หลายรัฐในสหรัฐฯ หวังเพิ่มสัดส่วน 'ตำรวจหญิง' สร้างความหลากหลายในองค์กรตำรวจ

ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงในอาชีพต่าง ๆ ในสหรัฐฯ แต่สัดส่วนของผู้หญิงในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจมลรัฐ (State Police) แทบไม่ขยับเพิ่มขึ้นเลย หลายรัฐในสหรัฐฯ จึงหวังเพิ่มสัดส่วนตำรวจหญิง เพื่อสร้างความหลากหลายในองค์กรตำรวจ


ในสหรัฐฯ สัดส่วนของผู้หญิงในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจมลรัฐ (State Police) แทบไม่ขยับเพิ่มขึ้นเลย ตั้งแต่ปี 2543 | ที่มาภาพประกอบ: McKenzie County Public School District #1

  • ในปี 2564 ภาพรวมทั้งระดับประเทศ สหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมลรัฐเฉลี่ยเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นที่เป็นผู้หญิง สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 6 ในปี 2543
  • พบว่าหลายรัฐต้องการเพิ่มสัดส่วนตำรวจหญิงให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อสะท้อนความหลากหลายของประชากรในรัฐนั้น ๆ 
  • มีผลวิจัยในระดับชาติเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ ที่ระบุว่าตำรวจหญิงมีแนวโน้มที่จะใช้กำลังน้อยกว่าตำรวจชาย, ถูกร้องเรียนน้อยกว่าตำรวจชาย และปฏิบัติตนได้ดีกับเหยื่ออาชญากรรมมากกว่าตำรวจชาย 
  • หน่วยงานของรัฐบางแห่งก็กำลังรับสมัครตำรวจหญิงเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการปรับวิธีทำงานของหน่วยงานตำรวจ ให้เอื้อต่อการมีตำรวจหญิงในองค์กรอีกด้วย

รายงานจาก Stateline ระบุว่าที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษแล้ว ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงในอาชีพและตำแหน่งต่าง ๆ เช่นผู้ว่าการรัฐ ผู้นำทางการทหาร และแม้กระทั่งตำแหน่งรองประธานาธิบดี แต่สัดส่วนของผู้หญิงในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจมลรัฐ (State Police) แทบไม่ขยับเลย จากการวิเคราะห์ของ Stateline พบว่าในปี 2564 นี้ภาพรวมทั้งระดับประเทศมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมลรัฐเฉลี่ยเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นที่เป็นผู้หญิง สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 6 ในปี 2543

โดยในรัฐที่มีสัดส่วนผู้หญิงเป็นตำรวจมลรัฐต่ำสุดอยู่ที่ร้อยละ 2 ส่วนรัฐที่มีสัดส่วนผู้หญิงเป็นตำรวจมลรัฐสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 13

รูปแบบโครงสร้างตำรวจในสหรัฐอเมริกา

ระบบตำรวจหรือผู้รักษากฎหมายในประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา แบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนี้ ระดับรัฐบาลกลาง (Federal) ระดับมลรัฐ (State) ระดับซิตี้ (City) ระดับมณฑล (County) และระดับกองโรงเรียน (Unified School District)

ระดับรัฐบาลกลาง จะรับผิดชอบบังคับใช้กฎหมายรัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐธรรมนูญ หน่วยงานที่มีชื่อเสียง เช่น หน่วยสอบสวนกลาง (FBI), ตำรวจลับ (Secret Service), ตำรวจศาล (U.S. Marshal), ปราบปรามยาเสพติด (DEA), ตำรวจตระเวนชายแดน (Border Patrol), หน่วยงานสิ่งแวดล้อม (EPA) เป็นต้น

ระดับมลรัฐ ซึ่งมีอยู่ 50 รัฐ ในแต่ละรัฐมีระบบตำรวจที่คล้ายคลึงกัน แม้บางรัฐเรียกว่า State Police บางรัฐเรียกว่า State Patrol, State Trooper เป็นต้น โดยจะอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้ว่าการรัฐ (Governor) ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ตำรวจมลรัฐจะดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่และสถานที่ของหน่วยงานรัฐบาลในระดับรัฐ รวมทั้งสายตรวจทางหลวงด้วย เป็นต้น

ระดับเมือง เมืองใหญ่ ๆ จะมีหน่วยงานตำรวจของตนเอง เรียกว่า Police Department ตัวย่อ PD เช่น LAPD, NYPD หัวหน้าตำรวจเรียกว่า Chief Police อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรี (Mayor) ในเมืองนั้น ๆ

