พิจารณางบฯ 2566 แล้ว 48.1% 'ก้าวไกล' แนะเพิ่มงบฯ ให้หน่วยงานด้านความเท่าเทียมทางเพศ

กมธ.พิจารณางบประมาณ 2566 พิจารณาแล้ว 13 กระทรวง คิดเป็น 48.1% - 'ก้าวไกล' แนะเพิ่มงบฯ ให้หน่วยงานด้านความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมแสดงความกังวลเรื่องความมั่นคงของมนุษย์หลังอัตราการเกิดลดน้อยลง จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2565 ว่านายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง พร้อมด้วยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการพิจารณางบประมาณปี 2566 ว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ใช้เวลาในการพิจารณางบประมาณไปแล้ว 24 วัน รวม 214 ชั่วโมง รวม 13 กระทรวง 19 หน่วยงาน 14 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 48.1 ของหน่วยงานที่ต้องพิจารณาทั้งหมด ทั้งนี้ในการประชุมเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 กรรมาธิการฯ ได้พิจารณางบประมาณของหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี 9 หน่วยงาน 4 งบกลาง จากทั้งหมด 28 หน่วยงาน 2 กองทุน งบกลาง 4 รายการ และพิจารณางบประมาณของส่วนราชการในพระองค์ 1หน่วยงาน โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับงบราชการลับ จำนวน 60 ล้านบาท ว่าใช้งบในส่วนนี้เพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยผู้แทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การใช้จ่ายงบราชการลับจะเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานที่สามารถของบประมาณเงินราชการลับได้ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ภารกิจ 4 ประการ ภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันราชอาณาจักร ภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภารกิจด้านข่าวกรอง ภารกิจอื่นๆที่มีลักษณะปกปิด ส่วนกรณีหน่วยงานอื่นๆขอรับงบประมาณรายการงบราชการลับนี้ทุกส่วนราชการต้องส่งรายงานผลการใช้จ่ายเงินงบราชการลับให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน

นอกจากนี้ กรรมาธิการบางคนยังได้สอบถามกรณีการใช้เงินส่วนตัวเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเติมน้ำมันรถยนต์ โดยผู้แทนจากสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า การเบิกค่าเชื้อเพลิงของนายกรัฐมนตรีและข้าราชการเมือง เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในกรณีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เงินส่วนตัวเป็นค่าเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ประจำตำแหน่ง ไม่ได้เบิกจากงบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด

สำหรับการประชุมครั้งที่ 27/2565 วันอังคารที่ 12 ก.ค. 2565 คณะกรรมาธิการจะพิจารณางบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีรวม 17 หน่วยงาน 2 กองทุนและพิจารณางบประมาณของกระทรวงยุติธรรมอีก 5 หน่วยงาน

'ก้าวไกล' แนะเพิ่มงบฯ ให้หน่วยงานด้านความเท่าเทียมทางเพศ

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนผู้มีความหลากหลาย พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กล่าวว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีกองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม ส่วนสำนักงบประมาณ ซึ่งมีภารกิจสำคัญ คือ การเสนอแนะและให้ความเห็นด้านงบประมาณต่อรัฐบาล แต่เมื่อได้พิจารณาเอกสารต่าง ๆ กลับไม่พบการจัดสรรงบประมาณเพื่อความเท่าเทียมทางเพศเลย ทั้งที่จะส่งผลลัพธ์สำคัญไปสู่เรื่องความมั่นคงของมนุษย์

ธัญวัจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงบฯ จัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปกับสิ่งปลูกสร้าง โดยมองว่าควรจะจัดสรรงบประมาณอย่างไร เพื่อให้มีอัตราการเกิดเพิ่มขึ้น เพราะพบว่าอัตราการเกิดของประเทศไทยลดน้อยลง และจะกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ในอีก 10-15 ปี อย่างแน่นอน และจะมีโรงเรียนอีกจำนวนมากต้องปิดตัวลง และไม่มีแรงงานที่เพียงพอ โดยหากถามว่าความมั่นคงของมนุษย์เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศอย่างไร ซึ่งยืนยันว่ามีความเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะทุกวันนี้แม้จะกำหนดให้มีวันแม่ที่ให้คุณค่าวัฒนธรรมและประเพณีที่ได้ปฏิบัติกันเรื่อยมา แต่ยังขาดการให้ความสำคัญงานด้านเศรษฐกิจของผู้หญิง โดยยกตัวอย่างว่า หากผู้หญิงและผู้ชายแต่งงานกัน ทั้งสองคนมีเงินเดือนเท่ากัน คนละ 30,000 บาท รวม 60,000 บาทเพื่อใช้จ่าย 2 คน แต่หากผู้หญิงตัดสินใจที่จะมีบุตร ส่วนใหญ่ผู้หญิงต้องออกจากงาน ทำให้ครอบครัวเหลือเงิน 30,000 บาท ต้องใช้จ่าย 3 คน และเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ลักษณะนี้ ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกที่จะไม่มีบุตร ซึ่งยังไม่รวมปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจที่จะขยายสมาชิกในครอบครัวให้เพิ่มขึ้น

ธัญวัจน์ ตั้งข้อสังเกตว่า การจัดสรรงบประมาณของ สศช. และสำนักงบฯ มาจากการทำงานวิจัยหรือพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพื่อหาทางออกเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เพราะหากแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ จะสามารถเพิ่มทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ประเทศได้ ทั้งนี้ ในฐานะกรรมาธิการฯ ยังไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและไม่เห็นรายละเอียดโครงการใด ๆ จึงขอเอกสาร เพื่อตรวจสอบต่อไป พร้อมขอตั้งข้อสังเกตในการจัดสรรงบฯ ปีหน้าร่วมด้วย
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์