เรือน้ำมันระเบิดแม่กลอง 'คนก้าวไกล' บี้รัฐเลิกดอง 'กม.การปลดปล่อย-เคลื่อนย้ายมลพิษ'

เรือบรรทุกน้ำมันระเบิดปากน้ำแม่กลอง 'คนก้าวไกล' จี้รัฐบี้บริษัทเจ้าของเรือเร่งเยียวยา เผยชุมชนเคยร้องเรียนอู่ซ่อมเรือบ่อยครั้งกรณีปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ชี้ถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องเลิกดองกฎหมายปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษที่พรรคเสนอ บังคับอุตสาหกรรมต้องรายงานปริมาณสารก่อมลพิษ ขณะที่ เจ้าท่าเตรียมแจ้งความ 'ท่าเรือ-ผู้รับเหมา' ซ่อมเรือกระทำโดยประมาทฯ

18 ม.ค.2566 ความคืบหน้าเหตุการณ์ เรือบรรทุกน้ำมันระเบิด ในท่าเรือรวมมิตรด็อคยาร์ด หมู่ 8 ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดวันนี้ (18 ม.ค.) เวลาประมาณ 16.53 น. ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า พบเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว รวม 8 ศพ คนไทย 1 คน คนพม่า 7  คน ส่วนใหญ่ตายอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง นำศพขึ้นที่วัดปากสมุทร

ณรงค์กร จอมประเสริฐ นักประดาน้ำมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ผู้ที่งมศพสุดท้ายเปิดเผยว่า ศพสุดท้ายอยู่บริเวณหัวเรือใต้น้ำลึกกว่า 4 เมตร ลักษณะคว่ำหน้า อยู่พื้นแม่น้ำแม่กลอง อย่างไรก็ตามได้พบร่างผู้สูญหายทั้ง 8 คนแล้ว จึงยุติภารกิจค้นหาในวันนี้

'คนก้าวไกล' กำชับรัฐจี้บริษัทเร่งเยียวยาประชาชน-ออก 'กม.ปลดปล่อย-เคลื่อนย้ายมลพิษ' บีบอุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูลมลพิษ

ขณะที่ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานต่อสื่อมวลชนว่า อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จ.สมุทรสงคราม เข้าติดตามผลกระทบจากกรณีดังกล่าวนอกจากมีผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย โดยหลังเกิดเหตุการณ์ อานุภาพ พร้อมทีมงานพรรคก้าวไกลสมุทรสงคราม ได้เข้าเยี่ยมเยียนพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ พร้อมร่วมฟังและซักถามผู้ว่าราชการจังหวัดระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวานนี้

อานุภาพเปิดเผยว่าสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้คือมาตรการในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งจากการได้ซักถามกับผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อวานนี้ ท่านก็ได้ระบุว่าอย่างไรบริษัทเจ้าของเรือต้องเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมรับปากว่าจะเร่งรัดกับทางบริษัทเจ้าของเรือและบริษัทประกันภัยให้รีบดำเนินการเยียวยาโดยเร็วที่สุด ส่วนในระยะยาวจะป้องกันอย่างไรนั้น ยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนักนอกจากว่าจะต้องรอกระบวนการพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บข้อมูลวันนี้เพื่อหาสาเหตุก่อน

ทั้งนี้ ตนต้องขอเน้นย้ำถึงเรื่องการเยียวยาประชาชนเพราะจากกรณีที่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน เมื่อปีที่แล้วกับเรือของบริษัทเดียวกันที่ จ.สมุทรปราการ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าประชาชนจำนวนมากได้รับเงินเยียวยาล่าช้า บ้างก็ถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดเชยให้ ตนจึงขอเรียกร้องไปทางผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ว่าขอให้อย่าเกิดการบ่ายเบี่ยงล่าช้าในการเยียวยาประชาชนเกิดขึ้นแบบนี้อีก

อานุภาพยังกล่าวต่อไป ว่าสิ่งที่เป็นข้อกังวลต่อมาคือมาตรการในระยะยาว เพราะเหตุระเบิดในครั้งนี้เรียกได้ว่าซ้ำรอยกับเหตุการณ์ที่ จ.สมุทรปราการ แทบจะถอดแบบกันมา ทั้งเรือยี่ห้อเดียวกัน มาจากบริษัทเดียวกัน ลักษณะการระเบิดก็เหมือนกัน เกิดแรงดันอากาศจนบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย กระจกแตก หลังคาพังเหมือนกัน 

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นมา ภายในชุมชนโดยรอบเองก็มีบรรยากาศของความไม่สบายใจและไม่ไว้เนื้อเชื่อใจเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อกังขาถึงการอนุญาตให้ตั้งอู่ซ่อมเรือที่นี่ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินการของอู่ ที่ทำให้ชุมชนเกิดความไม่สบายใจมาโดยตลอด