ระดับมณฑล เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่มีนายกเทศมนตรี Mayor ก็ต้องอาศัยตำรวจ หรือผู้รักษากฎหมายจากมณฑล (County) ที่เรียกว่า Sheriff ที่คนไทยชอบแปลว่า "นายอำเภอ" จริง ๆ แล้ว Sheriff ก็คือตำรวจที่มาจาก County นี่เอง จะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ County Supervisor ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้ง

ระดับกองโรงเรียน กองโรงเรียนขนาดใหญ่จะมีตำรวจเป็นตนเอง เช่น ของกองโรงเรียนนครลอสแองเจลิส LAUSD หน่วยงานตำรวจ จะอยู่ภายใต้การบริหารของ School District Superintendent ที่มาจากการสมัครภายใต้การคัดเลือก ของ Board of Education ที่มาจากการเลือกตั้งตำรวจโรงเรียน

ที่มา: ตำรวจอเมริกากับตำรวจไทยแตกต่างกันอย่างไร (ด.ต.สุรพงษ์ เมืองแก้ว, ผบ.หมู่ ฝ่ายปกครองและการฝึก ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3)

ความต้องการตำรวจหญิง

ในสหรัฐฯ ทุกรัฐยกเว้นรัฐฮาวายมีตำรวจมลรัฐ ส่วนใหญ่มักทำหน้าที่เป็นสายตรวจทางหลวง ในบางรัฐมีหน้าที่หลักในการจัดการระบบจราจร ในบางรัฐก็มีหน้าที่เกี่ยวกับคดีอาญาบ้าง หรือสนับสนุนการทำงานของตำรวจในระดับเมืองและระดับท้องถิ่น เป็นต้น

"ในปีที่ผ่านมา ฉันได้เห็นการเรียกร้องของตำรวจประเภทต่าง ๆ เราได้เห็นการเรียกร้องให้มีการสื่อสารกันมากขึ้น มีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น" นิกกี้ สมิธ-เคีย ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสมอภาคทางเพศ ที่กำลังทำงานร่วมกับกรมตำรวจฟิลาเดลเฟียกล่าว "ในฐานะอาชีพ เราเต็มใจที่จะรับรู้ว่าการมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างอาจส่งผลต่อวิธีการดำเนินงานของเราหรือไม่"

ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านตำรวจ มองว่าสัดส่วนของตำรวจมลรัฐหญิงโดยรวมที่ต่ำนั้น เป็นเพราะทัศนคติเหมารวมเกี่ยวกับอาชีพ รวมทั้งรูปแบบการฝึกอบรมที่จะเข้าสู่อาชีพนี้มีการกีดกันและการล่วงละเมิดทางเพศ และการขาดผู้หญิงที่จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาตลอดเวลา

มัวรีน แมคกัฟ หัวหน้าของโครงการตำรวจของ NYU School of Law และอดีตที่ปรึกษานโยบายอาวุโสในสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งชาติ (National Institute of Justice) กล่าวว่า "เป็นที่รับรู้กันอยู่แล้วว่าตำรวจมลรัฐมีผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชาย แต่ฉันก็ประหลาดใจที่เห็นว่าตัวเลขไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก นับตั้งแต่การสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุด"

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานส่วนใหญ่ระบุกับ Stateline ว่าพวกเขาต้องการจ้างผู้หญิงและพยายามมานานแล้ว และพวกเขากำลังทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีผู้หญิงมาเข้าร่วมกับองค์กรมากขึ้น

"เพื่อให้บริการได้ดียิ่งขึ้นและสะท้อนถึงชุมชนที่หลากหลายของเรา เราจำเป็นต้องเพิ่มการจ้างและรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป" จูเลีย สคริบเนอร์ ร้อยตำรวจเอกหญิงแห่งรัฐเวอร์มอนต์กล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์กับ Stateline

"ผู้หญิง คนผิวสี LGBTQ คือองค์ประกอบสำคัญของชุมชนของเรา" สคริบเนอร์กล่าว "แต่ 85% ในแผนกตำรวจของเรามีแต่ผู้ชายผิวขาว ซึ่งนั่นไม่ได้สะท้อนความหลากหลายของประชากรในรัฐเวอร์มอนต์" สคริบเนอร์กล่าว

ประโยชน์ของการมีตำรวจหญิง


จ่าเจนน่า คลอว์สัน ฮุยเบรกต์ ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านมานุษยวิทยาและวัฒนธรรม ที่หันมาเป็นตำรวจมลรัฐ | ที่มาภาพ: North Dakota Highway Patrol

มีผลวิจัยในระดับชาติเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ ที่ระบุว่าตำรวจหญิงมีแนวโน้มที่จะใช้กำลังน้อยกว่าตำรวจชาย, ถูกร้องเรียนน้อยกว่าตำรวจชาย และปฏิบัติตนได้ดีกับเหยื่ออาชญากรรมมากกว่าตำรวจชาย ทั้งนี้หน่วยงานของรัฐบางแห่งก็กำลังรับสมัครตำรวจหญิงเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการปรับวิธีทำงานของหน่วยงานตำรวจ ให้เอื้อต่อการมีตำรวจหญิงในองค์กรอีกด้วย

จ่าเจนน่า คลอว์สัน ฮุยเบรกต์ 32 ปี ซึ่งปี 2564 นี้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนที่ 2 ในกรมตำรวจทางหลวงนอร์ทดาโคตา ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ระบุว่า "ปัญหาบางอย่างที่เราเห็นในการบังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ฉันคิดว่าผู้หญิงสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้" 

ปี 2557 เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านมานุษยวิทยาและวัฒนธรรม แรกเริ่มเธออยากทำงานในกองทัพ แต่ก็เปลี่ยนใจมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมลรัฐ

"มีข่าวและประเด็นระหว่างชนกลุ่มน้อยกับตำรวจเพิ่มขึ้น และฉันก็มีปัญหากับเรื่องนี้" คลอว์สัน ฮุยเบรกต์ กล่าว "ฉันตัดสินใจว่าฉันสามารถเป็นตำรวจได้ และฉันต้องการแก้ไขปัญหานั้นจากภายในสู่ภายนอก"

เธอพบว่าผู้คนรอบข้างให้ความสัมพันธ์กับเธอแตกต่างจากที่พวกเขาทำกับเพื่อนร่วมงานชาย ราวกับว่าพวกเขาเห็นเธอเป็นพี่สาวหรือแม่ ซึ่งมันช่วยเธอในการทำงานได้อย่างมาก เคยมีพนักงานเรือนจำถามเธอว่า เธอใส่กุญแจมือให้กับผู้ชายที่มีประวัติความรุนแรงได้อย่างไร

"แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่หญิงก็ยังคงต้องใช้กำลัง มันเกิดขึ้นตลอดเวลา" คลอว์สัน ฮุยเบรกต์ กล่าว "แต่ผู้หญิงเรามีมุมมองและวิธีการที่แตกต่างกัน มันช่วยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากเจ้าหน้าที่ผู้ชายในบางครั้ง"

จากการศึกษาของกรมตำรวจชิคาโกที่ตีพิมพ์ในปี 2564 นี้ในวารสาร Science พบว่าตำรวจหญิงใช้กำลังน้อยกว่าตำรวจชาย ส่วนศึกษาในปี 2551 ที่ตีพิมพ์ใน Law Enforcement Executive Forum ระบุว่าตำรวจหญิงยังมีโอกาสน้อยกว่าตำรวจชายที่จะถูกร้องเรียนจากประชาชน

การวิจัยอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่าตำรวจหญิงมีทักษะที่ดีกว่าตำรวจชายในการประเมินความต้องการของชุมชนที่หลากหลาย และปฏิบัติตนต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการข่มขืนได้ดีกว่าตำรวจชาย

แต่กระนั้นการเพิ่มสัดส่วนตำรวจหญิงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

ความท้าทาย

คลิปวิดีการรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เน้นความตื่นตาตื่นใจการปฏิบัติการจับกุม มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่งานส่วนใหญ่ของผู้พิทักษ์กฎหมาย นอกจากนี้มันไม่รวมถึงผู้หญิงและความหลากหลายเอาไว้ ซึ่งได้ย้ำภาพจำเดิม ๆ ว่างานตำรวจไม่เหมาะกับผู้หญิง

โอมัวเยนา วิลเลียมส์ ตำรวจหญิงในรัฐอิลลินอยส์ แบ่งปันประสบการณ์ของเธอในฐานะแม่และผู้พิทักษ์กฎหมาย "ผู้หญิง เราต้องหาวิธีสร้างสมดุลระหว่างอาชีพการงานและครอบครัวของเรา" เธอกล่าว "สำหรับผู้หญิง อาจดูน่ากลัวเมื่อคุณเดินเข้าไปในห้องและเห็นผู้ชายจำนวนมาก เพราะตำรวจเป็นอาชีพที่ผู้ชายครอบงำอยู่"

