67 องค์กร ประกาศหน้าตู้คอนเทนเนอร์ทำเนียบฯ จี้ รบ.หยุด กม.ทำลายการรวมกลุ่ม

  • 67 องค์กร ประกาศแถลงการณ์หน้าตู้คอนเทนเนอร์ทำเนียบรัฐบาล ลั่นปีนบันไดขั้นต่อไปเพื่อชัยชนะ ในการหยุดพ.ร.บ.ทำลายการรวมกลุ่ม ระบุหาก กม.เข้าครม.กลับมาใหม่แน่
  • ขณะที่รัฐส่งปลัดสำนักนายกฯ รับหน้าเสื่อ ขู่ผู้ชุมนุมพูดไม่เพราะไม่เจรจาด้วย
  • ตัวแทนพรรค 'เพื่อไทย-ก้าวไกล-ไทยสร้างไทย' ประกาศยืนเคียงข้างขบวนฯ ปัดตกทันทีหาก กม.เข้าสภา

 

30 พ.ค.2565 หลังจากกลุ่มขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มประชาชนปักหลังชุมนุมเข้าสู่วันที่ 8 ที่หน้าองค์การสหประชาติ(UN) โดยกลุ่มฯ ใช้ชื่อบริเวณดังกล่าวว่า หมู่บ้านราษฎร์ธรรมนูญ วันนี้ (30 พ.ค.)ช่วงสายกลุ่มดังกล่าวเคลื่อนขบวนมาทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามกั้นขวางผู้ชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ก่อนถึงทำเนียบฯ

3 ข้อเรียกร้องต่อนายกฯ และ ครม. ประกอบด้วย 1. ยกเลิกมติ ครม.ที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวโดยทันที ยุติดการเสนอกฎหมายควบคุมเสรีภาพทุกฉบับ 2. ทำ ข้อตกลงว่าจะไม่ผลักดันร่าง พ.ร.บ.นี้และกฎหมายควบคุมเสรีภาพทุกฉบับ เป็นล่ยลัะกษณะอักษร 3. และรับรองว่าจะไม่มีใครตกเป็นเป้าหมายถูกคุกคาม ใช้ความรุนแรง จับกุมคุมขังหรือตั้งข้อหาจากการชุมนุมแสดงออกโดยสันติ

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมในช่วงบ่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล Protection International รายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งกิจกรรมมีการปราศรัยจากแกนนำ พร้อมทั้งเปิดเพลงปลุกใจสลับกันไป ขณะที่การรักษาความปลอดภัยยังคงมีตำรวจคุมฝูงชนจำนวนหลายกองร้อย ประจำการอยู่หลังแนว ตู้คอนเทนเนอร์ ที่วางซ้อนกันถึง 2 ชั้นด้วย ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม หลังมีการยื่นหนังสือคัดค้านพ.ร.บ.การรวมกลุ่มไปเมื่อช่วงเช้า

ธีรภัทร กล่าวว่า หลังได้รับหนังสือข้อเรียกร้องในช่วงเช้า ได้นำเรียนให้ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับทราบแล้ว และได้นำเสนอต่อที่ประชุมครม. เบื้องต้น มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ที่ประชุมจึงมีความเห็นเสนอข้อเรียกร้องเข้าไปหารือ ในกลุ่มรับฟังความเห็นโดยผู้แทนหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมยืนยัน ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น ยังไม่ได้เดินหน้าต่อเพื่อให้ร่างกฎหมายนี้ผ่าน พร้อมเผยว่า นายอนุชา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมาร่วมพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันพรุ่งนี้เวลา 15.00 น.

สมบูรณ์ คำแหง ตัวแทน กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านพ.ร.บ.การรวมกลุ่ม กล่าวว่า ขั้นตอนการรับฟังความเห็นได้ผ่านขั้นตอนมาแล้ว โดยกระทรวงความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา พี่น้องเราเดินทางมาไกลคงรอได้ไม่นานขนาดนั้น จึงเสนอให้นายอนุชา มาพูดคุยกับเราในวันนี้เวลา 15.00 น. โดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับข้อเสนอนี้พร้อมเร่งประสานกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ตัวแทนขบวนขึ้นปราศรัยสะท้อนผลกระทบพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม

กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยัน หากนายอนุชาไม่มาตามนัด หรือไม่มีความคืบหน้าใดๆ จะขอมติจากพี่น้องที่มาชุมนุมในการเดินหน้าเคลื่อนไหวแบบเข้มข้นตามข้อเรียกร้องต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการพูดคุยกัน ปลัดสำนักนายฯ ได้กล่าวกับผู้ชุมนุมแบบไม่พอใจ อยากให้ผู้ชุมนุมพูดจากันดีๆ อย่าข่มขู่คลายลง เวทีปราศรัยสะท้อนผลกระทบ พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม ต่อมาขบวนฯ ได้เปิดเวทีปราศรัย โดยเริ่มจาก ชญาธนุส ศรทัตต์ หรือเฌอเอมนางแบบชื่อดัง ที่มาในนามภาคี Save บางกลอยที่พูดถึงรายละเอียดในร่างพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มที่จะกระทบถึงใครในรูปแบบไหนอย่างไรบ้าง

ขณะที่ สุไลพร ชลวิลัย ตัวแทนกลุ่มคนทำทางได้ขึ้นมาปราศรัยต่อโดยระบุว่า  วันนี้ตนจะมาพูดใน 2 ประเด็น คือ เรื่อง LGBT หรือความหลากหลายทางเพศ และเรื่องทำแท้งปลอดภัย ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน การที่เพศอะไรจะชอบกับเพศอะไรเป็นสิทธิมนุษยชนที่สากลรับรอง กลุ่มทำทางเป็นกลุ่มคนเล็กๆ เราทำเรื่องยิ่งใหญ่คือเราให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับคนท้องไม่พร้อมที่เขามีสิทธิในตัวเองและมีทางเลือกแต่รัฐไม่เคยให้ข้อมูลว่าถ้าเราไม่อน่กมีลูกทำแท้งได้อายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ สามารถทำอย่างปลอดภัยได้ แต่การนับอายุครรภ์อย่างปลอดภัยไม่มีสอนในโรงเรียน  เราก็ทำงานเรื่องนี้พยายามให้ความรู้ในเรื่องนี้ เรารับเงินจากต่างประเทศที่มองเรื่องนี้เป็นสิทธิแต่รัฐไทยไม่ได้มองแบบนั้น เรามีรพ.ที่ให้ยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและฟรีรัฐไม่บอกเรา เราอยากมีลูกตอนไหนก็เป็นเรื่องของเราไม่ใช่เรื่องของรัฐ

ประเด็น LGBT นักการเมืองกลายพรรคก็บอกสนับสนุนประเด็นนี้ แต่ไทยยังไม่มีกม.รับรองสิทธิของคนที่มีความหลากหลายทางเพศเลย ตอนนี้เราพูดแค่เรื่องสมรสเท่าเทียม ตอนนี้มีแค่พ.ร.บ.คู่ชีวิตที่จดทะเบียนได้แต่ไม่ได้สิทธิเท่ากันกับคู่สมรส เราแค่ให้ไปแก้ในกฎหมายแพ่งว่าบุคคลใดสมรสกันได้ก็เท่านั้นเอง จะได้ไม่ต้องระบุแค่เพศหญิงและชายที่สมรสกันได้เท่านั้น เราขับเคลื่อนเรื่องนี้

กลุ่มคนทำทางของเราคือกลุ่มคนที่เผชิญปัญหาด้วยตัวเองถ้าเรามีรัฐที่มองเห็นปัญหากว่าเราฉลาดกว่าเรามากกว่านี้เราก็จะไม่ต้องออกมาต่อสู้กับรัฐบาลที่ออกกฎหมายมาควบคุมการรวมกลุ่มขิงพวกเรา มาลิดรอนสิทธิของเรา มาละเมิดสิทธิการรวมกลุ่มของเราแบบนี้เราจึงต้องออกมาสู้ร่วมกับทุกคน

วิภาศศิ ช้างทอง ตัวแทนประชาชน 5 ภาค  ปราศรัยว่า เราพยายามจะปกป้องทรัพยากร ทำไมเราจึงถูกจำกัดสิทธิผ่านร่างพ.ร.บ.การรวมกลุ่มนี้ด้วย  เรื่องนี้เราจะไม่ยอมเราจะสู้ต่อไป ที่ผ่านมาเรามีสภาองค์กรชุมชน กลุ่มนี้ถูกทำร้ายทำลาย เราต้องสู้ เพื่อรักษาดิน น้ำป่าให้ลูกหลานเรา เราต้องให้น่างพ.ร.บ.นี้ถูกปรับตกไปให้ได้

