ประมวลข่าววุ่นๆ กองทัพเรือ 4 เดือนแรกของปี 65

 

  • เรื่องตั้งแต่ปี 64 ตั้งกรรมการสอบ เอาผิดครูฝึกยศจ่าโท บังคับทหารใหม่กินอสุจิแล้ว
  • 26 เม.ย. : รับรู้ในทางลับ "น.อ." พัวพันเว็บพนัน ย้ำไม่ปกป้องคนผิดเด็ดขาด
  • 21 เม.ย. : ร้องสื่อลูกชายทหารเกณฑ์ทัพเรือเสียชีวิตไตวาย-น้ำท่วมปอด หลังเข้าคุกทหาร ทร.ยันผลตรวจจากแพทย์เกิดจากภาวะไตวาย
  • 10 เม.ย. : ต้นสังกัดเสนอกองทัพเรือให้ปลดทหารพรานนาวิกโยธิน ก่อเหตุยิงแฟนสาว
  • 21 ก.พ. : 'ครูฝึก นาวิกโยธิน'ใช้ด้ามมีดหั่นผัก ตีหัว พลทหาร ตบหัวซ้ำ ต่อเนื่อง 2 วัน
  • 3 ก.พ. : นาวาตรีฉาว แอบถ่าย ซ่อนกล้อง 6 ปี เหยื่อ 23 คน
  • 26 ม.ค. : พันจ่าเอก กุเรื่องระเบิด-อ้างองค์รักษ์ ที่สนามบินหาดใหญ่
  • สิ้นปี 64 'นาวาเอก' เมากร่าง โชว์เป็นองครักษ์ จน 'ผบ.ทร.-ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบ' รับการธำรงวินัย

 

เรื่องตั้งแต่ปี 64 ตั้งกรรมการสอบ เอาผิดครูฝึกยศจ่าโท บังคับทหารใหม่กินอสุจิแล้ว

29 เม.ย.2565 ช่อง 3Plus รายงานว่า พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข่าวกรณี สื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่ภาพข่าว โดยระบุว่าเป็นค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่สัตหีบ โดยจ่าทหารเรือ ซึ่งเป็นครูฝึกบังคับให้ทหารกองประจำการผลัดใหม่ รับประทานน้ำอสุจิของตน รายละเอียดตามข่าวที่ได้มีการนำเสนอไปนั้น จากการตรวจสอบ พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2564 โดยผู้ก่อเหตุคือ จ่าโท ทักษิณ หงอกพิลัย สังกัดกองร้อยบังคับการ กรมรักษาความปลอดภัย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งในขณะนั้นเป็นครูฝึก ให้แก่ทหารกองประจำการ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของ จ่าโท ทักษิณ ทราบเรื่องแล้วและได้สั่งย้าย จ่าโท ทักษิณ ให้มาทำหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับทหารกองประจำการ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งหากตรวจพบว่ากระทำความผิดจริงจะต้องถูกลงทัณฑ์ทางวินัยตามความผิดสูงสุด เนื่องจากได้มีการสั่งการอย่างเข้มงวดจากผู้บัญชาการระดับสูงไม่ให้มีการกระทำในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือ ขอแสดงความเสียใจต่อทหารกองประจำการและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอเรียนให้ทราบว่ากองทัพเรือ ไม่เคยมีนโยบายในการใช้ความรุนแรงหรือให้กระทำการใดๆ ในการลงโทษ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในทุกรูปแบบ โดยคำนึงถึงการใช้อำนาจตามขอบเขตของกฎหมายตามหลักสิทธิมนุษยชน และ กำหนดเฉพาะบทลงโทษตามวินัยทหาร ซึ่ง พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ท่านได้สั่งการให้หน่วยที่รับผิดชอบในการฝึกและอบรมพลทหารกองประจำการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง วางระบบมาตรการที่รัดกุม และ ปรับทัศนคติ ของ รุ่นพี่ ผู้บังคับบัญชา ให้มองทหารใหม่ว่าเป็นน้องเล็ก เอื้ออาทรต่อกัน การลงโทษ ให้เป็นไปตามขอบเขตและโดยให้อยู่บนพื้นฐานของความปราถนาดีต่อกัน

อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือยังมีประเด็นที่ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไล่ตรวจสอบการจัดซื้อเรือดำน้ำนอกจากเรือดำน้ำจากจีนที่ไม่มีเครื่องยนต์ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอยู่นั้น ขณะนี้ในส่วนของท่าจอดเรือดำน้ำ ที่ดำเนินการสร้างภายในฐานทัพเรือสัตหีบ ยังไม่มีความคืบหน้า รวมทั้ง ความไม่โปร่งใส จัดซื้อโดรน-อากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV จำนวน 3 ลำ ของกองทัพเรือ มูลค่า 4,100 ล้านบาท งบประมาณปี 2565 

และด้วยความที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 65 ที่ผ่านมา บุคลากรในกองทัพเรือมีประเด็นที่เป็นข่าวจำนวนมาก ดังนี้

26 เม.ย. : รับรู้ในทางลับ "น.อ." พัวพันเว็บพนัน ย้ำไม่ปกป้องคนผิดเด็ดขาด

26 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า จากกรณีที่ พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) และตำรวจสืบสวนภูธรภาค 2 นำหมายจับศาลจังหวัดพัทยาเลขที่ 145/2565 ลงวันที่ 29 มี.ค.2565 เข้าจับกุม นายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร หรือ เอี่ยว อายุ 44 ปี เจ้าของสถานบันเทิง “โบนผับ พัทยา” ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยาเข้าตรวจค้นจับกุมสถานบันเทิงชื่อดัง "โบนผับ พัทยา" เมื่อเช้ามืดวันที่ 22 เม.ย. ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักอีก 5 หลังย่านเขาพระตำหนักซอย 5 พบคอมพิวเตอร์และมีพลทหารนั่งเฝ้าคุมเครื่อง โดยจ้างคนละ 3,000 บาท และยังพบว่ามีนายทหารเรืออยู่ในเครือข่ายซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกับเว็บพนันออนไลน์ "โบน 1688" อีกด้วย

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า มีกำลังพลกองทัพเรือนายหนึ่งถูกออกหมายเรียกเกี่ยวกับการพนันออนไลน์​ ชื่อเว็บไซต์​ “โบน​ 1688” รวมถึงยังมีส่วนเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติดนั้น กองทัพเรือได้รับทราบข้อมูลในทางลับก่อนหน้านี้ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดได้มีการประสานกับ สภ.เมืองพัทยา มาตั้งแต่ต้น เพื่อขยายผลจนเป็นที่มาของการออกหมายเรียกของ สภ.เมืองพัทยา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดดังกล่าว โดยกองทัพเรือได้มีคำสั่งย้ายนายทหารผู้นี้ออกจากพื้นที่ เข้ามาประจำที่ส่วนกลางมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อความสะดวกในการทำหน้าที่ของตำรวจ

นายทหารคนนี้คือ ว่าที่ น.อ.ธนนท์ ศรีมณฑา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประจำกรมกำลังพลทหารเรือ ช่วยปฏิบัติราชการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ว่าที่ น.อ.ธนนท์ ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา และได้ให้การปฏิเสธ ซึ่งเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ เพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง ว่าที่ น.อ.ธนนท์ และนายนิติพัฒน์ หรือเอี่ยว ว่ามีความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดของนายนิติพัฒน์หรือไม่นั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจในการสืบหาข้อมูลต่อไป โดยทางกองทัพเรือยินดีให้ความร่วมมือในทุกเรื่องที่จะประสานมา