วิลเลียมส์เกิดที่ไนจีเรีย ครอบครัวของเธอย้ายมาชิคาโกเมื่อเธออายุ 13 ปี แรกเริ่มเธอไม่รู้ว่าอิลลินอยส์มีกรมตำรวจของรัฐ ในขณะที่เธอกำลังฝึกเพื่อเข้าร่วมนาวิกโยธิน เธอได้พบกับตำรวจมลรัฐที่บอกเธอเกี่ยวกับกรมตำรวจอิลลินอยส์ เธอจึงตัดสินใจมาสมัครงาน และกว่าทศวรรษที่ผ่านมาเธอได้ไต่เต้าจากเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน จนมาทำหน้าที่ผู้ประสานงานการจัดหางานให้กับกรมตำรวจรัฐอิลลินอยส์ในปัจจุบัน

เช่นเดียวกับวิลเลียมส์ ตำรวจหญิงหลายคนมีพื้นฐานทางการทหารมาก่อน ดังนั้นการสรรหาตำรวจหญิงจำนวนมากจึงมุ่งเน้นไปที่กองทัพ ปัจจุบันพบว่ามีบุคลากรของกองทัพมีสัดส่วนผู้หญิง ร้อยละ 16 ดังนั้นการเริ่มต้นจากกองทัพก็หมายถึงการเริ่มต้นจากสนามอื่นที่ผู้ชายเป็นใหญ่ด้วยเช่นกัน

คิม คราเวน กรรมการบริหารของสมาคมสตรีผู้พิทักษ์กฎหมายแห่งชาติ (National Association of Women Law Enforcement Executives) กล่าวว่า "การมีผู้หญิงเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานกำลังแรงงานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะประชากรของประเทศเราเป็นผู้หญิงครึ่งหนึ่ง" 

คราเวนยังระบุว่าหน่วยงานจำนวนมากไม่ได้ทำอะไรมากพอที่จะเปลี่ยนการรับรู้เดิม ๆ ที่ว่าอาชีพตำรวจไม่เหมาะสำหรับผู้หญิง 

"เมื่อคุณเห็นคลิปวิดีโอและโบรชัวร์การรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เน้นการปฏิบัติการและปืนของหน่วย SWAT ซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่ใช่งานส่วนใหญ่ของผู้พิทักษ์กฎหมาย นอกจากนี้มันไม่รวมถึงผู้หญิงและความหลากหลายเอาไว้ด้วย" คราเวน กล่าว

อุปสรรคอีกประการหนึ่งของการจ้างตำรวจหญิงหน้าใหม่ ๆ หรือการรักษาเจ้าหน้าที่เดิมไว้ คือสถานีตำรวจ (ส่วนใหญ่เรียกว่าค่าย) ของรัฐมักจะอยู่ในเมืองที่ต้องเดินทางไกลออกไป 

"เมื่อคุณสมัครกับหน่วยงานในระดับมลรัฐ ... คุณไม่รู้ว่าตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ไหน" ชาริส พอลสัน ผู้อำนวยการด้านการรับรองระบบงานของกรมตำรวจรัฐไอโอวา กล่าว "แต่เมื่อคุณสมัครกับหน่วยงานในระดับเมือง คุณมักจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"

และแน่นอนว่ามีการตรวจร่างกายที่เข้มงวด ผู้หญิงมีโอกาสน้อยที่จะผ่านได้ จากการศึกษาสถิติของสำนักงานสถิติยุติธรรม (Bureau of Justice Statistics) พบว่าในปี 2561 สถาบันฝึกอบรมตำรวจของรัฐและท้องถิ่น ผู้ชายได้เข้ารับการฝึกอบรมขั้นพื้นฐานในอัตราที่สูงกว่าผู้หญิงที่ร้อยละ 88 และ ร้อยละ 81 ตามลำดับ

"สถาบันของเรามีรูปแบบกึ่งการทหาร มีการอบรมที่หลากหลาย ผู้ฝึกไม่เพียงแต่จะต้องมีความแข็งแกร่งทางจิตใจเท่านั้น แต่ยังต้องแข็งแกร่งทางร่างกายอีกด้วย" แคโรลีน ฮุน รองหัวหน้าฝ่ายฝึกอบรม สรรหา และการมีส่วนร่วมของชุมชนแห่งกรมตำรวจรัฐนิวเม็กซิโกกล่าว

