กลุ่มราษฎรและประชาชน 4 ภาค อ่านแถลงการณ์ 'ให้มันจบที่ 8 ปี' เรียกร้องให้ 'ประยุทธ์' ลาออกโดยทันที ให้รัฐสภาแก้ไข รธน. ม. 272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
21 ส.ค. 2565 มติชนออนไลน์ รายงานว่ากลุ่มราษฎรและประชาชน 4 ภาค นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย , นายธนพัฒน์ กาเพ็ง กลุ่มทะลุฟ้า, น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง และ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ ,นิว สหภาพคนทำงาน และ ซีน พรรคโดมปฏิวัติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นต้น รวมตัวอ่านแถลงการณ์ โดยนัดหมายบริเวณท้องสนามหลวงในเวลา 10.00 น.
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 09.45 น. กลุ่มผู้ทำกิจกรรมไม่สามารถเข้าไปยังบริเวณท้องสนามหลวงได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาพูดคุยว่าแจ้งกฎระเบียบ โดยมีการปิดประตูโดยรอบสนามหลวง จากนั้น ผู้ทำกิจกรรมจึงมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ต่อมาเวลา 10.13 น.กลุ่มผู้ทำกิจกรรมได้เดินทางมาถึงยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยผู้ทำกิจกรรมมีประมาณ 30 คน และเดินเรียงแถวบนถนนราชดำเนิน แถวด้านหน้าถือป้ายไวนิลมีข้อความว่า ‘ให้มันจบที่ 8 ปี พอกันทีนายกฯเถื่อน’ นอกจากนี้ ยังมีการถือป้ายข้อความ ‘ประยุทธ์ออกไป’ และ ‘นายกเถื่อน’ โดยตลอดการเดินเท้าจากสนามหลวงถึงอนุสาวรีย์ฯ มีการตะโกนว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’ ตลอดทาง
จากนั้นเวลา 10.25 น. ตัวแทนแต่ละกลุ่มได้แถลงถึงเหตุผลในการเข้าร่วมการชุมนุมไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดย น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานฯ กล่าวว่า เห็นการบริหารผิดพลาดของนายกฯที่เราไม่ได้เลือกมา ตั้งแต่มีการรัฐประหารนั้นผู้ประกันตนคนทำงานที่เป็นคนทำงานสหภาพแรงงานหรือเครือข่ายที่ทำงานอยู่ในระบบประกันสังคม โดยพล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจบอร์ดประกันสังคมซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และแต่งตั้งบอร์ดโดยคำสั่งคสช.ตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งทำให้เจอปัญหาที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม นำเงินประกันสังคมของพวกตนไปบริหารแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่ตอบสนองต่อประชาชน และในสถานการณ์โควิด-19 พวกเราที่ทำงานในโรงงานพวกเราดูแลกันเองโดยที่รัฐบาลไม่ได้เข้ามาจัดการ
ด้านตัวแทนองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถอยู่ต่อไปได้อีกแล้วเพราะเรารู้สึกหดหู่และเจ็บปวดและสิ้นหวังจากการบริหารงานที่ผ่านมาเราเห็นว่านิสิตนักศึกษาจำนวนมากต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะไม่มีทรัพยากรที่สามารถเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ได้ หลายคนครอบครัวล้มละลายและไม่มีเงินที่จะสามารถส่งให้เรียนต่อได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของปัจเจกบุคคลแต่เกิดจากการบริหารที่ผิดพลาด เพราะฉะนั้น สิ่งเดียวที่วันนี้เราจะสามารถออกมาต่อสู้เพื่อให้เรายังมีความหวังริบหรี่สุดท้ายในประเทศนี้คือ 8 ปีนี้ครบแล้ว ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข
นายธนพัฒน์ กาเพ็ง ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำให้ประเทศของเราไม่มีหลักนิติรัฐ ทำให้กระบวนการยุติธรรมต้องถูกตั้งคำถามอย่างมากมายว่าหลายครั้งเกิดการแทรกแซงการทำงานหรือไม่ การที่พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารงานก็เป็นการริดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นการจำกัดการทำหน้าที่ของประชาชนในการออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยหลายครั้ง เราจึงมองเห็นว่าสุดท้ายนี้ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อในอีกกี่เดือน ประชาชนอย่างเราก็จำเป็นที่จะต้องออกมาเพื่อแสดงว่าเราไม่เอานายกฯที่ชื่อประยุทธ์แล้ว หมดเวลาของประยุทธ์แล้ว
