กลุ่มปกป้องสถาบันฯ บุกทำร้ายนักกิจกรรม-2 สื่ออิสระที่ BTS สยาม ขู่ 'ประชาไท' ห้ามถ่ายวิดีโอ

  • มีรายงานกลุ่มปกป้องสถาบันฯ ทำร้ายนักกิจกรรม และ 2 สื่ออิสระ 'ภราดร เกตุเผือก' และ 'ขุนแผนฯ' ที่ BTS สยาม ข่มขู่ 'ประชาไท' ไม่ให้บันทึกวิดีโอ 
  • ด้านสื่อ นักกิจกรรม และกลุ่มปกป้องสถาบันฯ ที่ถูกทำร้ายแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ต่างฝ่ายต่างแถลงไม่ได้เริ่มก่อน

 

10 ก.พ. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 12.30 น. ที่ลานน้ำพุ ศูนย์การค้าสยามพารากอน แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมการเมือง และเพื่อน ได้เดินทางมาทำกิจกรรม เกี่ยวกับการทำโพลขบวนเสด็จเมื่อปี 2565 ในชื่อ "ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่" โดยวันนี้ ทานตะวันได้มายังจุดเดิมอีกครั้ง แต่หลังจากมาถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สยามพารากอน ขอให้ไปอ่านแถลงการณ์ที่ทางเชื่อมระหว่าง BTS สยาม และศูนย์การค้าสยามพารากอน 

ทานตะวัน และเพื่อน จึงเดินไปที่ทางเชื่อมและอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า เธอขอโทษจากเหตุการณ์ขบวนเสด็จเมื่อ 4 ก.พ. 2567 ที่มีคลิปโต้เถียงหลังตำรวจสกัดรถ โดยขอโทษกรณีที่ขับรถไม่ระมัดระวังจนอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน คนอื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้นำรั้วเหล็กมาปิดทางเข้าออกศูนย์การค้าฯ เพื่อแยกระหว่างนักกิจกรรมและกลุ่มปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเดินเข้ามาในพื้นที่ล่วงหน้า ก่อนนักกิจกรรมเดินทางมาถึง 

ที่มา: แมวส้ม ประชาไท

หลังจากทานตะวัน เริ่มอ่านแถลงการณ์ได้ไม่นานนัก กลุ่มปกป้องสถาบันฯ ประกอบด้วย กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันฯ และนักรบเลือดสีน้ำเงินปกป้องราชบัลลังก์ ได้ปีนข้ามรั้วเหล็กของศูนย์การค้าฯ เข้ามาหากลุ่มนักกิจกรรมเพื่อใช้กำลังทำร้าย และก่อกวน จนทำให้ทานตะวัน ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อไปได้ ภายหลังกลายเป็นเหตุการณ์กระทบกระทั่ง มีการใช้กระบองดิ้วทำร้ายร่ายกาย ขณะที่ตำรวจพยายามแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกัน เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย 

ทั้งนี้ ระหว่างชุลมุนทั้ง 2 ฝ่าย ทางสมาชิกกลุ่มปกป้องสถาบันฯ ได้ออกตะโกนซ้ำๆ ด้วยความไม่พอใจใส่นักกิจกรรมว่า "พวกกบฏ" และ "พวกหนักแผ่นดิน"

การกระทบกระทั่งยังดำเนินต่อ โดยตำรวจพยายามเข้าระงับสถานการณ์โดยนำตัวกลุ่มนักกิจกรรมเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม และนำตัวนักกิจกรรมขึ้นรถตู้หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ไปที่ สน.ปทุมวัน โดยนักกิจกรรมได้มีการแจ้งความทางกลุ่ม ศปปส. ในกรณีที่เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม

จากการสอบถามทั้ง 2 ฝ่ายนั้น ทราบความว่า ฝ่ายกลุ่มปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย โดย วสัน ทองมณโฑ ประธานกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงินปกป้องราชบัลลังก์ ได้รับบาดเจ็บ คาดว่ามาจากการถูกนักกิจกรรมใช้กระบองดิ้วตีที่ศีรษะหลายครั้ง และมีอาการบาดเจ็บที่แขน เหตุเนื่องมาจากเจ้าตัวพยายามเข้าไปประชิดตัวทานตะวัน และถูกนักกิจกรรมใช้กระบองดิ้วตีกลับมา

วสัน ทองมณโฑ (ที่มา: แมวส้มประชาไท)