นอกจากนี้สัดส่วนผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้หญิงก็ยิ่งต่ำ "ปัญหาใหญ่คือ มีผู้หญิงเพียงร้อยละ 3 เท่านั้นที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาในงานพิทักษ์กฎหมาย" คราเวน กล่าว ในขณะที่ สมิท-เคีย กล่าวว่า "เราไม่สามารถจะเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นได้"

"ผู้บังคับบัญชาจะเป็นคนเลือกตำรวจที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง" อิวอนเน โรมัน อดีตหัวหน้าตำรวจของเมืองนวาร์ค รัฐนิวเจอร์ซีย์กล่าว "มันยากเมื่อมีผู้หญิงเพียงไม่กี่คน และมีเพียงผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่จะได้รับเลือกให้เลื่อนขั้น" 

ทางออก


โครงการรณรงค์ '30x30 Initiative' มีเป้าหมายที่จะให้หน่วยงานตำรวจแต่ละแห่งมีตำรวจหญิงในองค์กรไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2573

เมื่อคำนึงถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้นเหล่านี้แล้ว หน่วยงานตำรวจของรัฐอย่างน้อย 5 แห่ง ได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้หน่วยงานตำรวจแต่ละแห่งมีตำรวจหญิงในองค์กรไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2573 รัฐเหล่านั้นได้แก่ (และสัดส่วนของตำรวจหญิงในปัจจุบัน) ได้แก่ อิลลินอยส์ (ร้อยละ 10), ไอโอวา (ร้อยละ 6), แมสซาชูเซตส์ (ร้อยละ 5), เวอร์มอนต์ (ร้อยละ 13) และวอชิงตัน (ร้อยละ 10)

เป้าหมายนี้ริเริ่มขึ้นภายใต้โครงการรณรงค์ '30x30 Initiative' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโครงการตำรวจของ NYU School of Law, มูลนิธิตำรวจแห่งชาติ (National Police Foundation), สภาวิจัยผู้บริหารตำรวจ (Police Executive Research Forum), สมาคมสตรีผู้พิทักษ์กฎหมายแห่งชาติ (National Association of Women Law Enforcement Executives) และหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งแมคกัฟและโรมันได้ร่วมก่อตั้งขึ้นมา จากความคิดริเริ่มนี้หลังจากเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดการวิจัยในปี 2561 เกี่ยวกับตำรวจหญิง ที่ได้รับรับการสนับสนุนจากสถาบันความยุติธรรมแห่งชาติ (National Institute of Justice)

ภายใต้โครงการรณรงค์นี้ นอกจากหน่วยงานระดับรัฐแล้วยังมีหน่วยงานระดับท้องถิ่นมากกว่า 100 หน่วยงาน จาก 34 รัฐ ที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือน มี.ค. 2564 เช่น กรมตำรวจนครนิวยอร์ก กรมตำรวจนครฟิลาเดลเฟีย และกรมตำรวจนครลอสแองเจลิส เป็นต้น

แมคกัฟกล่าวว่าเป้าหมาย ร้อยละ 30 นั้นมาจากทฤษฎีระบบราชการแบบตัวแทน (Representative bureaucracy) ที่ระบุว่ากลุ่มคนร้อยละ 30 อาจจะสามารถสร้างประโยชน์ในเชิงบวกต่อวัฒนธรรมของกลุ่มนั้น ๆ ได้

ในรัฐไอโอวา กรมตำรวจรัฐไอโอวาได้เริ่มเปิดโอกาสให้ผู้สมัครตำรวจหญิงสามารถทดสอบด้านสมรรถภาพทางกายก่อนที่จะมีการสอบคัดเลือกจริง

"พวกเธอ [ผู้สมัครตำรวจหญิง] รู้ดีว่าจะคาดหวังอะไร" พอลสัน ผู้อำนวยการด้านการรับรองระบบงานของกรมตำรวจรัฐไอโอวา กล่าว "มันจะเป็นอย่างไรถ้าพวกเธอสามารถเห็นได้ว่ากำลังอยู่ในระดับไหน และต้องทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเธอพร้อมเมื่อถึงวันทดสอบจริง"

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานของมลรัฐไม่กี่แห่งที่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญการสรรหาผู้หญิงเข้ามาทำงานเป็นพิเศษ

