IQAir ชี้ไม่มีประเทศใดในโลกที่อากาศดีผ่านเกณฑ์ WHO ไทยคว้าอันดับ 45 เมืองฝุ่นพิษ PM2.5

รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2564 ของ IQAir พบว่าไม่มีประเทศใดในโลกที่ดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศผ่านเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) บังกลาเทศคว้าอันดับ 1 ประเทศที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุด ส่วนไทยติดอันดับ 45 จาก 118 ประเทศ

23 มี.ค. 2565 รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2564 จาก IQAir บริษัทเทคโนโลยีคุณภาพอากาศในสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้บริการตรวจวัดคุณภาพอากาศและข้อมูลการแก้ปัญหาในราคาประหยัดแก่รัฐบาล องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สถาบันการศึกษา บริษัท และบุคคลในกว่า 100 ประเทศ พบว่ามีเมืองเพียงร้อยละ 3 ทั่วโลกที่มีมีระดับคุณภาพอากาศผ่านเกณฑ์ค่าแนะนำคุณภาพอากาศล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในขณะที่ยังไม่มีประเทศใดในโลกที่ผ่านเกณฑ์ค่าแนะนำดังกล่าว รายงานฉบับนี้ได้วิเคราะห์ PM2.5 จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศใน 6,476 เมือง จาก 117 ประเทศ ภูมิภาค และเขตแดน

รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2564 ของ IQAir ฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้เกณฑ์ค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ PM2.5 ฉบับปรับปรุงใหม่ซึ่งได้เผยแพร่ไปเมื่อเดือน ก.ย. 2564 ซึ่งได้ปรับค่าแนะนำของ PM2.5 เฉลี่ยรายปีจากเดิม 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเป็น 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือที่เรียกว่า PM2.5 เป็นที่ยอมรับว่าเป็นมลพิษทางอากาศที่อันตรายที่สุด มีการตรวจวัดอย่างกว้างขวาง และพบว่า PM2.5 เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคปอด นอกจากนี้ PM2.5 ยังเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชาชนนับล้านคนต่อปี

ข้อค้นพบหลัก

  • ไม่มีประเทศใดผ่านหลักเกณฑ์ค่าแนะนำ PM2.5 ฉบับปรับปรุงล่าสุดปี 2564 ของ WHO
  • มีเฉพาะพื้นที่ในนิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา และเปอร์โตริโกเท่านั้นที่ PM2.5 มีปริมาณไม่เกินค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO
  • มีเพียง 222 เมืองจาก 6,475 เมืองทั่วโลก ที่ปริมาณมลพิษอากาศไม่เกินค่าแนะนำคุณภาพอากาศ PM2.5 ของ WHO
  • 93 เมือง มีปริมาณ PM2.5 เฉลี่ยรายปีมากกว่า 10 เท่าของค่าแนะคุณภาพอากาศ ของ WHO
  • ในละตินอเมริกาและแคริบเบียน มีเพียง 12 เมือง (ร้อยละ 7) จาก 174 เมือง ที่ปริมาณ PM2.5 ต่ำกว่าค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO
  • จาก 65 เมืองในแอฟริกา มีเพียงเมืองเดียว (ร้อยละ1.5) ที่ปริมาณ PM2.5 ต่ำกว่าค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO
  • จาก 1,887 เมืองในเอเชีย มีเพียง 4 แห่ง (ร้อยละ 0.2 ) ที่ปริมาณ PM2.5 ต่ำกว่าค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO
  • จาก 1,588 เมืองในยุโรป มีเพียง 55 เมือง (ร้อยละ 3 ) ที่ปริมาณ PM2.5 ต่ำกว่าค่าแนะนำ ของ WHO
  • เนื้อหาในรายงานได้ครอบคลุมกว่า 2,408 เมืองในสหรัฐอเมริกาและพบว่าค่าเฉลี่ย PM2.5 เพิ่มขึ้นจาก 9.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็น 10.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในปี 2564 เมื่อเทียบกับปี 2563  ในขณะที่ลอสแองเจลิสเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในกลุ่มเมืองขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา กลับพบว่ามลพิษ PM2.5 โดยรวมของเมืองนี้ลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปี 2563
  • ประเทศที่มีมลพิษมากที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2564 ได้แก่
  1. บังคลาเทศ
  2. ชาด
  3. ปากีสถาน
  4. ทาจิกิสถาน
  5. อินเดีย
  • นิวเดลี (อินเดีย) เป็นเมืองหลวงที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ตามด้วยธากา (บังกลาเทศ) เอ็นจาเมนา (ชาด) ดูชานเบ (ทาจิกิสถาน) และมัสกัต (โอมาน)
  • คุณภาพอากาศในจีนดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2564 มีเมืองมากกว่าครึ่งในจีนในรายงานนี้มีระดับมลพิษทางอากาศต่ำกว่าปีก่อนหน้า ระดับมลพิษภายในเมืองหลวงของปักกิ่งยังคงเมีแนวโน้มคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมการปล่อยมลพิษและการลดกิจกรรมของโรงไฟฟ้าถ่านหิน และอุตสาหกรรมการปล่อยมลพิษสูงอื่นๆ
  • เอเชียกลางและใต้มีคุณภาพอากาศที่แย่ที่สุดในโลกในปี 2564 และเป็นที่ตั้งของ 46 เมืองจาก 50 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก มีเพียงสองเมืองคือ Zhezqazghan และ Chu (คาซัคสถาน) ที่มีปริมาณ PM2.5 ไม่เกินค่าแนะนำด้านคุณภาพอากาศของ WHO
  • การตรวจวัดคุณภาพอากาศยังคงมีน้อยในแอฟริกา อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง แม้ว่าเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศมีราคาถูกลง ซึ่งการตรวจวัดคุณภาพอากาศมักจะดำเนินการโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและนักวิทยาศาสตร์พลเมือง