ณัฐปคัลภ์ ศรีคำภา จากเครือข่ายแก่งเสือเต้น กล่าวว่าวันนี้ตนซึ่งเป็นตัวแทนจากพี่น้องจังหวัดแพร่ได้เดินทางมาหลายร้อยกิโล วันนี้มาร่วมกับขบวนฯเพื่อคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อชุมชนและบ้านของตนที่สะเอียบอย่างแท้จริง ซึ่งภาครัฐจะทำสิ่งที่ไม่ควรทำ คือการจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิความเป็นมนุษย์ของพี่น้อง และริดรอนสิทธิในการต่อสู้หรือคัดค้าน หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน แม้การรวมกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ก็จะผิดกฎหมาย ดังนั้นในวันนี้ผมในฐานะตัวแทนพี่น้องจังหวัดแพร่และตัวแทนของพี่น้องทั่วประเทศ จะมาช่วยกันคัดค้านไม่ให้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน

หากร่าง พ.ร.บ. ผ่าน เราจะไม่สามารถมานั่งรวมกลุ่มกันอย่างนี้ กฎหมายจะทำลายและริดลอนสิทธิและเสรีภาพของเรา การต่อสู้เรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้นที่ต่อสู้มาทุกยุคทุกสมัย กว่า 30 ปีที่ผ่าน  แต่ในครั้งนี้ที่ผ่านให้ทางรัฐบาล ได้มติ ครม. ยกเลิกโครงการแก่งเสือเต้นออกจากระบบ ซึ่งที่ผ่านมาการต่อสู้ รัฐบาลเพิ่งทำให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  พี่น้องสะเอียบที่ต่อสู้และเรียกร้องในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าสักทองของประเทศให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยของเรา

'เพื่อไทย-ก้าวไกล-ไทยสร้างไทย' ประกาศยืนเคียงข้างขบวนฯ ปัดตกทันทีหาก กม.เข้าสภา

ต่อมาตัวแทนพรรคการเมืองได้เดินทางมายังสถานที่ชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในการตอบรับสาส์นที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เชิญชวนให้ทุกพรรคการเมืองร่วมเคลื่อนไหวใหญ่และประกาศท่าทีไม่รับร่างกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มเมื่อวันที่ 29 พ.ค.65 ที่ผ่านมา โดยมี 3 พรรคการเมืองตอนรับสาส์นในครั้งนี้คือพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การรวมกลุ่มเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามหลักสากล การที่ให้รัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมมาออกกฎหมายมาลิดรอนดรอนสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลขอยืนยัน จะยืนหยัดเคียงข้างกับพี่น้อง เพื่อทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมนี้ ส่วนกลไกลการเคลื่อนไหว นอกจากร่วมต่อสู้กับภาคประชาชนแล้ว ในส่วนของกลไกของรัฐสภา เรามีกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง ในการรับเรื่องรับฟังร่วมพิจารณาและศึกษาแล้ว

และต่อจากนี้ เราจะร่วมกับภาคประชาชนในการยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้ถอดร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากมติครม.ทันที ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้  ยืนยันว่าเราจะเดินหน้าไม่เฉพาะกลไกลรัฐสภา แต่เราจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้พูดคุยกับรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลได้ยินเสียงของประชาชนเพื่อนำไปสู่การถอนร่างกฏหมายฉบับนี้

พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ทางพรรคมีจุดยืนชัดเจนในการยุติการสืบทอดอำนาจของคสช. รวมทั้งต่อต้านพ.ร.บ.การรวมกลุ่ม นี่คือจุดยืนของพรรคเรา  ที่มีความมุ่งหวังเปลี่ยนรัฐราชการ ออกจากรัฐบาลแบบรวมศูนย์ เป็นรัฐของประชาชน ยืนยันว่าพรรคเรายืนเคียงข้างประชาชน พร้อมทำงานร่วมกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย ขณะที่กลไกของรัฐสภา เราเป็นพรรคใหม่ไม่มีส.ส.ในมือ โดยเราจะทำงานคู่ขนานร่วมกับภาคประชาชน ที่มีการประสานพูดคุยกับเครือข่ายทั่วทั้งประเทศ เพื่อนำไปสู่การต่อสู้ยกเลิกร่างกฎหมายฉบับนี้

