ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1989 ที่มา: Wikipedia
เนื่องในวาระครบรอบ 37 ปีเหตุการณ์สลายชุมนุมจัตุรัสเทียนอันเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch: HRW) เผยแพร่รายงานเมื่อ 1 มิ.ย. เรียกร้องให้รัฐบาลจีนยอมรับความรับผิดชอบต่อการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 3-4 มิถุนายน 1989 (พ.ศ. 2532) พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหาย ตลอดจนชดเชยเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ หลังจากตลอดเกือบสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ทางการจีนไม่เคยดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นอิสระหรือเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการปราบปราม ขณะที่ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง การรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเผชิญข้อจำกัด การเซ็นเซอร์ และแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง
ในรายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า เหตุการณ์สังหารหมู่เทียนอันเหมินมีจุดเริ่มต้นจากการชุมนุมโดยสงบของนักศึกษา คนงาน และประชาชนอื่น ๆ ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง รวมถึงในหลายเมืองทั่วประเทศจีน เมื่อเดือนเมษายน 1989 โดยผู้ชุมนุมเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การปฏิรูปประชาธิปไตย และการยุติการทุจริตคอร์รัปชัน
ในคืนวันที่ 3 ต่อเนื่องถึงวันที่ 4 มิถุนายน กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้เปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในกรุงปักกิ่ง ทางการจีนได้ห้ามการจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวบนแผ่นดินใหญ่มาอย่างยาวนาน และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อเปิดเผยข้อมูลหรือจ่ายค่าชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการสังหารดังกล่าว
“การฝังกลบอดีตของรัฐบาลจีน เท่ากับเป็นการฝังกลบความเคารพต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในอนาคตด้วย” ยัลคุน อูลูยอล นักวิจัยด้านจีนของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว “รัฐบาลควรยุติการเซ็นเซอร์เหตุการณ์สังหารหมู่เทียนอันเหมิน อนุญาตให้มีการรำลึกเหตุการณ์ ชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียหาย และปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังเพราะเรียกร้องความรับผิดชอบและความยุติธรรม”
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 สำนักความมั่นคงสาธารณะของกรุงปักกิ่งได้ขัดขวางการจัดงานรวมตัวในช่วงปีใหม่ของกลุ่ม “มารดาเทียนอันเหมิน” (Tiananmen Mothers) เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่กลุ่มผู้เรียกร้องสิทธิให้เหยื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจัดกิจกรรมลักษณะนี้ในปี 2009
กลุ่มมารดาเทียนอันเหมินระบุว่าพวกเขา “ไม่เพียงไม่เห็นความพยายามอย่างจริงใจจากรัฐบาลในการจัดการกับเหตุสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ในระหว่างการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเมื่อปี 1989 เท่านั้น ... แต่ยังต้องเผชิญกับความจริงอันเย็นชาว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อขัดขวางสิทธิทางสังคมอันชอบธรรมของประชาชน”
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 กลุ่มมารดาเทียนอันเหมินได้ออกแถลงการณ์ซึ่งมีสมาชิกลงนาม 107 คน เรียกร้องให้รัฐบาลจีน “จัดการบาดแผลและความอยุติธรรมที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผ่านกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย และด้วยจิตวิญญาณแห่งสันติและเหตุผล พร้อมทั้งฟื้นฟูความยุติธรรมและศักดิ์ศรีให้แก่ทุกครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก”
เผยเทปพิจารณาคดีลับ ‘พล.อ.สวี่’ ไม่ขอรับคำสั่งปักกิ่งสลายชุมนุม