“ก่อนหน้านี้ประชาชนในชุมชนเคยร้องเรียนไปหลายครั้งว่าเวลามีการนำเรือมาซ่อมบำรุงมักจะมีน้ำมันรั่วไหลลงสู่แม่น้ำ ประชาชนหลายคนก็ไม่อยากให้มาตั้งที่นี่ หลายคนมีถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกใบอนุญาตให้บริษัทเข้าทำการตั้งอู่ต่อเรือในจุดนี้ซึ่งเป็นป่าชายเลนได้อย่างไร กรณีที่เกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัทว่าถูกต้องหรือไม่ มีการปล่อยมลพิษลงสู่สิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ต้องสืบค้นข้อเท็จจริงต่อไป แต่ประเด็นสำคัญจริงๆ ก็คือความขัดแย้งตึงเครียดระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชนได้ดำรงอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งแล้ว และมีแต่จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นต่อไปในอนาคตหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นมาเช่นนี้” อานุภาพกล่าว

อานุภาพกล่าวต่อไปว่าทั้งนี้ สิ่งที่ตนเห็นว่าควรจะเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ต้องเน้นไปที่นโยบายระดับประเทศ ผ่านการออกกฎหมายการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ - PRTR (Pollutant Release and Transfer Registers) ซึ่งพรรคก้าวไกลได้เคยนำเสนอร่างไปแล้ว แต่ปัจจุบันยังถูกดองอยู่ที่คณะรัฐมนตรีไม่ให้นำขึ้นมาพิจารณา โดยอ้างว่าเพราะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน

สิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของชุมชน ข้อร้องเรียนต่างๆ จนมาถึงการระเบิดในครั้งนี้ จะสามารถป้องกันหรือบรรเทาและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ด้วยการมีกฎหมาย PRTR ที่บังคับให้แหล่งกำเนิดมลพิษต้องรายงานการปล่อยหรือเคลื่อนย้ายมลพิษต่อกรมควบคุมมลพิษและเปิดเผยให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงและตรวจสอบได้ โดยมีหลักเกณฑ์ในการตรวจวัดมลพิษที่ชัดเจนและกำหนดสารมลพิษที่จะต้องรายงานต่อกรมควบคุมมลพิษ

อย่างเช่นในกรณีอู่ซ่อมเรือแบบนี้ หากภาครัฐมีข้อมูลปริมาณน้ำมัน รวมทั้งสารเคมีอื่นๆ ที่มีอยู่ทั้งบนเรือและในอู่ซ่อมเรืออยู่ในมือ ก็จะสามารถเตรียมการในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ได้อย่างทันท่วงที แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพสารเคมี และสามารถออกคำเตือนต่อประชาชนบริเวณโดยรอบได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญคือจะทำให้ประชาชนได้รับรู้อย่างไร้ข้อกังขา ว่ามีการปล่อยมลพิษเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ในปริมาณเท่าไหร่ หากบริษัททำทุกอย่างถูกต้องก็ไม่ต้องกังวลหรือกลัวจะถูกร้องเรียนใดๆ

อานุภาพกล่าวต่อไปว่า กฎหมาย PRTR มีการใช้กันในมากกว่า 36 ประเทศทั่วโลก เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ประเทศไทยควรมี เพราะที่ผ่านมาประชาชนกับอุตสาหกรรมมักมีข้อพิพาทกันอยู่เสมอด้วยความที่กฎหมายของเราหละหลวม เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนมากกว่าประชาชน อย่างในกรณีที่เกิดขึ้นที่สมุทรสงครามนี้ ย้อนไปจนถึงเหตุการณ์แบบเดียวกันที่เกิดขึ้นที่สมุทรปราการ ก็เกิดขึ้นมาเพราะความหละหลวมของกฎหมายที่ไม่มีการควบคุมอุตสาหกรรมให้ดำเนินการให้ได้มาตรฐาน ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และการป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้น และหากเรายังเดินหน้าไปด้วยความหละหลวมแบบนี้ต่อ เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอย่างแน่นอน

เจ้าท่าเตรียมแจ้งความ 'ท่าเรือ-ผู้รับเหมา' ซ่อมเรือกระทำโดยประมาทฯ

ส่วนของคดีนั้น ไทยรัฐออนไลน์ รายงานด้วยว่า พ.ต.อ.ศยาม อินทสุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บ 4 ราย และกำลังทยอยสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว นอกจากนี้ยังรอเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่ามาแจ้งความร้องทุกข์ กรณีประมาท ซึ่งทางเจ้าท่ากำลังรวบรวมข้อมูลและข้อหาที่เกี่ยวข้องว่าจะแจ้งความข้อหาอะไร เบื้องต้นเจ้าของเรือยังไม่พบความผิดเพราะเป็นผู้นำเรือมาจ้างให้ซ่อมบำรุง ผู้ที่เข้าข่ายมีความผิดจะมีฝ่ายท่าเทียบเรือ และ ผู้รับเหมาซ่อมเรือ

ส่วนการเยียวยาช่วยเหลือ อมรศักดิ์ ฉัตรระทิน นายกอบต.แหลมใหญ่ เปิดเผยว่า มีชาวตำบลแหลมใหญ่มาลงทะเบียน 97 ราย ตำบลบางจะเกร็ง 27 และเทศบาลเมืองสมุทรสงครามอีก 4 ราย ทั้งนี้ การระเบิดดังกล่าว ทำให้บ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายทั้งในตำบลแหลมใหญ่ และตำบลใกล้เคียง มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์