21 เม.ย. : ร้องสื่อลูกชายทหารเกณฑ์ทัพเรือเสียชีวิตไตวาย-น้ำท่วมปอด หลังเข้าคุกทหาร ทร.ยันผลตรวจจากแพทย์เกิดจากภาวะไตวาย

21 เม.ย.ที่ผ่านมา  ‘ข่าวเวิร์คพอยท์ 23’ รายงานวันนี้ (21 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวจังหวัดตราดได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก นายณธนรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เป็นบิดาของ พลทหารธำรงชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ทหารเรือพลัด 3 นาวิกโยธิน ผู้เสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด หลังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ณธนรงค์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ลูกชายจับได้ใบแดง เป็นทหารเรือพลัด 3 แต่หลังจากเข้าค่ายได้ไม่นาน ลูกชายได้หนีทหารออกมา หลังจากนั้น ได้ขับรถไปประสบอุบัติเหตุ ต้องนอนรักษาตัวนานกว่า 2 เดือน รวมแล้ว ลูกชายหนีเกณฑ์ทหาร ประมาณ 1 ปี 7 เดือน

ก่อนจะตัดสินใจกลับไปรับใช้ชาติ ทางครอบครัวจึงได้ส่งตัวลูกชายกลับไปยังต้นสังกัด เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายอยู่ที่กองร้อยถึงวันที่ 21 มี.ค. ระหว่างนั้นตนเองได้โทรศัพท์พูดคุยกับลูกชายตลอด ลูกชายก็ยังบอกว่าแข็งแรง สบายดี เตรียมความพร้อมก่อนจะไปรับโทษที่ยังเรือนจำทหารเรือในวันที่ 22 มี.ค.

ข่าวเวิร์กพอยต์์ 23 รายงานต่อว่า หลังจากที่ลูกเข้าไปยังเรือนจำไปก็ไม่สามารถติดต่อกันได้อีกเลย ตนเองรู้สึกเป็นห่วงลูกมาก เนื่องจากมีลูกชายเพียงคนเดียว และเป็นเสาหลักของครอบครัว ตนเองก็ป่วยเป็นโรคหัวใจ อยากให้ลูกรับโทษ และกลับมาช่วยทำงาน แต่แล้ววันที่ 6 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา ได้มีคนแชร์โพสต์ในเฟซบุ๊กตามหาญาติของลูกชาย บอกว่าป่วยอาการหนัก เมื่อเห็นโพสต์ดังกล่าวครอบครัวรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พบว่าลูกชายอยู่ห้องไอซียู โดยแพทย์บอกว่าลูกชายของตนมีอาการไตวายเฉียบพลัน และน้ำท่วมปอด

ลูกชายนอนอยู่ที่ไอซียูได้ 3-4 วัน จากนั้นอาการดีขึ้นและย้ายมาที่ห้องรวม ตนเองและญาติเข้าไปเยี่ยมลูกชายพอพูดได้บ้าง และรับรู้ได้ คำแรกที่ตนเองถามลูกชายคือถูกทำร้ายใช่ไหม ลูกชายพยักหน้ารับ แต่ลูกชายไม่สามารถตอบได้ว่าใคร และใช้อะไรทำร้ายขณะที่อยู่ในเรือนจำทหารเรือ จากนั้นเพียงแค่อีก 2 วัน ทางโรงพยาบาลบอกว่าลูกตนเองอาการแย่ลง ต้องทำการฟอกเลือด เนื่องจากมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ก่อนที่ลูกตนเองจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมา แนวหน้ารายงานว่า โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างเร่งด่วน โดยโฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า พลทหาร ธำรงชัย ได้เข้าประจำการในกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 โดยก่อนเกิดเหตุ พลทหาร ธำรงชัย ถูกจำขังที่เรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ ความผิดฐานหนีราชการเมื่อ วันที่ 22 มีนาคม 2565 และจะสิ้นสุดในวันที่ 17 สิงหาคม 2565 โดย พลทหาร ธำรงชัย ได้ถูกส่งตัวไปทำงานพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ นอกเรือนจำ ร่วมกับนักโทษรายอื่น ๆ จนกระทั่งบ่ายวันที่ 26 มีนาคม 2565  พลทหาร ธำรงชัย มีอาการเป็นไข้ ทางเรือนจำ จึงให้หยุดทำงานและแยกตัวเพื่อนอนพัก โดยอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำ จนกระทั่งหายเป็นปกติจึงได้กลับไปทำงานพัฒนาพื้นที่นอกเรือนจำ ตามปกติ        