แฟรงค์ แฮมเมส ประธานบริหารของ IQAir กล่าวว่า"ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจคือไม่มีเมืองใหญ่หรือประเทศใดเลยที่มีอากาศที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของประชาชนตามแนวทางค่าแนะนำคุณภาพอากาศล่าสุดขององค์การอนามัยโลก รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าเรายังต้องทำงานอีกมากเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะมีอากาศที่ปลอดภัย สะอาด และดีต่อสุขภาพ ได้เวลาลงมือทำแล้ว”

อวินาช ชันชาล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ อินเดีย กล่าวว่า "เราเข้าใจดียิ่งขึ้นว่ามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของเราอย่างไร รายงานฉบับนี้เป็นเหมือนการปลุกเราให้ตื่นขึ้นมาให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกไม่สามารถเข้าถึงอากาศสะอาด มลพิษทางอากาศ PM2.5 เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซฟอสซิล การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน และกิจกรรมการเกษตร การจัดการกับวิกฤตมลพิษทางอากาศจำเป็นต้องมีการพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนและระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ นอกจากนี้ การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศยังเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศอีกด้วย การได้หายใจอากาศสะอาดควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ใช่อภิสิทธิ์"

รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2564 อ้างอิงตามข้อมูล PM2.5 จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศภาคพื้นดินใน 6,475 เมืองใน 117 ประเทศ และภูมิภาค ในบรรดาสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่รวมอยู่ในรายงานนี้ ร้อยละ 44 ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ ในขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่จัดการโดยนักวิทยาศาสตร์พลเมือง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และบริษัทต่างๆ

สำหรับประเทศไทย ติดอันดับที่ 45 จาก 118 ประเทศที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกประจำปี 2564 มีค่าเฉลี่ยดัชนีคุณภาพอาอากาศอยู่ที่ 67 โดยเมืองที่มีอากาศสะอาดที่สุดของไทยคือเกาะกูด จ.ตราด ส่วนเมืองที่มีมลพิษที่สุดของไทยในปี 2564 คือ จ.ลำปาง

ภาพจาก IQAir Thailand

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์