'ก้าวไกล' แถลงชัดจุดยืนแก้ไข ม.112-เพื่อไทยพร้อมเป็นสะพาน แต่ไม่ร่วมเสนอในนามฝ่ายค้าน

ก้าวไกลแถลงแสดงจุดยืนต่อ ม.112 ชี้ ไม่แก้ก็ถูกยกเลิก ยืนยันไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จี้ ‘ประธานสภา’ บรรจุเข้าวาระประชุมทันที อย่าดองเหมือน 9 เดือนที่ผ่านมา ด้าน 'หมอชลน่าน' เผยมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน เห็นร่วมกันว่าต้องใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกแก้ไขปัญหา ป้องกันการแก้ปัญหานอกระบบ และเพื่อไทยพร้อมเป็นสะพาน แต่จะไม่เสนอร่างแก้ไข ม.112 ในนามฝ่ายค้าน ขอให้เป็นมติของแต่ละพรรค

3 พ.ย. 2564 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่าวันนี้ (3 พ.ย. 2564) เวลา 14.00 น. ที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีการเสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ของพรรคก้าวไกล ที่ยังค้างบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภา โดยกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 พรรคก้าวไกลเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน จำนวน 5 ฉบับ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย (1) ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...  (2) ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... และ (3) ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่...) พ.ศ. …เพื่อสร้างกลไกคุ้มครองประชาชนจากการถูกฟ้อง “คดีปิดปาก” หรือ anti-SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) laws  (4) ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เพื่อเพิ่มบทลงโทษกรณีเจ้าพนักงานบิดเบือนกฎหมาย ทำให้สามารถเอาผิดเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมที่กระทำการบิดเบือนกฎหมายต่อประชาชนได้ และ (5) ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการแก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งหมด ทั้งหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นศาล รวมทั้งความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ เพื่อประกันเสรีภาพในการแสดงออกโดยได้สัดส่วนกับการเคารพในสิทธิหรือชื่อเสียงของประมุขของรัฐและบุคคลอื่น สอดคล้องกับหลักสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

“ความคืบหน้าจนถึงวันนี้ปรากฏว่า มีเพียงร่างกฎหมาย 4 ฉบับแรกเท่านั้น ที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบเพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย ซึ่งมีการแก้ไข ม.112 ด้วยนั้น ถูกโต้แย้งโดยสำนักการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตามลำดับ ว่ามีบทบัญญัติที่อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ม.6 ที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (คนกลาง)
 

ทั้งนี้ เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า สาระสำคัญในร่างกฎหมายที่มีการแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกลนั้น เป็นย้ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา 112 ออกจากหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ไปกำหนดเป็นลักษณะความผิดใหม่ คือ “ลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” เพื่อให้มีความเหมาะสมทั้งในแง่ของโครงสร้างของบทบัญญัติ อัตราโทษ การยกเว้นความผิด การยกเว้นโทษ และผู้ร้องทุกข์ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลทั่วไปนำฐานความผิดนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กลั่นแกล้งผู้อื่น หรือนำไปใช้โดยไม่สุจริต ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่มีการแก้ไขเพื่อเพิ่มให้มีบทยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษ ที่ระบุว่า “ผู้ใดติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้นั้นไม่มีความผิด” และ “ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามมิให้พิสูจน์ ถ้าเป็นเรื่องความเป็นอยู่ส่วนพระองค์ และการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน” ทางสำนักการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรโต้แย้งกลับมาว่าเป็นบทบัญญัติที่อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6

“กรณีนี้ พรรคก้าวไกลเคยทำหนังสือชี้แจงสำนักการประชุม สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และจะยื่นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและประธานสภาอีกครั้งในวันนี้ เพื่ออธิบายยืนยันว่า เมื่อพิจารณาจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญและกฎหมายของไทย ตลอดจนหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญแล้ว ร่างแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลนั้น ไม่ได้มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 6 แต่อย่างใด จึงขอให้ประธานสภาฯ นำร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ของพรรคก้าวไกลที่ยังตกค้างอยู่ เข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมโดยเร็ว”

ทั้งนี้ ชัยธวัช ย้ำว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หากข้อความในร่างมีปัญหาประการใด ย่อมเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา อภิปราย และตรวจสอบตามกระบวนการนิติบัญญัติปกติ

“พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า การจะธำรงรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ให้คงอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตย ไม่สามารถจะบรรลุได้ด้วยการใช้อำนาจกดบังคับ หรือใช้กฎหมายปราบปรามการแสดงออกของประชาชน  แต่สถาบันการเมืองใดๆ ในสังคมสมัยใหม่ย่อมดำรงอยู่ได้ก็ด้วยความชอบธรรมและความยินยอมพร้อมใจจากประชาชน

“บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” นั้น มิได้ดำรงอยู่อย่างอิสระโดยตัวเอง แต่ต้องยึดโยงกับหลักสำคัญที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงกระทำผิดไม่ได้ (the King can do no wrong) ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นกลางทางการเมือง ไม่ทรงกระทำการใดในทางการเมืองและในการปกครองด้วยพระองค์เอง ซึ่งจะป้องกันให้องค์พระมหากษัตริย์ปลอดพ้นจากการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน

“ดังนั้น หนทางที่พวกเราควรทำก่อนจะสายเกินการณ์ ก็คือ การแสวงหากุศโลบายที่สอดคล้องกับยุคสมัยเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนภายใต้ระบบนิติรัฐ ในทางตรงกันข้าม การตีความมาตรา 6 ตามรัฐธรรมนูญที่เกินเลยกว่าตัวบทและเจตนารมณ์ รวมถึงการมีกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งมีปัญหาทั้งในแง่เนื้อหาและในแง่ของการบังคับใช้ โดยขัดต่อระบบนิติรัฐและสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างในปัจจุบันนี้ต่างหาก ที่จะกระทบต่อฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะขององค์พระมหากษัตริย์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112  ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจต้องคืนสิทธิในการประกันตัวให้แก่ผู้ต้องหาคดี ม.112 รวมถึงคดีความมั่นคงอื่นๆและใช้กลไกทางการเมืองในการยุติคดีการเมืองต่างๆ ไม่ควรมีใครต้องอยู่ในคุกเพราะการแสดงออกทางการเมือง ในที่สุดหากต้องนิรโทษกรรมคดีการเมืองเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมก็จำเป็นต้องทำ

“ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องตระหนักและเปิดพื้นที่ปลอดภัยในการทบทวนและแก้ไข ม.112 เพื่อหาข้อยุติที่แต่ละฝ่ายซึ่งมีความคิดทางการเมืองต่างกันพอจะรับกันได้ พรรคก้าวไกลหวังว่าเมื่อ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่สภาแล้ว จะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ก่อนที่จะสายเกินการณ์ ไม่มีทางที่เราจะมีการเมืองที่มีเสถียรภาพมั่นคงได้ หากเรายังมีระบบกฎหมายที่ล้าหลัง ไม่เห็นคนเป็นคนเสมอหน้ากันไม่มีทางที่เราจะมีเศรษฐกิจสังคมที่เจริญก้าวหน้าและเป็นธรรมได้ หากเรายังอยู่ในรัฐโบราณที่ประชาชนไม่ใช่เจ้านาย ประชาชนไม่ใช่เจ้าของประเทศ” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุ 

     

ในช่วงการตอบคำถามของสื่อมวลชนซึ่งถามถึงเหตุผลในการเสนอกฎหมายนี้ ชัยธวัช กล่าวว่า การตัดสินใจนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของพรรค เป็นเพราะสถานการณ์การเมืองนอกสภาที่มีวิกฤตความขัดแย้งทางความคิด รวมถึงมีการบังคับใช้ ม.112 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัญหาทางการเมือง พื้นที่สภาผู้แทนราษฎรจึงไม่สามารถงดเว้นหรือไม่สนใจที่จะนำเรื่องนี้มาอภิปรายได้