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2565 เวลา 08.50 น.จ่าเวรแดนของเรือนจำ ได้รับแจ้งว่า พลทหาร ธำรงชัย มีอาการป่วย หายใจไม่สะดวก แต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองและเดินเองได้ จึงได้รีบรายงานให้นายทหารเวรประจำวันของเรือนจำและกองพันทหารราบที่ 3 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดของพลทหาร ธำรงชัย ทราบ พร้อมทั้ง นำตัวส่งไปตรวจร่างกาย เพื่อทำการรักษา ที่ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ แต่จากการวินิจฉัยของแพทย์ อาการของพลทหาร ธำรงชัย ไม่น่าไว้วางใจจึงถูกส่งตัวไป ตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมากกว่า โดยทางโรงพยาบาล ได้นำตัว พลทหาร ธำรงชัย เข้าห้อง ICU ทันที ซึ่งจากผลการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด พบว่าพลทหาร ธำรงชัย มีภาวะไตวายเฉียบพลัน จึงได้นำตัวรักษาที่ห้อง ICU เพื่อทำการฟอกไต ให้ยาลดความดันและใช้เครื่องช่วยหายใจ 

16 เม.ย. 2565 พลทหาร ธำรงชัย มีอาการดีขึ้น สามารถหายใจเองได้ จึงได้ย้ายออกจากห้อง ICU ไปพักฟื้นที่อาคารผู้ป่วย 2 แต่ยังคงทำการฟอกไตต่อไปเป็นประจำทุกวัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2565 พลทหาร ธำรงชัย มีอาการทรุดลง จึงได้ย้ายกลับไปรักษาตัวที่ห้อง ICUเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตด้วยภาวะช็อกจากการติดเชื้อ เมื่อเวลา 12.26 น. ของวันเดียวกัน

10 เม.ย. : ต้นสังกัดเสนอกองทัพเรือให้ปลดทหารพรานนาวิกโยธิน ก่อเหตุยิงแฟนสาว

10 เม.ย.ที่ผ่านมา สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า พลเรือโท ปกครอง ชี้แจงกรณี อาสาสมัครทหารพราน พิชิต มานะกิจ สังกัด กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 536 ช่วยปฏิบัติราชการ หมวดอาวุธสนับสนุนที่ 3 ก่อเหตุยิงแฟนสาวอายุ 18 ปี ด้วยอาวุธปืนไทยประดิษย์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ จ.ตราด ว่าจากการสอบสวนทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 เม.ย.) โดยอาสาสมัครทหารพราน พิชิต ได้ออกไปรับประทานอาหารกับแฟนสาวที่บ้านพัก ระหว่างกินข้าวได้ทะเลาะกัน จนอาสาสมัครทหารพรานพิชิต ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ยิงแฟนสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีไป  ส่วนแฟนสาวถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตราด อ.เมือง จ.ตราด  

ขณะที่ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของอาสาสมัครทหารพราน พิชิต รับทราบเรื่องแล้ว และสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามระเบียบ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ว่าด้วยคะแนนความประพฤติ พ.ศ.2533 ผนวก ก. ข้อ 7 การยกเลิกสัญญาจ้าง หรือปลดออกจาก ทพ.นย. ข้อย่อย 7.8 กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมือง และมีการเสนอเรื่องให้ปลดจากการเป็น อาสาสมัครทหารพราน ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2565 เป็นต้นไป