ข่าวสำคัญประการหนึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา คือการรั่วไหลของคลิปวิดีโอความยาว 6 ชั่วโมงในเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นบันทึกการพิจารณาคดีลับของ พล.อ.สวี ฉินเซียน (Xu Qinxian) นายพลผู้ซึ่งเป็นที่รับรู้กันมานานว่าเคยปฏิเสธคำสั่งของผู้นำระดับสูงในการใช้กำลังกับผู้ชุมนุม
ในวิดีโอที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน ซึ่งบันทึกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1990 พล.อ.สวีกล่าวว่า “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการทางการเมือง ... ผมมีข้อกังขาว่าสิ่งที่กำลังจะทำ [การใช้กำลัง] นั้นถูกหรือผิด ... ผมได้เสนอความเห็นบางประการ แต่ไม่ได้รับการรับฟัง คำสั่งดังกล่าวถูกส่งลงมา ... สำหรับตัวผมในฐานะผู้บัญชาการ ผมไม่ต้องการมีส่วนร่วม”
มีรายงานว่า พล.อ.สวี่ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี และเสียชีวิตในปี 2021
ปิดกั้นการแสดงออกเกี่ยวกับชุมนุมเทียนอันเหมินลามถึงฮ่องกง
ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเซ็นเซอร์เนื้อหาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับจัตุรัสเทียนอันเหมินอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะภาพถ่ายอันโด่งดังของ “ชายผู้ยืนขวางรถถัง” หรือ “Tank Man” สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลียเคยรายงานว่า แม้แต่ภาพ “กล้วย 1 ผลกับแอปเปิล 4 ผลเรียงเป็นแถว” ก็อาจถูกระบบเซ็นเซอร์ระบุว่าเป็นการสื่อถึงภาพชายผู้ยืนขวางขบวนรถถัง
ในฮ่องกง การจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สังหารหมู่เทียนอันเหมินเป็นประจำทุกปีตลอดกว่าสามทศวรรษ เคยดึงดูดผู้เข้าร่วมหลายแสนคน อย่างไรก็ตาม ทางการฮ่องกงได้สั่งห้ามการจัดงานจุดเทียนรำลึกในปี 2020 และ 2021 โดยอ้างเหตุผลด้านการแพร่ระบาดของโควิด-19 และในปี 2021 ยังได้บังคับให้ “พันธมิตรฮ่องกงเพื่อสนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยรักชาติในจีน” (Hong Kong Alliance in Support of Patriotic Democratic Movements of China หรือ Hong Kong Alliance) ซึ่งเป็นผู้จัดงาน รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ 4 มิถุนายน (June 4 Museum) ปิดตัวลง
นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา สวนสาธารณะวิกตอเรีย (Victoria Park) ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดงานรำลึกหลัก ได้ถูกใช้จัด “เทศกาลอาหารรักชาติ” ในช่วงเวลาเดียวกับวันครบรอบเหตุการณ์
รายงานของ HRW ระบุด้วยว่าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลฮ่องกงได้เสร็จสิ้นการไต่สวนคำแถลงปิดคดีในคดีความมั่นคงแห่งชาติของ Hong Kong Alliance และอดีตผู้นำสองคน ได้แก่ ลีเช็กยาน และโจวหังถัง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ยุยงปลุกปั่นเพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ” ตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในเดือนกรกฎาคม
แม้จะมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งพยายามรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงครบรอบปี 2025 ตำรวจฮ่องกงได้ควบคุมตัวบุคคล 10 คน อายุระหว่าง 15 ถึง 69 ปี เพื่อสอบสวนในข้อสงสัยว่า “อาจก่อให้เกิดการละเมิดความสงบเรียบร้อย” และจับกุมอีก 2 คนในข้อหา “มีพฤติกรรมน่าสงสัย”
ตำรวจยังขัดขวางไม่ให้สมาชิกของอดีตพรรค “สันนิบาตสังคมประชาธิปไตย” (League of Social Democrats) เดินทางเข้าสู่สวนสาธารณะวิกตอเรียเพื่อร่วมรำลึกเหตุการณ์
นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา การเซ็นเซอร์เกี่ยวกับเหตุการณ์เทียนอันเหมินในฮ่องกงมีลักษณะเข้มงวดมากขึ้น จนคล้ายกับระบบควบคุมข้อมูลข่าวสารที่ใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่มาอย่างยาวนาน สำนักข่าว HKFP รายงานว่า เจ้าของรถยนต์คันหนึ่งซึ่งใช้ป้ายทะเบียน “US 8964” อันอาจตีความได้ว่าเป็นการอ้างถึงวันที่ 4 มิถุนายน 1989 ได้รับจดหมายนิรนามที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของเขา พร้อมภาพถ่ายรถยนต์ และข้อกล่าวหาว่าอาจละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (อ่านข่าว https://prachatai.com/journal/2025/09/114534)