"ผมคิดว่าการมีผู้หญิงมีประโยชน์ แต่ผมก็ไม่อยากทำให้มันเฉพาะเจาะจงลงมาด้วย" ร้อยโทมาร์ค ไรลีย์ โฆษกกรมตำรวจรัฐจอร์เจีย กล่าว "ผมคิดว่าการที่ทุกสาขาอาชีพมีความหลากหลายนั้นมันสำคัญและเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย กลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนาต่าง ๆ คุณไม่มีทางรู้ว่าคุณจะเจอกับใครที่ข้างถนน" โดยในรัฐจอร์มีสัดส่วนตำรวจหญิงเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น 

ในทำนองเดียวกันเมื่อ Stateline ส่งคำถามไปยังตำรวจทางหลวงรัฐฟลอริดาว่ามีความพยายามในการสรรหาที่มุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงหรือไม่ ร้อยตำรวจเอกปีเตอร์ เบิร์กเทรสเซอร์ ระบุในอีเมลตอบกลับมาว่าหน่วยงานของเขา "ทำการสรรหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติอย่างต่อเนื่องโดยไม่คำนึงถึงเพศหรือเชื้อชาติ" ทั้งนี้ในหน่วยงานตำรวจทางหลวงรัฐฟลอริดา มีสัดส่วนตำรวจหญิง ร้อยละ 10 

ถึงกระนั้น กลับมีหน่วยงานต่าง ๆ ในจำนวนที่มากกว่า ที่กำลังดำเนินการเพื่อนำผู้หญิงเข้ามาสู่องค์กรของตน

กรมตำรวจรัฐมิชิแกน แม้จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ 30x30 Initiative แต่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมีผู้สมัครเป็นตำรวจหญิงให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี 2565 โดยปัจจุบันองค์กรมีตำรวจหญิง ร้อยละ 9

กรมตำรวจรัฐมิชิแกนได้โพสต์ข้อมูลเชิญชวนการสมัครงานไว้ในเว็บไซต์ขององค์กร และมีข้อมูลระบุว่าหากได้รับเลือกเข้าทำงานแล้วจะถูกประจำการที่ไหน และมีความพยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ได้อยู่ใกล้บ้านของพวกเขาและเธอมากที่สุด 

กรมตำรวจรัฐนิวเม็กซิโก ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน องค์กรซึ่งมีผู้หญิงน้อยกว่าร้อยละ 8 ยังได้เพิ่มผู้หญิงในทีมจัดหางานอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงบัญชีโซเชียลมีเดียรวมถึงบัญชี TikTok ใหม่เพื่อให้เข้าถึงผู้หญิงได้มากขึ้น

ใน วิดีโอ แรกของกรมตำรวจรัฐนิวเม็กซิโก เจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบของเธอตามเพลง 'Unstoppable' โดยนักร้องเพลงป๊อป Sia มีการรับชมวิดีโอนี้มากกว่า 650,000 ครั้ง นับตั้งแต่ถูกโพสต์ในเดือน มี.ค. 2564 "มันแสดงให้เห็นด้านความเป็นมนุษย์หลังตราสัญลักษณ์ตำรวจ และมันทำให้การสนทนาเริ่มต้นขึ้น" ฮุน รองหัวหน้าฝ่ายฝึกอบรม สรรหา และการมีส่วนร่วมของชุมชนแห่งกรมตำรวจรัฐนิวเม็กซิโกกล่าว 

ย้อนกลับไปในนอร์ทดาโคตา คลอว์สัน ฮุยเบรกต์ กล่าวว่าเธอเข้าใจว่าความคิดที่ว่าการลาดตระเวนในที่ห่างไกลนั้นน่ากลัว รวมถึงความไม่แน่นอนของการถูกแขวนตำแหน่งไว้ในเมืองที่ไม่รู้จักก็เช่นกัน ความท้าทายนี้กำลังเพิ่มขึ้นสำหรับผู้หญิงที่ตัดสินใจเป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย

"ตั้งแต่อายุยังน้อย คุณถูกบอกว่าคุณมีความสามารถอะไร และทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นเมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่ คุณยังคงมีสิ่งเดียวกันนั้นฝังอยู่ในหัวของคุณ" เธอกล่าว "สุดท้ายแล้ว หนึ่งในความพยายามในการสรรหาบุคลากรที่ดีที่สุดของเรา ก็คือการบอกผู้หญิงสักคนว่าเราเชื่อมั่นว่าพวกเธอทำได้"

 

ที่มาเรียบเรียงจาก
Percentage of Women in State Policing Has Stalled Since 2000 (Lindsey Van Ness, Stateline, October 20, 2021)
https://30x30initiative.org

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์