ตรีชฎา ศรีธาดา  รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคของเรายืนเคียงข้างประชาชนกฎหมายอะไรที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ลิดรอนสิทธิของชุมชน เราไม่เห็นด้วยทั้งนั้น ตนขอตั้งชื่อกฎหมายฉบับนี้ใหม่ว่า พ.ร.บ.เผด็จการ หมายความว่าเป็นกฎหมายที่ลิดรอนเสรีภาพทุกอย่างของประชาชน  ประชาชนเดินแบบไหนเราก็จะเดินแบบนั้น หลังจากนี้ เพื่อไทยจะไม่รับร่างพ.ร.บ.นี้ และไปปรึกษาหารือกันในพรรค ถ้ารัฐไม่เห็นแก่ประชาชนที่เดือดร้อนที่มาอยู่ตรงหน้าทำเนียบรัฐบาลขนาดนี้แสดงว่ารัฐไม่เห็นหัวประชาชน เราจะคัดค้านทุกรูปแบบไม่ให้พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านสภา ถ้าหนทางในสภาช่วยไม่ได้เราจะมีหนทางอื่นที่จะช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ต่อมาภรณ์ทิพย์ สยมชัย ตัวแทนขบวนฯได้นำหนังสือไปยื่นให้กับตัวแทนพรรคฝ่ายค้านทั้งสามคน พร้อมกล่าวว่า ตนอยากฝากทั้งสามพรรคการเมืองให้ร่วมคัดค้านกฎหมายฉบับนี้พร้อมกับประชาชน มาร่วมเดินกับประชาชนเพื่อล้มร่างกฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกันอย่างเด็ดขาด หลังรับหนังสือแล้วตัวแทนพรรคฝ่ายค้านทั้ง 3 พรรค ได้ร่วมกันประทับมือบนตู้คอนเทนเนอร์ที่เขียนชื่อพรรคทั้งสามพรรคเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการไม่เอาพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มและจะร่วมคัดค้านไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้อีกด้วย

เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งนายกและครม. 

ต่อมา พักตร์วิไล สหุนาฬุ ตัวแทนขบวนได้จัดกิจกรรมมูเตลู เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พักตร์วิไล บอกว่า “นี่เป็นความคิดความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวขเมรสุรินทร์จากถิ่นที่ข้าพเจ้าอาศัย พิธีกรรมนี้คือ พิธีดั๊กปะเนียสา เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” จากนั้นจึงเริ่มเริ่มต้นพิธี โดยการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิด้วยกรวยข้าวตอกธูปเทียน พร้อมร่ายมนต์ภาษาขะแมร์สุรินทร์ ซึ่งแปลใจความได้ว่า ขอให้มลายล้มหายกลายเป็นศพที่ 1 2 3 ไล่มาตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสุดท้ายได้เผาทั้งพริกและเกลือลงหม้อดินรวมกับภาพคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ

'สมบูรณ์' สรุปเวที ลั่นปชช.จะไม่ให้ค่ารัฐบาลชุดนี้อีกแล้ว 

หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมสาปแช่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแล้ว สมบูรณ์ คำแหง ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวสรุปการชุมนุมในครั้งนี้ว่า  พี่น้องรู้ดีว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นมรดกตกทอดจากเผด็จการทหาร เพื่อมุงหมายสืบทอดไปอย่างยาวนาน เพื่อจำกัดภาคประชาชน ในพัฒนาชุมชนท้องถื่น ปกป้องทรัพยากร ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ นี่คือความเลวร้ายของร่างกฏหมายฉบับนี้

จากนี้ประชาชนจะไม่ทนนี่คือรูปธรรม วันนี้เป็นปรากฏการณ์ มีพี่น้องเราถึง 67 เครือข่ายมาร่วมกันคัดค้าน จากเดิมเราเริ่มต้นเพียง 25 เครือข่ายเท่านั้น ถ้าอยู่นานจะมากกว่านี้ รัฐบาลพึงสังวรณ์ถ้าเรารวมกันมากๆ มั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้แน่นอน

ส่วนกรณีอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะเจรจา เขาพยามเสนอช่องทางตั้งกรรมการ ดูรายมาตราอันไหนขอบไม่ชอบ ตัวแปรรัฐบาลชุดนี้อยู่อีกไม่นาน ตอนนี้เขากำลังสุมหัวจ้องแต่ให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณให้ผ่านในวันพรุ่งนี้เท่านั้น  แทนที่จะสนใจข้อเรียกร้องของประชน .เมื่อไม่สนใจเรา เราก็ไม่สนใจถ้าแค่ตั้งกรรมาการขึ้นมา จากนี้เราจะไม่เจรจา ต้องยกเลิกกฏหมายฉบับนี้เท่านั้น