ในปี 2025 ก่อนวันครบรอบ 36 ปีของเหตุการณ์เพียงไม่นาน เจ้าของรถคันดังกล่าวได้ส่งรถออกไปยังต่างประเทศ และกล่าวว่าสถานการณ์ในฮ่องกง “เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนถึงจุดที่ผมและครอบครัวไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลและบัญชีสื่อสังคมออนไลน์นิรนามทั่วโลกได้จัดเสวนา นิทรรศการ การรวมตัว และเผยแพร่บทความต่าง ๆ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ปราบปรามดังกล่าว สำหรับปี 2026 มีแผนจัดกิจกรรมรำลึกในมากกว่า 30 เมือง ใน 7 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย แคนาดา ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
ภายหลังเหตุการณ์สังหารหมู่เทียนอันเหมิน รัฐบาลจีนได้ดำเนินการปราบปรามทั่วประเทศและจับกุมประชาชนหลายพันคนในข้อหา “ต่อต้านการปฏิวัติ” และข้อหาอาญาอื่น ๆ เช่น การวางเพลิงและการก่อความวุ่นวายต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
รัฐบาลจีนไม่เคยยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่เคยดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่คนใดที่เกี่ยวข้องกับการสังหาร อีกทั้งยังไม่เคยสอบสวนเหตุการณ์หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญหายจากการถูกบังคับสูญหาย หรือผู้ถูกจำคุก
กลุ่มมารดาเทียนอันเหมินได้รวบรวมข้อมูลและยืนยันการเสียชีวิตของประชาชนอย่างน้อย 202 คน จากการปราบปรามการเคลื่อนไหวในกรุงปักกิ่งและเมืองอื่น ๆ
รัฐบาลจีนยังคงเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องให้เกิดความยุติธรรมต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ได้ค่อย ๆ ถูกผ่อนคลายหรือหลีกเลี่ยงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า การขาดมาตรการกดดันระหว่างประเทศที่มีความหมาย ได้เอื้อให้รัฐบาลปักกิ่งดำเนินนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่ต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ทั้งนี้ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องให้รัฐบาลจีน
1. เคารพสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การรวมกลุ่ม และการชุมนุมโดยสงบ พร้อมยุติการคุกคามและการควบคุมตัวโดยพลการต่อผู้ที่ท้าทายคำอธิบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน
2. พบปะและกล่าวขอโทษต่อสมาชิกกลุ่มมารดาเทียนอันเหมิน เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้ถูกจำคุกโดยมิชอบทั้งหมด รวมทั้งจ่ายค่าชดเชยอย่างเหมาะสมแก่ครอบครัวผู้เสียหาย
3. อนุญาตให้มีการสอบสวนสาธารณะอย่างอิสระต่อเหตุการณ์สังหารหมู่เทียนอันเหมินและผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์ พร้อมเผยแพร่ผลการสอบสวนและข้อสรุปโดยเร็ว
4. อนุญาตให้พลเมืองจีนที่ถูกบังคับลี้ภัยจากความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 1989 เดินทางกลับประเทศได้โดยไม่มีเงื่อนไข
5. สอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐและทหารทุกคนที่มีส่วนวางแผนหรือสั่งการให้ใช้กำลังสังหารผู้ชุมนุมอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย และดำเนินคดีตามความเหมาะสม
ฮิวแมนไรท์วอทช์ยังเรียกร้องให้รัฐบาลต่างประเทศฟื้นฟูความพยายามในการทำให้รัฐบาลจีนต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงในอดีต
“แม้รัฐบาลปักกิ่งจะใช้การเซ็นเซอร์ การข่มขู่ และการปราบปรามอย่างรุนแรง แต่ชาวจีนและชาวฮ่องกงทั่วโลกยังคงรำลึกถึงเหตุการณ์สังหารหมู่เทียนอันเหมินอย่างต่อเนื่อง” อูลูยอลกล่าว “รัฐบาลต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนควรตระหนักถึงความพยายามเหล่านี้ และกดดันให้รัฐบาลจีนยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จัดให้มีการเยียวยาชดเชย และนำตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบรับผิด”
ที่มา:
China: No Justice for Tiananmen Massacre 37 Years On, Human Rights Watch, 1 June 2026 https://www.hrw.org/news/2026/06/01/china-no-justice-for-tiananmen-massacre-37-years-on