กองทัพเรือ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด หากพบว่ากำลังพลนายใดกระทำผิดกฎหมาย กองทัพเรือจะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป เเละขณะนี้หน่วยต้นสังกัดของ อาสาสมัครทหารพราน พิชิต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังลาดตระเวน ค้นหาเพื่อติดตามจับกุมตัว อาสาสมัครทหารพราน พิชิต อย่างเร่งด่วน คาดว่ายังคงอยู่ในพื้นที่  

21 ก.พ. : 'ครูฝึก นาวิกโยธิน'ใช้ด้ามมีดหั่นผัก ตีหัว พลทหาร ตบหัวซ้ำ ต่อเนื่อง 2 วัน

21 ก.พ.ที่ผ่านมา วาสนา นาน่วม โพสต์เฟซบุ๊ก 'Wassana Nanuam' ว่า พลเรือโท ปกครอง โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข่าวกรณี สื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าว พลทหาร วุฒิพงษ์ เจริญสุข เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ให้ดำเนินคดีกับ พันจ่าตรี เด่นชัย ศุภนิมิต ซึ่งเป็นครูฝึก สังกัดค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินใช้ด้ามมีดตีที่ศีรษะ และทำร้ายร่างกาย จนมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยได้ เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสัตหีบ ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าถูกทำร้ายร่างกาย ให้สังเกตอาการภายใน 24-48 ชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสังเกตอาการ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่ พลทหาร วุฒิพงษ์ กำลังปฏิบัติหน้าที่ ภายในโรงครัว พันจ่าตรี เด่นชัย ได้เดินเข้ามาตรวจงาน และตำหนิ พลทหาร วุฒิพงษ์ เรื่องการหั่นผัก พร้อมทั้งใช้ ด้ามมีดหั่นผัก ตีไปที่ศีรษะของ พลทหารวุฒิพงษ์ จำนวน 1 ครั้ง และในเวลาใกล้เคียงกันก็ได้เดินมาใช้มือตบไปที่ศีรษะด้านข้างซ้ำ จนกระทั่งเวลา 21.00 น. พันจ่าตรี เด่นชัย ได้สั่งทำโทษ พลทหาร วุฒิพงษ์ โดยให้ปักศีรษะลงกับพื้น นับ 1-100

ต่อมาในวันที่ 18 ก.พ.2565 เวลา 09.00 น. พันจ่าตรี เด่นชัย ได้เดินเข้ามาตำหนิ พลทหาร วุฒิพงษ์ ในเรื่องการจัดเก็บอุปกรณ์ภายในครัว จากนั้นได้ใช้ด้ามมีดตีเข้าที่ศีรษะของ พลทหาร วุฒิพงษ์ อีก 1 ครั้ง จนกระทั่งเวลา 21.00 น. พลทหาร วุฒิพงษ์ ได้โทรศัพท์ไปบอกมารดาให้มารับ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นได้เข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวในพื้นที่และเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสัตหีบเพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐาน

โฆษกกองทัพเรือกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของ พันจ่าตรี เด่นชัย ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างเร่งด่วน แม้ว่า พลทหาร วุฒิพงษ์ และมารดา จะไม่ติดใจเอาความ ภายหลังจากที่ได้มีการพูดคุยและทำความเข้าใจ กับทางครอบครัวและตัวของพลทหารวุฒิพงษ์ แต่เนื่องจากเป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ กองทัพเรือ จึงขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและจะลงโทษทางวินัย กับ พันจ่าตรี เด่นชัย โดยไม่ปกป้องคนผิด

