COVID-19: 13 เม.ย. 65 ยืนยัน RT-PCR 23,015 ราย ATK 15,059 ราย เสียชีวิต 106 ราย

ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในไทย ผู้ป่วยใหม่ 23,015 ราย ติดเชื้อเข้าข่าย/ATK 15,059 ราย รักษาหาย 27,626 ราย เสียชีวิต 106 ราย

13 เม.ย. 2565 ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 23,015 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 22,920 คน ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 95 คน ผู้ป่วยตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565 สะสม 1,725,434 คน หายป่วยเพิ่ม 27,626 คน หายป่วยสะสม 1,521,298 คน กำลังรักษา 232,682 คน เสียชีวิต 106 คน จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ใน รพ.1,971 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 834 คน อัตราครองเตียง 27.7%

ขณะที่กรมควบคุมโรค รายงานผลตรวจหาเชื้อด้วย Antigen Test Kit (ATK) พบเป็นบวก 15,059 คน ส่วนยอดฉีดวัคซีนสะสม 131,158,526 โดส เป็นเข็มที่ 1 สะสม 55,843,762 คน เข็มที่ 2 สะสม 50,513,886 คน และเข็มที่ 3 สะสม 24,800,878 คน

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันนี้ 2,932 คน เสียชีวิต 15 คน โดย 10 เขตที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ เขตราชเทวี 524 คน เขตบางกอกน้อย 245 คน เขตบางแค 144 คน เขตจอมทอง 90 คน เขตหลักสี่ 88 คน เขตบางซื่อ 80 คน เขตตลิ่งชัน 78 คน เขตหนองแขม 77 คน เขตประเวศ 71 คน และเขตภาษีเจริญ 61 คน

นอกจากนี้ มีผู้ป่วยรับใหม่เข้าสู่ระบบ Home Isolation 3,278 คน สะสม 26,6991 คน รับใหม่เข้า Community Isolation 97 คน สะสม 34,665 คน

กรมควบคุมโรค แนะบุตรหลานชวนผู้สูงอายุรับวัคซีนสงกรานต์นี้

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสงกรานต์ ถือได้ว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ลูกหลาน ญาติ พี่น้อง จะถือโอกาสกลับบ้านไปกราบไหว้ผู้ใหญ่ และเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย ประกอบกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุถึงร้อยละ 78 เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ร้อยละ 53 และได้รับเข็ม 2 เกิน 3 เดือนร้อยละ 33 ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ มีอาการหนักและเสียชีวิตได้ จึงอยากชวนลูกหลานที่เดินทางกลับภูมิลำเนาใช้โอกาสนี้ พาผู้สูงอายุที่ยังไม่ไดรับฉีดวัคซีนหรือครบกำหนดการรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ให้เข้ารับวัคซีนโควิด-19 ที่สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้านได้ทันที

กรมควบคุมโรคได้เริ่มจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีเทา 3 ล้านโดส ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2565 ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ และแต่ละจังหวัดได้กระจายวัคซีนไปยังทุก รพ.สต. ภายในวันที่ 12 เมษายน 2565 เช่น จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี ระยอง ตราด สมุทรปราการ ชลบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ แพร่ ลำพูน เชียงราย น่าน และ ลำปาง เป็นต้น ซึ่งแต่ละ รพ.สต. จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีเทา จำนวนแห่งละ 20 ขวด และวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าอีกแห่งละ 20 ขวด โดยข้อดีของวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีเทา เป็นวัคซีนพร้อมใช้ไม่ต้องผสมน้ำเกลือก่อนฉีด และสามารถเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ได้นานถึง 10 สัปดาห์ ทำให้ รพ.สต. มีความสะดวก ในการบริการฉีดให้กับประชาชน ทั้งนี้ ในวันที่ 12 เมษายน 2565 กรมควบคุมโรคได้มีการจัดอบรมวิธีการใช้งานวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีเทาให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยบริการสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นในผู้สูงอายุมีความจำเป็นมาก เนื่องจากวัคซีนสามารถป้องกันผู้สูงอายุเสียชีวิตได้เป็นอย่างดี โดยพบว่าผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 2 เข็ม มีอัตราเสียชีวิตลดลง 5 เท่า และหากได้กระตุ้นเข็มที่ 3 จะมีอัตราเสียชีวิตลดลงถึง 31 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่ระบาดในขณะนี้สามารถแพร่เชื้อได้เร็ว การได้รับวัคซีนเพียง 2 เข็ม เมื่อเวลาผ่านไปภูมิคุ้มกันจะลดลง เมื่อติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรง จึงจำเป็นต้องเข้ารับวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 หรือเข็ม 4 ซึ่งมีข้อมูลว่าช่วยลดการป่วยหนักและลดการเสียชีวิตได้ชัดเจน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์