ด้าน ‘แชมป์’ ตัวแทนคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กล่าวว่า ทุกคนต่างรู้ดีว่ารัฐธรรมนูญปี 60 นั้นเป็นปัญหาอย่างรุนแรงที่เราต้องจัดการ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่พล.ประยุทธ์ตั้งชื่อว่าปราบโกงแต่จริงๆคือการปราบผู้ชุมนุมและที่สำคัญคือการปราบประชาชนทุกคนในสังคมยกเว้นชนชั้นนำ เพราะเกี่ยวกับการตั้งกติกาทางสังคมและการเมือง หากประชาชนคนไหนอยากมีส่วนร่วมในการตีความคำวินิจฉัย วันที่ 24 ส.ค. เวลา 16.00 น. ณ ลานอากง สนามหลวงเพื่อฟังคำวินิจฉัยของครช.ว่าทำไม 8 ปีแล้วพล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก คนที่จะวินิฉัยพล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดแต่เป็นประชาชนทุกคนที่บอกว่าเขาไม่เอานายกฯเถื่อนอีกต่อไป
ต่อมา น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการรัฐประหาร จะเห็นว่าเพดานสิทธิและเสรีภาพของเราถูกลดต่ำลงมาก แม้กระทั่งการตั้งคำถาม การที่เราทำโพลสำรวจความคิดเห็นก็สามารถทำให้ถูกคุมขังได้และการที่ประชาชนออกมาเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของตนเองก็กลับถูกดำเนินคดีมากมาย มีเพื่อนอีกหลายๆคนในเรือนจำที่เป็นนักโทษทางการเมืองที่ยังถูกคุมขังอยู่กว่า 30 คนเพราะคดีทางการเมือง ไม่ใช่เพียงคดีมาตรา 112 ที่เราต้องการให้คืนสิทธิการประกันตัวแต่เป็นนักโทษทางการเมืองทุกคนที่ถูกคุมขังภายใต้รัฐบาลเผด็จการนี้
ด้าน น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง กล่าวว่า ตนได้เล็งเห็นการบริหารงบประมาณของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ว่าไม่ได้เอาประชาชนเป็นที่ตั้งในการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน 8 ปีขูดรีดประชาชนไปพอหรือยัง ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องทวงทุกอย่างคืน
ต่อมาเวลา 10.56 น. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ได้อ่านแถลงการณ์โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า
‘เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วที่สังคมไทยต้องตกอยู่ภายใต้ช่วงเวลาอันมืดมนและขมขื่นที่สุด ช่วงเวลาภายใต้การปกครองผู้ปล้นชิงอำนาจการปกครองไปจากประชาชน ผู้สืบทอดอำนาจผ่านกลไกที่ไร้ซึ่งความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย นาม ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้นี้ ได้ร่วมมือกับพลพรรคในการสร้างวิกฤติทางการเมืองเพื่อเข้าช่วงชิงอำนาจการปกครอง พร้อมกับตั้งตนและพวกขึ้นเป็นรัฐบาล และใช้อำนาจอำนวยผลประโยชน์และความมั่นคงแก่ชนชั้นนำส่วนน้อย กดขี่ข่มเหงประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทั้งยังวางกลไกสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตนเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อโดยมิต้องสนใจคำทัดทานก่นด่าจากประชาชน สร้างความทนทุกข์แก่ประชาชนทั้งหลายไปทุกหย่อมหญ้า ดังความเลวร้ายนานับประการที่ประชาชนทั้งหลายล้วนต่างรับรู้อย่างประจักษ์ชัดได้โดยทั่วกัน
อย่างไรก็ดี ไม่มีช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายใดจะสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไป ยุคสมัยประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมีอันสิ้นสุด เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีการบัญญัติเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ในมาตรา 158 วรรค 4 ว่า นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่ง ติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตําแหน่งรวมทั้ง ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ด้วยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดตามมาตรา 158 วรรค 4 ด้วย