“การเสนอร่างนี้จะทำให้ความตึงเครียดในสังคมลดลงได้ สามารถยืดหยุ่นหรือแก้ไขให้สอดคล้องสภาพความผิด หรือไม่ใช่ให้ใครก็ได้ไปแจ้งความก็ได้ที่ไหนก็ได้อย่างที่เป็นอย่าง ถ้าทำสำเร็จปัญหาทางการเมืองที่เกิดจาก ม.112 จะลดลงและจะไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายนี้ตั้งแต่เดือน ก.พ. แต่กำลังจะถูกกลไกของสภาปฏิเสธ โดยอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญเพื่อไม่นำเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณา แต่ดังที่เรากล่าวว่าความเห็น ม.112 มีทั้งคนบอกที่ว่าให้ยกเลิกไปเลย ขณะเดียวกันบางคนก็ว่าไม่ควรยกเลิกหรือเสนอเพิ่มโทษเข้าไปอีก เราจึงเสนอในข้อเสนอตรงกลางที่เชื่อว่าจะสามารถคุยกันได้ และใช้เวทีสภาให้ดีที่สุดเพื่อคุยถึงความแตกต่างทางการเมือง แต่ถ้าสภาไม่เปิดให้คุยถึงปัญหาที่แหลมคมก็จะไม่นำไปสู่แก้ไขและจะนำไปสู่การยกเลิกในอนาคต”

นอกจากนี้ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเข้าประชุมร่วมพรรคฝ่ายค้านช่วงเช้าวันนี้ระบุว่า ขณะนี้พรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ยังไม่มีพรรคใดแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย ม.112 แบบพรรคก้าวไกล แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคใดแสดงจุดยืนแบบพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกาศชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นพ้องต้องกันและยืนยันว่าจะใช้กลไกรัฐสภาเป็นการรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ รวมถึงเรื่อง ม.112 และจะนำไปหารือต่อในอนาคต

'ชลน่าน' เผยมติพรรคฝ่ายค้านพร้อมยื่นอภิปรายทั่วไป ม.152 อย่างมีเอกภาพ แต่การแก้ไข ม.112 ขอให้เป็นมติของแต่ละพรรค 

ในวันเดียวกันนี้ วอยซ์ออนไลน์และมติชนออนไลน์ รายงานว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติรับข้อเสนอของประชาชนเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา และมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันแบบภาพใหญ่ 3 ระดับ คือ 1.ระดับที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งจะกำหนดยุทธศาสตร์ทิศทางทุกมิติ 2.พรรคร่วมฝ่ายค้านมีคณะกรรมการประสานในสภา ทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนตรวจสอบตามกลไกรัฐสภา และ 3.คณะกรรมการประสานงานนอกสภา และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้าหาพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาที่แท้จริงอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 และเสนอญัตติในนามพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างมีเอกภาพ เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาต่อประชาชน โดยเตรียมญัติไว้ 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการสาธารณสุขเรื่องโควิด-19 วิกฤตศรัทธาทางการเมืองการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และวิกฤตเสถียรภาพของรัฐบาลไม่มีความมั่นคง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแก้ไข ม.112 นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ มีมติร่วมกันว่าจะรับทุกความเห็นจากพี่น้องประชาชนและผลักดันเข้าสู่สภา ให้รัฐสภาเป็นเวทีกลางในการแก้ไขปัญหา ส่วนการเสนอร่างแก้ไข ม.112 ขอให้เป็นมติของแต่ละพรรค จะไม่มีการเสนอร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดย นพ.ชลน่านยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้พูดคุยกันอย่างชัดเจนและมีข้อสรุปว่าไม่ต้องการให้เกิดกรณีการใช้กฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพเพื่อเล่นงานผู้เห็นต่างจนเกิดเป็นนักโทษทางความคิด และจะไม่ปล่อยให้เกิดความแตกแยกที่นำไปสู่การแก้ปัญหานอกสภา หรือนอกระบบ

“พรรคเพื่อไทยจะไม่เป็นตัวตั้งตัวตีในการล่าชื่อหรือผลักดันแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานนำปัญหาเข้ามาคุยในสภาเท่านั้น แต่ก็ไม่ตัดสิทธิว่าพรรคไหนหรือสมาชิกท่านใดจะนำเสนอขอแก้ไข เพราะไม่อยากให้นำปัญหาไปแก้กันบนถนนนอกสภา” นพ.ชลน่านกล่าว พร้อมเรียกร้องไปยังฝั่งรัฐบาลให้หยุดนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมืองและกล่าวหาหรือใส่ร้ายฝ่ายประชาธิปไตย เพียงเพื่อจะกลบเกลื่อนปิดบังในสิ่งที่รัฐบาลประสบปัญหาอยู่ เพราะการที่ท่านทำแบบนี้จะทำให้เกิดความแตกแยกขัดแย้ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์