ทั้งนี้เจตนารมณ์ของ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ มีนโยบายที่จะให้กำลังพล มีระเบียบวินัย มีขวัญกำลังใจที่ดี ด้วยการปกครองบังคับบัญชาอย่างเป็นธรรม มีความรักความสามัคคี รู้หน้าที่มีความรับผิดชอบกอบด้วยคุณธรรมจริยธรรมและมีความภาคภูมิใจในการเป็นทหารเรือ กองทัพเรือ ขอเรียนให้ทราบว่ากองทัพเรือ ไม่เคยมีนโยบายในการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยคำนึงถึง การใช้ อำนาจตามขอบเขตของกฎหมายตามหลักสิทธิมนุษยชน และ กำหนดเฉพาะบทลงโทษตามวินัยทหาร

3 ก.พ. : นาวาตรีฉาว แอบถ่าย ซ่อนกล้อง 6 ปี เหยื่อ 23 คน

3 ก.พ.65 ข่าวเวิร์คพอยท์ 23 รายงานว่า กลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากสื่อ หลังตกเป็นเหยื่อในคดีล่วงละเมิดทางเพศ ถูกนายทหารเรือยศนาวาตรี อายุ 54 ปี ตั้งกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง-ชาย ประจำแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แอบถ่ายขณะทำธุระส่วนตัว

เรื่องฉาวดังกล่าวแดงขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.65 หลังหัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มีการตรวจพบกล้อง 2 ตัว ติดตั้งอยู่บนฝ้าเพดานของห้องน้ำประจำแผนก ขณะทำการซ่อมทำระบบสายไฟ เมื่อไล่ตรวจสอบตามสายก็พบต้นตอที่มาของกล้องว่าต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของนายทหารชั้นยศ ‘นาวาตรี’ จึงได้มีการควบคุมตัวในทันที เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐาน ก่อนตรวจสอบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ จนพบหลักฐานคลิปวีดีโอขณะหญิงสาวกำลังทำภารกิจส่วนตัวภายในห้องน้ำราว 1,000 คลิป ซึ่งถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 นานถึง 6 ปี

ภายหลังเกิดเหตุ ทางหน่วยได้ประสานไปยังผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ถูกบันทึกอยู่ในคลิปวีดีโอ รวม 23 ราย เป็นข้าราชการ พนักงานลูกจ้าง และนักเรียนฝึกงาน เพื่อมารับทราบถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมมอบคลิปวีดีโอ ซึ่งเป็นหลักฐานใช้ในการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

โดยผู้เสียหายทั้ง 23 ราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.เอกชัย มูลลี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในจำนวนนี้มีเด็กหญิงเป็นบุตรของข้าราชการอายุไม่เกิน 15 ปี รวมอยู่ด้วย เบื้องต้น ตำรวจได้หลักฐานเป็นกล่องฮาร์ดดิสความจุ 1,000 GB จำนวน 4 ตัว รวมถึงคลิปขณะ ผู้ก่อเหตุ เข้ามาปรับมุมกล้อง ตำรวจได้ประสานไปยัง ผอ.รพ.ฯ เรียบร้อยแล้ว โดยจะเชิญตัว นาวาตรี คนดังกล่าว มาทำการสอบสวนในวันที่ 10 ก.พ.65

26 ม.ค. : พันจ่าเอก กุเรื่องระเบิด-อ้างองค์รักษ์ ที่สนามบินหาดใหญ่

โพสต์ทูเดย์ รานงานว่า พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์แพร่คลิปทหารเรือประพฤติตนไม่เหมาะสม ลักษณะคล้ายคนเมา พูดจาก่อกวนบอกเจ้าหน้าที่สนามบินว่ามีระเบิด และอ้างเป็นองครักษ์ เหตุเกิดที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยจากการตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวเป็นข้าราชการของกองทัพเรือ ชั้นยศพันจ่าเอก ขณะเกิดเหตุกำลังเดินทางจากท่าอากาศยานหาดใหญ่มายังท่าอากาศยานดอนเมือง โดยพฤติกรรม และกิริยาวาจาที่ปรากฏในคลิปเป็นการละเมิดมาตรา 22 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 ที่มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 2558

กองทัพเรือ ขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควรซึ่งผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้เรียกเข้ารายงานตัวต้นสังกัดรวมถึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษทางวินัย

ร.ท.ธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.15 น.ของวันที่ 26 ม.ค. 65 เป็นไปตามที่ปรากฏในคลิป และเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องพร้อมเชิญตัวไปสอบสวน เบื้องต้น ก่อนที่จะปล่อยตัวไป 27 ม.ค.65 ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา และอยู่ระหว่างการหารือกับทางฝ่ายกฏหมายว่าพฤติกรรมดังกล่าว เข้าข่ายความผิดหรือไม่ ส่วนพันจ่าเอกได้นำกระเช้ามาขอขมาเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่แล้ว ก่อนที่จะขึ้นเครื่องเดินทางกลับต้นสังกัด

สิ้นปี 64 'นาวาเอก' เมากร่าง โชว์เป็นองครักษ์ จน 'ผบ.ทร.-ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบ' รับการธำรงวินัย

ไทยโพสต์ รายนงานว่า จากกรณีพลเรือโทปกครอง โฆษกกองทัพเรือ ยอมรับคลิปเมากร่างด่าข่มขู่ตำรวจเป็นนายทหารเรือ คือ นาวาเอกอลงกรณ์ ปลอดดี ผู้อำนวยการ กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ก่อเหตุการกระทำดังกล่าว ที่ร้านอาหารโกดัง 168 เมื่อช่วงเวลา 21.00 น. ของวันที่ 23 ธ.ค.64 นั้น โดย พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ มีคำสั่งส่งตัวเข้าธำรงวินัย 14 วัน ณ ศูนย์ธำรงวินัยกองทัพเรือ พื้นที่จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 26 ธ.ค.64 ไปแล้วนั้น

7 ม.ค.65 มีคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 14/2565 เรื่องให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ ได้แก่ นาวาเอก อลงกรณ์ ปลอดดี (พรรค นว.) ประจำ ฐท.สส. ออกจากราชการ เป็น นายทหารกองหนุน ไม่มีเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ สังกัด กพ.ทร. เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง สั่ง ณ วันที่ 7 ม.ค.65 รับคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม

นอกจากนี้ ศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 14 ได้ออกหมายจับ ที่ จ 1 / 2565 ลงวันที่ 7 มกราคม 2565 ระบุ ความผิด 4 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ , หมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ , ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ และ ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เบื้องต้น นาวาเอก อลงกรณ์ ปลอดดี ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหายัง สภ.สัตหีบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทบ.สั่งสอบทหารทะเลาะยายขายสลากฯ 80 บาท

ไม่เพียงกองทัพเรือเท่านั้น วันนี้ (29 เม.ย.) สำนักข่าวไทย รายงานด้วยว่าพ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณีที่ปรากฎข่าวคุณยาย อายุ 71 ปี ผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล 80 บาท เข้าร้องเรียน ว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกับทหารชั้นประทวนเกี่ยวกับการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณ ถ.ประชาธิปไตย แขวงบางขุนพรหม เมื่อวานนี้ (27 เม.ย.) นั้น กองทัพบกรับทราบข่าวดังกล่าว และได้ตรวจสอบแล้ว บุคคลดังกล่าวเป็นนายทหารชั้นประทวน สังกัด กรมกำลังพลทหารบก ขณะนี้ต้นสังกัดได้เรียกเจ้าตัวมาให้ข้อมูลและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นแม้เป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างบุคคล แต่เมื่อเกิดการร้องเรียนว่ามีการใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะสม ทางต้นสังกัดจะได้พิจารณาลงโทษตามวินัยทหาร ตามพฤติกรรมที่ปรากฎต่อไป  ส่วนการแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมายก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย 

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ และได้มีการเชิญผู้ร้องเรียนมาพูดคุย รับทราบข้อมูลและความวิตกกังวล พร้อมให้การช่วยเหลือคลี่คลายเรื่องราวตามสมควรต่อไป

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์