ด้านนักกิจกรรมมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 11 ราย ในจำนวนนี้รวมประชาชนที่ไม่ใช่นักกิจกรรมคือ นภัสสร บุญรีย์ นอกจากนี้ มีสื่ออิสระ 2 รายได้รับบาดเจ็บถูกกลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ทำร้ายร่างกาย คือ ลุงดร เกตุเผือก และ ขุนแผน แสนสะท้าน 

สื่อประชาไทถูกขู่ไม่ให้บันทึกภาพเคลื่อนไหว-สื่ออิสระ 2 คนถูกทำร้าย

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์สื่ออิสระ 2 รายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุชุลมุน คือ ภราดร เกตุเผือก และ เชน ชีวอบัญชา สื่ออิสระ 'ขุนแผน แสนสะท้าน'

ภราดร เกตุเผือก เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดหลังจากทานตะวัน แยกตัวเข้าไปด้านใน BTS สยาม เขา และเชน ตามนักกิจกรรมเข้าไปด้านใน และเดินมาที่ทางออก BTS สยาม ฝั่งสยามสแควส์วัน และลานน้ำพุพารากอน เพื่อดูสถานการณ์ และเช็กว่านักกิจกรรมการเมืองยังอยู่ในพื้นที่หรือไม่ 

ภราดร กล่าวต่อว่า ตอนนั้นยังมีกลุ่มปกป้องสถาบันฯ อยู่ที่ทางออกด้านดังกล่าว ก่อนที่ อานนท์ กลิ่นแก้ว เขาหันมาเจอพวกเขา ก็มีการกว้างสิ่งของบางอย่างมาที่ ภราดร และเชน แต่ไม่ถูกทั้ง 2 คน ก่อนที่อานนท์ เขาจะกระโดดข้ามรั้วเข้ามาพยายามทำร้ายเชน

ขณะเดียวกัน ภราดร ถูกสมาชิกกลุ่มปกป้องสถาบัน 2 คน เข้ามาทำร้าย คนแรกตบสมาร์ทโฟนที่ตนเองใช้ถ่ายทอดสดออนไลน์จนร่วงลงไปที่พื้น และถูกใช้มือตบเข้าไปที่ใบหน้า

"ขณะที่เขาเอาของถือเข้ามาเพื่อขว้างใส่ลุงดร (ภราดร เกตุเผือก) และขุนแผนฯ และพอลุงดร หลบ เขาวิ่งเข้าชาร์จใส่ขุนแผนฯ และลูกน้องเขาพุ่งเข้ามาหาลุงดร อีก 1 คน และตบมือถือลุงดร หลุดจากไม้ที่ใช้ถ่ายมือถือ พอเขาตบกล้องลุงดรร่วง เขาก็ตบลุงดรจนแว่นหัก" ภราดร กล่าว

ที่มา แมวส้ม ประชาไท

ภราดร เกตุเผือก

ภราดร กล่าวต่อว่า เขาจำไม่ได้ว่าคนที่ตบหน้าเขาเป็นใคร แต่หลังจากนั้น วสัน ทองมณโฑ เข้ามาชนจนเขาร่วงลงไปที่พื้น และเอาเข่ากดตัวเขาไว้กับรั้วตรงบ็อกซ์จุดขายตั๋วโดยสาร จนเขาต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจนำตัวเขาออกจากพื้นที่

ภราดร ระบุว่า ตนจึงเข้าแจ้งความ 2 กรณีคือ โดนทำร้ายร่างกายที่ใบหน้า และอาการบาดเจ็บที่เอว และถูกทำลายทรัพย์สินของตนเองเสียหาย

ทั้งนี้ ภราดร เล่าให้ฟังด้วยว่าตนเองเคยไปแจ้งความกลุ่ม ศปปส. จากกรณีที่ อานนท์ กลิ่นแก้ว และสมาชิก ศปปส. เดินทางมาคุกคามและพยายามทำร้ายตัวเขา และ มงคล ถิระโคตร นักกิจกรรมจากเชียงราย ที่หน้าศาลอาญา รัชดาภิเษก แต่ผ่านไปจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการดำเนินคดีแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ต่อเนื่องจากที่ภราดร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่อานนท์ กลิ่นแก้ว กระโดดข้ามรั้วกั้นฯ เข้าไปหาเชน สื่ออิสระขุนแผนฯ และพยายามทำร้ายร่างกาย แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปกันตัวออกมา หลังจากนั้นมีสมาชิกกลุ่มปกป้องสถาบันฯ คนอื่นเข้าไปทำร้ายร่างกายเชน ซ้ำอีก