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 และรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 264 ได้บัญญัติไว้ว่า …ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้… จึงต้องถือว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ส.ค. 2565 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 8 ปี ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การจะตีความตัวบทกฎหมายย่อมไม่สามารถจะพลิกแพลงเปลี่ยนไปเป็นอื่นได้
เราเหล่าราษฎรจึงได้มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ เพื่อประกาศแก่พี่น้องประชาชนทั้งหลายว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ไร้ความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตยนับตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่อำนาจ จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ในวันที่ 24 ส.ค. 2565 ดังนั้น นายประยุทธ์ จันทร์โอชา จงลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามหลักเกณฑ์แห่งรัฐธรรมนูญเสียแต่บัดนี้ และจงอย่าคิดสร้างสูญญากาศทางกฎหมายด้วยการประกาศยุบสภาในขณะที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้ถูกประกาศใช้ อันจะเป็นการเปิดช่องให้บรรดาพลพรรคสามารถสร้างกฎหมายการเลือกตั้งที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องของตน
ในกาลนี้ เราราษฎรขอส่งสารไปยังประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลมีคำวินิจฉัยประเด็นการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 24 ส.ค. 2565 หาไม่แล้ว ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่ วันที่ 24 ส.ค. 2565 จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยแล้วเสร็จ
และขอยืนยันข้อเรียกร้องเฉพาะกาลก่อนการเลือกตั้งดังต่อไปนี้
1. ให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยทันที
2. หากประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมลงจากอำนาจ ศาลธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัย ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ส.ค. 2565
3. ให้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
จากนั้น ผู้ทำกิจกรรมได้ชูสามนิ้วพร้อมตะโกนว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’
ทั้งนี้ ราษฎรและขบวนประชาชน 4 ภาค ประกอบไปด้วย 38 กลุ่ม ได้แก่
1.แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
2.กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)
3.We Volunteer
4.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
5.คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.)
6.ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move)
7.เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน
8.สหภาพคนทำงาน
9.People Go Network
10.เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
11.สลัมสี่ภาค
12.เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม We Fair
13.เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่
14.กรองข่าวแกง
15.เฟมินิสต์ปลดแอก
16.FemFoo
17.นักเรียนเลว
18.ขอนแก่นพอกันที
19.ราษฎรโขงชีมูน
20.ดาวดิน สามัญชน
21.ขบวนการอีสานใหม่
22.พรรคโดมปฏิวัติ
23.Nu-movement
24.ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ(CAN)
25.Cafe Democracy
26.พรรคปฏิวัติมอดินแดง
27.องค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.)