ต่อไปนี้เราไม่ให้ค่ารัฐบาลนี้อีกต่อไป จากนี้เรามาปฏิญญาญาร่วมกัน หากรัฐบาลยังยืนยันนำร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม.อีก เราสัญญาว่าเราจะกลับมาใหม่ ตัวแทนขบวนร่วมกันอ่านแถลงการณ์ก่อนเดินขบวนกลับหน้า UN จากนั้นตัวแทนขบวนต่อต้านกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มประชาชนได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์หน้าตู้คอนเทนเนอร์หน้าทำเนียบรัฐบาล

โดยแถลงการณ์ระบุว่า

พวกเราขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน คนจน ชาวนา เกษตกร ประชาชน นักกิจกรรม คนรุ่นใหม่ และองค์กรภาคประชาสังคมทั้งหญิงและชายและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศมากกว่า 67 องค์กรเครือข่าย ที่มีความเห็นและเจตนาร่วมกันชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับร่างกฎหมายทำลายสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับได้มาร่วมกันใช้สิทธิชุมนุมกันอีกครั้งเพื่อยืนยันคัดค้านและเรียกร้องให้ยุติการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ โดย 8 วัน  ที่เราได้มาอยู่มากิน มานอน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อสู้ไปด้วยกันเพื่อหยุดกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มท่ามกลางความยากลำบากและตึงเครียดจากการคุกคามและกระบวนการเจรจาที่ไม่เห็นหัวประชาชน

อย่างไรก็ตามเราถือว่าเรามาด้วยกันไกลตั้งแต่วันที่เราไปที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การทำงานร่วมกันที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาการเรียนรู้ เป็นช่วงเวลาที่งดงามและเราเชื่อว่า

1.การรวมตัวกันในครั้งนี้ในนามขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนเป็นชัยชนะที่มีการรวมตัวกันของภาคประชาชนที่หลากหลายทั่วประเทศ การทำงานร่วมกันถือเป็นการฟื้นฟูและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกระบวนการภาคประชาชน

2. รัฐบาลไม่ได้นำร่างกม.เข้าครม. ซึ่งก็ยังถือว่ากฎหมายนี้ยังไม่มีการผลักดันต่อ
3. ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนพร้อมรวมตัวกันกลับมาถ้ารัฐบาลจะผลักดันกฎหมายควบคุมการร่วมกลุ่มอีก
4 สังคมและสื่อมวลชนได้รับรู้แล้วว่าร่างกม.นี้ไม่ใช่แค่ควบคุมเอ็นจีโอแต่รวมถึงการรวมกลุ่มของทุกกลุ่ม และประชาชนทุกคน
5.ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนมีความมุ่งมั่นปราถนาที่จะกลับไปทำงานเผยแพร่ปัญหาของร่างกม.ในพื้นที่ ชุมชนและท้องถิ่นของตนเอง เพื่อที่จะให้ประชาชนได้ทราบถึงความร้ายแรงของกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มที่แทรกแซงสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการรวมกลุ่มของประชาชน ยิ่งรัฐห้ามประชาชนรวมกลุ่ม  ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความกลัวของรัฐถึงพลังของการรวมกลุ่ม

ต่อจากที่เราประกาศไปเมื่อเช้า เรากำลังปีนบันไดไปทีละขั้น  เพื่อสู่หนทางแห่งชัยชนะในท้ายที่สุด วันนี้คือบันไดขั้นที่สองหลังจากการชุมนุมที่พม. และเราจะก้าวต่อไปอย่างไม่ย่อท้อสิ้นหวังใด ๆ เพื่อเดินทางไปถึงจุดนั้น เราจะยังคงร่วมเขียนประวัติศาสตร์เพื่อบอกเล่าไล่เรียงเรื่องราวบนท้องถนนที่กำลังนำเราไปสู่เส้นทางแห่งชัยชนะด้วยการล้มร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ….’ ให้จงได้

การรวมกันคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้จะนำไปสู่การล้มล้างมรดกคสช.ในกรณีอื่นๆ ได้อีกมากมาย

หยุดมรดก คสช.  หยุด พ.ร.บ. การรวมกลุ่ม
เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน

ทั้งนี้ ภายหลังจากแถลงการณ์เเล้ว ได้มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และยุติเวทีปราศรัยในเวลา 17.07 น. ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเดินกลับมาปักหลักหน้า UN

ส่วนความคืบหน้าของร่างกฎหมายฉบับนี้ ณ วันที่ 31 พ.ค.2565 ทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แจ้งว่ายังคงอยู่ที่คณะกรรมการวิเคราะห์และยังไม่ได้มีการสรุปผลการรับฟังความเห็น

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์