‘พีมูฟ’ ประกาศยุติการชุมนุม ย้ำ ‘พร้อมเคลื่อนไหวใหญ่’ หากไม่เป็นไปตามที่ตกลง

พีมูฟยุติการชุมนุมหลังได้ทำข้อตกลงร่วมในการแก้ไขปัญหากับรัฐบาล แต่จะยังติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงต่อไป หากไม่เป็นไปตามที่เจรจาพีมูฟยังพร้อมเคลื่อนไหวต่อไปและอาจจะชุมนุมยาวกว่าเดิม

17 ต.ค. 2566 เวลาประมาณ 10.30 น. สมัชชาคนจนได้เดินทางมาส่งพีมูฟกลับบ้าน หลังได้รับข่าวว่าจะยุติการชุมนุมในวันนี้ และได้ให้กำลังใจในการต่อสู้ร่วมกันต่อไป

จากนั้นเวลาประมาณ 12.40 น. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ได้แถลงข่าวยุติการชุมนุมพีมูฟทวงสิทธิ หลังจากปักหลักชุมนุมยาว 15 วัน บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล โดยประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมได้กล่าวว่า ทางพีมูฟได้เจรจากับรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการ 2 ครั้ง ประชุมร่วมกับคณะกรรมการโดยมี ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม และได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 2 ครั้ง คือ วันที่ 10 และ 16 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา

หลังจากมีมติ ครม.วันที่ 16 ต.ค. 2566 ได้มีการประสานงานฝ่ายเลขานุการ คือส่วนราชการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจ และกำหนดแผนการทำงานร่วมกัน ในวันที่ 17 ต.ค. 2566 มีการเชิญผู้แทนหน่วยงานในระดับกรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทั้ง 10 เรื่อง เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันที่ตึก ก.พ.ร. โดยจะใช้อนุกรรมการแก้ไขปัญหาในการทำงานภายใต้หลักประกันทั้งหมด 4 เรื่อง ดังนี้

1. การเจรจาหลักการและแนวทางการแก้ไขปัญหา 6 ข้อ

2. เมื่อได้หลักการร่วมกัน ได้เสนอปัญหาให้รัฐบาลในรูปแบบข้อเสนอเชิงนโยบาย 10 เรื่อง และปัญหารายกรณี 266 กรณี 

3. ต้องมีการเจรจารายปัญหา ขณะนี้ได้เจรจาข้อเรียกร้องทั้ง 10 เรื่อง และต้องกระจายปัญหารายกรณีไปสู่กลไก เร่งรัดการแก้ไขปัญหา

4. พีมูฟต้องการได้รับการยืนยันจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ตลอดระยะเวลาการชุมนุม 15 วัน ได้มีกระบวนการต่าง ๆ เกิดขึ้น และจะดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้ รวมถึงบันทึกเอกสารทั้งหมดแจ้งมายังประธานกรรมการบริหารพีมูฟอย่างเป็นทางการ

การประชุมอนุกรรมการทั้ง 7 คณะ จะเริ่มประชุมครั้งแรกภายในเดือนต.ค. เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบอนุฯ บางเรื่องที่สามารถสั่งการได้ในทันทีต้องมีข้อยุติภายใน 30 วัน เรื่องระยะกลางให้เวลาดำเนินการ 90 วัน และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย นโยบาย และมติ ครม. ต้องแก้ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ส่วนกรณีเร่งด่วน 3 กรณี คือหลีเป๊ะ จ.สตูล, บางกลอย จ.เพชรบุรี และ โฉนดชุมชนคลองโยง จ.นครปฐม ได้เจรจาให้สำนักงานสำนักนายกรัฐมนตรีจัดทำหนังสือแจ้งหน่วยงานรับทราบโดยด่วน และต้องยุติภายใน 30 วัน

ด้านสภาผู้แทนราษฎรมีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายของพีมูฟ หากมีการยกร่างกฎหมายต่าง ๆ ขึ้นมา พีมูฟจะไปรณรงค์กับพรรคการเมืองเพื่อให้สนับสนุน นอกจากนั้น พีมูฟยังคงขับเคลื่อนกับฝ่ายตุลาการ เพื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ศาลต้องเปลี่ยนระบบการพิจารณาจากระบบกล่าวหาเป็นระบบไต่สวน เพื่อให้คนจนสามารถหยิบยกข้อเท็จจริงมาต่อสู้คดีได้อย่างเป็นธรรม

“ครั้งนี้พีมูฟไม่ได้เรียกร้องแก้ปัญหารายกรณีเป็นหลัก แต่เราสรุปบทเรียนการต่อสู้ 13 ปี เห็นว่าต้องแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างเพื่อไม่ให้ปัญหาวนเวียน จึงขมวดเรื่องทั้งหมดแยกเป็นกลุ่มปัญหา และเสนอนโยบาย 10 ด้าน และเรายืนยันว่าหากประสบความสำเร็จ ผู้ได้ประโยชน์จะไม่ใช่แค่พีมูฟ เราไม่ได้เรียกร้องปัญหาส่วนตัว แต่เรียกร้องสังคมที่เป็นธรรม ส่วนรายกรณีต้องแก้ไปด้วยอยู่แล้ว ซึ่งเราคงต้องทำงานร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมือง เช่น การจัดทำกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า จะมีผู้ได้รับประโยชน์อย่างน้อย 48,000 คดี ซึ่งเราต้องอาศัยฝ่ายค้านด้วย” ประยงค์กล่าว

ด้านจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานกรรมการบริหารขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าวว่า ยังคงยืนยันว่าหากการดำเนินการไม่เป็นไปตามที่เจรจากันไว้ พีมูฟพร้อมเคลื่อนไหวใหญ่แน่นอน ซึ่งครั้งหน้าอาจขอชุมนุมในระยะเวลาที่ยาวกว่าเดิม เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปในระดับนโยบาย ไม่ใช่เพียงแค่รายกรณี

ก่อนยุติการชุมนุม นัฐาพันธ์ แสงทับ รองประธานกรรมการบริหารขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้อ่านแถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เรื่อง ประกาศยุติการชุมนุมพีมูฟทวงสิทธิ เดินติดตาม กำกับ ตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล มีเนื้อหาดังนี้

นับจากการเริ่มปักหลักชุมนุมหน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ในช่วงเย็นวันที่ 2 ตุลาคม 2566 และประกาศต่อสู้ทวงสิทธิของประชาชนบนฐานทางนโยบาย 10 ด้าน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 16 วันแล้วที่พวกเราออกจากถิ่นฐานบ้านของเรามานอนอยู่กลางถนน เรียกร้องให้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ต้องเปิดการเจรจากับพีมูฟเพื่อให้มีความชัดเจนในการเดินหน้าข้อเสนอเชิงนโยบาย สร้างหลักประกันทางนโยบายด้วยการมีมติเห็นชอบในการประชุมคณะรัฐมนตรี 

จนถึงวันนี้เราบรรลุข้อเรียกร้องทั้งหมดตามเจตนารมณ์ โดยผ่านการประชุม ครม. 2 ครั้ง มีแนวทางในการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย 10 ด้านอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงแก้ไขปัญหากรณีเร่งด่วนและกรณีอื่นๆ อีกรวม 266 กรณี มีกลไกให้ติดตามเร่งรัดดำเนินการต่อเนื่องหลังจากนี้ ซึ่งเราต้องขอบคุณรัฐบาลที่เร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องของเราด้วยความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ รวมถึงขอขอบคุณแรงใจของพวกเราพี่น้องพีมูฟ กลุ่มประชาชนที่ทุกข์ร้อนจากปัญหาทั้งในระดับพื้นที่และโครงสร้างที่ได้ตัดสินใจลุกขึ้นมาต่อสู้ทวงสิทธิท่ามกลางปัญหาอุปสรรคหลากหลาย ทุกก้าวย่างของคนจนไม่เคยมีคำว่าสบาย แต่เรายังยืนหยัดในอุดมการณ์อันแน่วแน่ หล่อเลี้ยงความหวังถึงสังคมที่เป็นธรรมเท่าเทียม ฝันถึงวันที่ลูกหลานจะไม่ต้องออกมาลำบากต่อสู้ ถูกกดขี่ ขูดรีด เหมือนรุ่นพวกเรา 

เราขอขอบคุณเพื่อนมิตรภาคประชาชนและฝ่ายการเมืองทั้งหลายที่แวะเวียนกันมาให้กำลังใจไม่ขาดสายตั้งแต่วันแรกของการปักหลักชุมนุมจนถึงวันนี้ เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนทุกคน และขอส่งคืนความปรารถนาดีทั้งหมดสู่ทุกคนที่เราไม่อาจกล่าวถึงได้ทั้งหมด ชัยชนะนี้แม้จะไม่ใช่ชัยชนะครั้งสุดท้าย การเคลื่อนไหวของพีมูฟก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน แต่การยกระดับจากปัญหารายกรณีสู่ปัญหาระดับนโยบายและโครงสร้างจนสำเร็จลุล่วงไปได้ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของขบวนการภาคประชาชนของพวกเราที่ต่อสู้มาตลอด 13 ปี และเราขอยืนยันว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด เราจะกลับมาพบกันใหม่ 

เรายืนยันจะยังใช้การเมืองบนท้องถนนของเราติดตาม ตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และจะยังใช้ทุกกลไก ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ผลักดันข้อเรียกร้องของเราอย่างถึงที่สุด หากภายหลังรัฐบาลแสดงท่าทีไม่จริงใจต่อการแก้ไขปัญหา หรือจะสร้างผลกระทบด้วยการผลักดันนโยบายที่เอื้อพวกพ้องตนและกลุ่มทุน ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง เราก็พร้อมจะกลับมาชุมนุมเคลื่อนไหวทุกเมื่อ ตามสิทธิ เสรีภาพ ในการชุมนุมที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

สุดท้ายนี้ พีมูฟขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องสมัชชาคนจนที่กำลังปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณใกล้เคียง และขอยืนยันว่าคนจนทั้งผองคือพี่น้องกัน มีแต่สองมือ สองเท้า และหัวใจอันเด็ดเดี่ยวของเราเท่านั้นที่จะนำเราสู่ชัยชนะที่ถาวร เราขออวยชัยให้พี่น้องสมัชชาคนจนบรรลุข้อเรียกร้องโดยเร็ว และเรายินดีจะหนุนเสริมทั้งแรงกายแรงใจร่วมกัน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท