กรมราชทัณฑ์ยกเลิกนัด กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ดูงานคุกหญิง - 'อมรัตน์' แจงต้องเข้าเพื่อพบคนถูกละเมิด

กรมราชทัณฑ์ยกเลิกนัดดูงานในเรือนจำหญิงของ กมธ.พัฒนาการเมืองอ้างเหตุป้องกันโควิด-19 “อมรัตน์” แจงเหตุที่ต้องเข้าเพราะต้องการเยี่ยมผู้ต้องขังที่ถูกละเมิด แม้จะยืนยันว่าให้ใส่ชุด PPE ก็ได้ 

6 ก.ค.2565 หลังจากเมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน แจ้งกำหนดการศึกษาดูงานที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำคลองเปรม เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ต้องขังทางการเมือง

ทั้งนี้ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล และเลขานุการ กมธ.ชุดดังกล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าทาง กมธ.ต้องยกเลิกการเดินทางไปดูงานครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวานนี้ทางกรมราชทัณฑ์โทรศัพท์แจ้งกับ กมธ.ว่าไม่สะดวกให้เข้าเยี่ยมภายในเรือนจำแล้วโดยให้เหตุผลเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จะเข้าพูดคุยกันในห้องประชุมได้

“แต่ที่เราจะไปเพราะต้องการเห็นสถานที่ดูงาน ไปพบกับผู้ต้องขังที่ถูกละเมิด ในเมื่ออ้างโควิดแล้วมาเบี้ยว เราก็เลยไม่ไป” เลขาฯ กมธ.ชี้แจงเหตุจำเป็นที่จะต้องขอเข้าไปในเรือนจำและมองว่าเรื่องนี้ทางเรือนจำทำไม่ถูกต้อง

อมรัตน์ยังกล่าวอีกว่า ทาง กมธ.ได้แจ้งกับทางเรือนจำแล้วว่าสามารถหาทางป้องกันได้เช่นการใส่ชุดป้องกันทั้งตัว (PPE) แต่ทางเรือนจำยังยืนยันคำตอบเดิม กมธ.จึงต้องยกเลือกการเดินทางไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ.ยังคงติดตามเรื่องนี้ต่อไปโดยจะเชิญให้ทางกรมราชทัณฑ์เข้าชี้แจงเรื่องมาตรการดูแลผู้ต้องขังทางการเมืองต่อ กมธ.ในวันที่ 27 ก.ค.2565 นี้

การขอเข้าดูงานครั้งนี้ของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เกิดขึ้นหลังจากเกิดการรายงานเกี่ยวกับผู้ต้องขังคดีการเมืองที่เผชิญกับปัญหาการดูแลในเรือนจำต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

สำหรับกรณีในฝั่งผู้ต้องขังหญิงที่ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิกลางคือกรณีของณัฐนิช (สงวนนามสกุล) หรือใบปอ ส่งจดหมายผ่านทางทนายความออกมาเล่าถึงปัญหาในการปฏิบัติงานของแพทย์ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่มีการพูดในลักษณะไม่ได้เป็นการสอบถามปัญหาสุขภาพ เช่น “ถ้ามีปืนก็คง…( ทำท่ามือเป็นปืนเอามาจ่อที่คาง)” พร้อมหัวเราะ และยังพูดข่มขู่ว่า “ต้องจับสองคนนี้แยกออกจากกัน”และซักถามในเรื่องส่วนตัวและวิจารณ์โดยไม่เกี่ยวกับการรักษา แม้ว่าภายหลังทางกรมราชทัณฑ์จะชี้แจงว่าเป็นการตรวจรักษา ทดสอบสภาพจิตใจและสติปัญญาเท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีกรณีของเนติพร (สงวนนามสกุล) หรือบุ้ง ที่มีรายงานถึงสภาพร่างกายย่ำแย่มากขึ้นจนล่าสุดมีรายงานว่าเธอมีอาการลักษณะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงหลังจากอดอาหารต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลานานทำให้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลราชทัณฑ์

ทั้งณัฐนิชและเนติพรถูกขังเป็นเวลานานถึง 64 วันแล้ว และพวกเธอยังอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวมาเป็นเวลา 34 วันแล้ว โดยในวันนี้กำลังรอผลจากศาลอาญากรุงเทพใต้ว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

อีกทั้งหลังเกิดเหตุของทั้งสองคนไม่ถึงสัปดาห์ในฝั่งผู้ต้องขังชายที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพยังเกิดกรณี พลพล (สงวนนามสกุล) พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินยาและกรณี ใบบุญ (สงวนนามสกุล) และ พุฒิพงศ์ (สงวนนามสกุล) ทำร้ายร่างกายตัวเองด้วยการใช้ฝาปลากระป๋องกรีดตัวเองอีก 2 รายด้วยเนื่องจากพวกเขาต้องเผชิญกับสภาวะเครียดขณะอยู่ในเรือนจำ

อีกทั้งในวันนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ทั้งใบบุญและพุฒิพงศ์กรีดข้อมือตัวเองอีกครั้ง และในครั้งนี้ยังมีผู้ต้องขังชื่อ “หนึ่ง” ที่กรีดแขนตัวเองด้วยและมีแผลลึกสุดแต่ได้รับการปฐมพยาบาลทั้งสามคนแล้ว

ศูนย์ทนายฯ ระบุสาเหตุที่ทั้ง 3 คนลงมือกรีดตัวเองว่าเป็นผลสืบเนื่องจากความเครียดเรื่องผลการประกันตัว นอกจากนั้นทั้ง 3 คนยังติดโควิด-19 จากในเรือนจำอีกด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์