28.พิราบขาวเพื่อมวลชน ลำปาง
29.KNACK กลุ่มสนับสนุนสังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและเท่าเทียม
30.Supporter Thailand (SPT)
31.ทะลุวัง
32.Nurses Connect
33.แดนดินถิ่นขบถ
34.กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชนภาคใต้ (Law Long Beach)
35.โมกหลวงริมน้ำ
36.Secure Ranger
37.สหพันธ์นักเรียนเพชรบูรณ์
38.กอผือ รื้อ เผด็จการ
สำหรับแถลงการณ์ "ให้มันจบที่ 8 ปี" โดยราษฎร และขบวนประชาชน 4 ภาค โดยละเอียดเผยแพร่ผ่าน เพจราษฎร มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
แถลงการณ์ "ให้มันจบที่ 8 ปี"
โดยราษฎร และขบวนประชาชน 4 ภาค
เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วที่สังคมไทยต้องตกอยู่ภายใต้ช่วงเวลาอันมืดมนและขมขื่นที่สุด ช่วงเวลาภายใต้การปกครองของทรราชผู้ปล้นชิงอำนาจการปกครองไปจากประชาชน ทรราชผู้สืบทอดอำนาจผ่านกลไกที่ไร้ซึ่งความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย ทรราชนาม ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้นี้ ได้ร่วมมือกับพลพรรคในการสร้างวิกฤติทางการเมืองเพื่อเข้าช่วงชิงอำนาจการปกครอง พร้อมกับตั้งตนและพวกขึ้นเป็นรัฐบาล และใช้อำนาจอำนวยผลประโยชน์และความมั่นคงแก่ชนชั้นนำส่วนน้อย กดขี่ข่มเหงประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทั้งยังวางกลไกสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตนเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อโดยมิต้องสนใจคำทัดทานก่นด่าจากประชาชน ทรราชผู้สวาปามความหวัง ความฝัน และอนาคตผู้นี้ ได้สร้างความทนทุกข์แก่ประชาชนทั้งหลายไปทุกหย่อมหญ้า ดังความเลวร้ายนานับประการที่ประชาชนทั้งหลายล้วนต่างรับรู้อย่างประจักษ์ชัดได้โดยทั่วกัน
อย่างไรก็ดี ไม่มีช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายใดจะสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไป ยุคสมัยแห่งทรราชประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมีอันสิ้นสุด เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่บรรดาพรรคพวกทรราชได้ร่างขึ้น มีการบัญญัติเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ในมาตรา 158 วรรค 4 ว่า “นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่ง ติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตําแหน่ง” รวมทั้ง ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ด้วยว่า “ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดตามมาตรา 158 วรรค 4 ด้วย”
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 และรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 264 ได้บัญญัติไว้ว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้…” จึงต้องถือว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ส.ค. 2565 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 8 ปี ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การจะตีความตัวบทกฎหมายย่อมไม่สามารถจะพลิกแพลงตลบตะแลงเปลี่ยนไปเป็นอื่นได้ และการตลบตะแลงจะยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า การขนานนาม รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ทรราชร่างขึ้นว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกง” เป็นเพียงมายาคติไว้หลอกหลวงประชาชนเพื่อกลบเจตนาการสืบทอดอำนาจของตนเอง
ในกาลนี้ กลุ่มราษฎรและขบวนประชาชนสี่ภาคจึงข้อยืนยันข้อเรียกร้องเฉพาะกาลก่อนการเลือกเกี่ยวกับกรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังต่อไปนี้
1. ให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยทันที
2. หากทรราช ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมลงจากอำนาจ ศาลธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัย ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ส.ค. 2565
3. ให้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
สุดท้ายนี้ ขอพี่น้องประชาชนทั้งหลาย จงมาร่วมกันเป็นสักขีพยานในวาระสุดท้ายของเผด็จการ วาระที่ซึ่งทรราชผู้สร้างความทนทุกข์ให้แก่ประชาชนชาวไทยมาตลอด 8 ปี จากนโยบายที่ผิดพลาดนานับประการ ทรราชผู้เป็นเหตุแห่งการเรียกร้องแสดงออกของประชาชนทั้งปวงจากทุกกลุ่มทั่วทุกภูมิภาค จนนำมาสู่การคุกคาม จับกุม คุมขังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งที่ทั้งหมดทั้งมวลต่างล้วนเป็นไปเพื่อการปกป้องสิทธิเสรีภาพอันพึงมีของตนทั้งสิ้น บัดนี้อำนาจของทรราชกำลังจะสูญสิ้นลงด้วยพันธนาการจากรัฐธรรมนูญที่เหล่าพวกพ้องทรราชร่างขึ้น
อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาแห่งประชาชนกำลังใกล้เข้ามา ช่วงเวลาที่ซึ่งอำนาจในการกำหนดทิศทางการเมืองจะกลับมาอยู่ในมือของประชาชนอีกครั้ง ขอประชาชนทั้งหลายจงเชื่อมั่นในพลังแห่งตน และร่วมกันต่อสู้โดยใช้การเลือกตั้งเป็นหนึ่งในปฏิบัติการร่วมทางการเมือง เพื่อไปสู่หลักชัยแห่งความเปลี่ยนแปลงและนำพาประเทศไทยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริง
