เพจ BRN ออกแถลงการณ์ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่และไม่มีสัญญาณใดๆ สำหรับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในปาตานี เป็นผลจากกระบวนการสันติภาพที่ขาดความคืบหน้า พร้อมย้ำว่า การเจรจาสันติภาพเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพื่อแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีศักดิ์ศรี ยุติธรรมและยั่งยืน ด้านสื่ออาวุโสมองว่าท่าทีที่เปลี่ยนไป อาจส่งสัญญาณถึงพลวัติภายใน
7 ก.ค. 2569 เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการเจรจาสันติภาพของ BRN ได้ออกแถลงการณ์เป็นภาษามลายู เผยแพร่ทางเพจ สำนักงานเลขาธิการเจรจาสันติภาพของ BRN ซึ่งมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพหลายประการ ซึ่งอาจารย์ฮารา ชินทาโร ได้เเปลเป็นภาษาไทย มีเนื้อหาดังนี้
กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพ แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BARISAN REVOLUSI NASIONAL MELAYU PATANI)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ขอความสันติสุข ความเมตตา และความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน
Salam Satu Patani (ขอความสันติ ปาตานีที่เป็นหนึ่ง)
กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพ BRN มองว่า พัฒนาการล่าสุดที่มีปฏิบัติการทางการทหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่ความขัดแย้งที่ปาตานี สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่และไม่มีสัญญาณใด ๆ สำหรับการแก้ไขอย่างยั่งยืน
การต่อสู้ของประชาชนปาตานีที่นำโดย BRN ดำเนินมาในพื้นที่ความขัดแย้งที่ปาตานีในยุคใหม่ทั้งแต่ปี 2547 จนถึงทุกวันนี้ซึ่งเป็นปีที่ 23 ของความขัดแย้ง ปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธของ BRN (Angkatan Bersenjata BRN) มีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ กองกำลังติดอาวุธของไทยและหน่วยต่าง ๆ ที่ได้รับอาวุธจากรัฐบาลไทย รวมไปถึงโครงการของพวกนายทุนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนปาตานี ทำลายสิ่งแวดล้อม และลิดรอนคุณค่าด้านอัตลักษณ์ของสังคมมลายูอิสลามปาตานี BRN เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายสงครามระหว่างประเทศ/กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law/IHL)
BRN ขอเรียกร้องให้สังคมทั่วไปให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตน และหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สถานที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการทางการทหารหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยง และขอให้สังคม (ปาตานี) ไม่เข้าร่วมฝ่ายความมั่นคงของฝ่ายรัฐบาลไทย หรือมีบทบาทที่อาจถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนปฏิบัติการทางการทหารของรัฐบาล เพื่อลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตน
กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพ BRN มองว่า ความตึงเครียดและปฏิบัติการทางการทหารที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งที่ปาตานีในขณะนี้ เป็นหนึ่งในผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการสันติภาพที่ขาดความคืบหน้า ด้วยเหตุนี้ บีอาร์เอ็นขอเน้นย้ำว่า การเจรจาสันติภาพเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีศักดิ์ศรี ยุติธรรมและยั่งยืน การแก้ไขความขัดแย้งที่ปาตานีผ่านวิธีการทางการเมืองเป็นวิธีการที่จะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างชาติปาตานี (Bangsa Patani) กับรัฐบาลไทยเพื่อให้เกิดสันติภาพและความสงบอันแท้จริง มีศักดิ์ศรีและความยั่งยืน
ทั้งนี้ BRN ขอขอบคุณบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียในฐานะเป็นผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการเจรจาสันติภาพ และการมีส่วนร่วมของสังคมนานาชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขสำหรับความขัดแย้งอันยืดยาวมานานที่ปาตานี บีอาร์เอ็นหวังว่า จะได้รับการสนับสนุนในการเจรจาสันติภาพรอบนี้จากประชาคมปาตานีทั้งปวง เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในความพยายามเพื่อแก้ไขความขัดแย้งนี้
ขอขอบคุณ และขอความสันติสุข ความเมตตา และความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน


สื่ออาวุโสมองว่าท่าที BRN เปลี่ยนไป อาจส่งสัญญาณพลวัติภายใน
นวลน้อย ธรรมเสถียร อดีตผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ซึ่งติตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้มาตลอด โพสต์แสดงความเห็นต่อแถลงการณ์ของ BRN ครั้งนี้ว่า เป็นท่าทีนี้น่าสนใจ “เรารู้สึกว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่บีอาร์เอ็นพูดอย่างชัดเจนมากถึงเป้าหมายในเรื่องเศรษฐกิจและการพัฒนา”
เธอบอกด้วยว่า สิ่งที่จะทำให้ถูกตีความว่าเป็นคำขู่อย่างชัดเจนก็คือย่อหน้าที่พูดว่าขอให้ประชาชนระมัดระวังตัว ไม่เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีโอกาสจะเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการ ซึ่งบีอาร์เอ็นเองก็ไม่ได้บอกว่าสถานที่แบบไหนที่มีโอกาสจะตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการ
บีอาร์เอ็นบอกว่า สถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้น เหตุการณ์รุนแรงที่เพิ่มขึ้นล้วนเป็นผลพวงของการที่การพบปะเจรจาไม่คืบหน้า ตบท้ายแสดงความหวังกับการพูดคุย ซึ่งตอนนี้ใช้คำว่า peace negotiation แล้ว พร้อมทั้งขอบคุณมาเลเซียด้วย
“ท่วงทำนองแถลงการณ์นี้ผิดไปจากเดิมๆ ไม่น้อยนะ ทั้งคำเตือนต่อสาธารณะแบบนี้ ทั้งศัพท์หลายคำที่น่าสนใจ หรือว่านี่เป็นการส่งสัญญาณว่าภายในมีพลวัติอะไรบางอย่าง”