ด้านเชน สื่ออิสระ วัย 56 ปี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ตนเองถูกสมาชิกปกป้องสถาบัน ทำร้ายร่างกาย เจ้าตัวระบุว่า วันนี้เขามาไลฟ์สดกิจกรรมของนักกิจกรรมตามปกติอยู่แล้ว โดยจังหวะเกิดเหตุเขายืนแยกออกมาอยู่ด้านหลังจุดสแกนตั๋วโดยสาร BTS สยาม ตอนที่อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขว้างขวดน้ำใส่ และปีนข้ามรั้วเข้ามา อานนท์เขาเข้ามาจับคอเสื้อ และเงื้อมกำปั้นจะต่อย แต่ยังไม่ทันได้ต่อย มีเจ้าหน้าที่มาห้าม หลังจากนั้น เชนได้ถูกประชาชนอีกคนเข้ามาต่อยจนล้ม และโดนเตะตามลำตัวร่างกาย  

จังหวะที่ เชน หรือสื่ออิสระขุนแผนฯ ล้ม ที่มา: แมวส้ม ประชาไท

เบื้องต้น สื่ออิสระขุนแผน ระบุว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่หูซ้าย มีอาการเจ็บปวดตามลำตัว และมีอาการบาดเจ็บที่แขนจากการล้มกระแทกพื้น 

ทั้งนี้เชน ได้แจ้งความเอาผิดกับกลุ่ม ศปปส. แล้วจากการถูกทำร้ายร่างกายแล้ว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวประชาไท แจ้งว่า ที่หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเวลา 12.59 น. หลังจากที่ผู้สื่อข่าวกำลังตามทำข่าวตำรวจพาตัวนักกิจกรรมขึ้นรถไป สน.ปทุมวัน และเดินตามทำข่าวกลุ่มสมาชิกปกป้องสถาบันฯ ได้ถูกสมาชิกกลุ่มปกป้องสถาบัน (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) เข้ามาเตือนไม่ให้บันทึกภาพเคลื่อนไหวและให้ไปถ่ายที่อื่น

โดยมีชายสวมเสื้อสีน้ำเงิน และหมวกแก๊ปสีน้ำเงินชี้มาที่กล้อง และมีชายอีกรายกล่าวว่า "น้องเชื่อพี่ เดี๋ยวจะโดน"

ศปปส. เผยมาที่สยาม ไม่พอใจนักกิจกรรมแซะสถาบันตลอด ยันแค่มาดู ไม่ได้อยากใช้กำลัง

ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา ประมาณ 14.02 น. อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันฯ ให้สัมภาษณ์สื่อกรณีที่มีเหตุปะทะกับนักกิจกรรมที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม ระบุว่าเขามาที่สยามวันนี้ เพราะว่าต้องการมาดูพฤติกรรมของนักกิจกรรม เขาไม่พอใจอย่างมาก เหตุจากเขามองว่า นักกิจกรรมกลุ่มนี้ทำกิจกรรมแซะสถาบันกษัตริย์มาโดยตลอด ตั้งแต่ทำโพลขบวนเสด็จ และมีการไลฟ์สดขวางขบวนเสด็จอีกด้วย และวันนี้เขามองว่า นักกิจกรรมตั้งใจมาทำโพล เนื่องจากใกล้กับวังสระปทุมของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (กรมสมเด็จพระเทพฯ) เดี๋ยวพระเทพฯ จะมีกำหนดการเสด็จไปที่เยาวราช นักกิจกรรมจึงตั้งใจมาทำโพลให้พระเทพฯ เห็น

"เตือนหลายครั้งตั้งแต่ปี 2563 เราไม่อยากให้ทำโพล เพราะว่าสถาบันฯ เขาไม่เคยมายุ่ง ทำไมต้องไปยุ่งกับสถาบันกษัตริย์ วันนี้เลยทนไม่ไหว และคนไทยตั้งเยอะเขาทนไม่ไหว มันเหยียบย่ำคนไทยจำนวนมาก" อานนท์ กล่าว

ประธาน ศปปส. ยืนยันว่า วันนี้ตั้งใจมาดูเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจมาใช้ความรุนแรง ถ้าตั้งใจให้ความรุนแรงจะพกอาวุธมาด้วย

"เราไม่ได้อยากใช้ความรุนแรง วันนี้แค่มาดู และมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เหตุการณ์ชุลมุน"

"เรามาดู และเมื่อกี้เห็นไหม มีคนของเราโดนดิ้วฟาดไป เห็นรึยัง ถ้าเราตั้งใจมาใช้ความรุนแรงต้องมีไม้ มีมีดมาด้วย เรามาดูสิว่า มันมีพฤติกรรมเป็นแบบไหน ทำโพลเพื่ออะไร เพื่อเหยียบย่ำหัวใจคนไทย" อานนท์ กล่าว 

วสัน ทองมณโฑ ขณะนั่งรถตู้ตำรวจ เตรียมไปรักษาพยาบาล และไปแจ้งความที่ สน.บางรัก

ทั้งนี้ อานนท์ กล่าวด้วยว่า เขาไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย เพราะก่อนหน้านี้เคยไปยื่นถอนประกันตัว ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมการเมือง จากกรณีขบวนเสด็จเมื่อ 4 ก.พ. 2567 ก่อนหน้านี้ และทำทุกอย่างเพื่อให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่มีความคืบหน้าเลย นอกจากนี้ ประธาน ศปปส. กล่าวด้วยว่า เขาไม่พอใจขอบเขตกฎหมายมาตรา 112 อีกด้วย เพราะว่าตัวบทกฎหมายตอนนี้ไม่คุ้มครองกรมสมเด็จพระเทพฯ ทำให้นักกิจกรรมมาแสดงออกได้แบบนี้ซ้ำๆ 

หลังจากนั้น ทางกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันฯ บางส่วนได้เดินทางโดยรถตู้ของตำรวจ ไปที่ สน.บางรัก เพื่อแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มนักกิจกรรมที่ทำร้ายพวกเขาที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สยามในวันนี้

ทานตะวัน แถลงจุดมุ่งหมายของกิจกรรม คือการตั้งคำถามกับการใช้สิทธิเสรีภาพ

ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และนักกิจกรรมอื่นๆ ได้แถลงต่อสื่อหลังจากเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่ม ศปปส. โดยก่อนพูดถึงเรื่องการดำเนินคดี เธอขอแถลงถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้

ทานตะวัน ตัวตุลานนท์

ทานตะวัน กล่าวว่า ที่ได้มีข่าวออกมาเกี่ยวกับขบวนเสด็จนั้น เธอขอโทษกรณีที่ขับรถไม่ระมัดระวังจนอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อ ประชาชน คนอื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันได้ ซึ่งตรงนี้จะขอน้อมรับความผิดพลาด และจะนำไปปรับปรุงแก้ไข

ทานตะวัน ระบุต่อว่า เธอยืนยันว่าประชาชคนไทยทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกและตั้งคำถามถึงขบวนเสด็จ แต่ว่าคำว่าสิทธิเสรีภาพเธอไม่เคยเห็นในประเทศไทย วันนี้เลยนำภาพโพลที่เคยทำไว้เมื่อ 2 ปีก่อนที่บริเวณลานน้ำพุสยามพารากอน มาให้ชมกัน และก็วันนั้นเธอทำโพลตั้งคำถามเกี่ยวกับขบวนเสด็จว่าสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนหรือไม่ ให้ประชาชนเข้ามาร่วมกันแสดงความเห็น แต่เธอกลับโดนแจ้งความคดีมาตรา 112 และมีคนติดคุกจากคดีนี้จริง เช่น เนติพร ถูกถอนประกันตัวจากกรณีนี้ และตอนนี้เนติพร กำลังประท้วงให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยการอดน้ำและอาหาร

ทานตะวัน ระบุว่า การทำกิจกรรมวันนี้คือการใช้สิทธิเสรีภาพ และการตั้งคำถามถึงความเป็นประชาธิปไตย หากผู้ใหญ่บอกว่า ประเทศเราเป็นประชาธิปไตย และมีการปรับตัวแล้วจริง ทำไมเธอและประชาชนอีก 8 คน ถึงถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 จากการตั้งคำถามถึงขบวนเสด็จ ทำไมยังมีคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองเพราะว่าเห็นต่าง ทำไมยังมีคนถูกดำเนินคดีทางการเมืองด้วยมาตรา 112 ทำไมยังมีคนถูกจำคุกในมาตรา 112 สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 50 ปี เธอต้องการตั้งคำถามผู้ใหญ่ที่บอกว่าเราเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่เหล่านี้จะตอบคำถามเธอด้วยแบบไหน จะดำเนินคดีพาเธอกลับเข้าคุกหรือไม่ 

"ขอถามตั้งคำถามอีกครั้งว่าประเทศเราเป็นประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า อยากตั้งคำถามถึงผู้ใหญ่ในประเทศนี้ และไม่รู้ว่าผู้ใหญ่จะตอบหนูด้วยอะไร ตอบด้วยการยัดคดีอีกรึเปล่า จับหนูเข้าคุกอีกรึเปล่า" ทานตะวัน กล่าว 

ทานตะวัน ระบุว่า เธอมาทำกิจกรรมวันนี้เพื่อต้องการพูดแค่นี้ และไม่ได้ต้องการให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น ไม่ต้องการให้มีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น แต่กลับมีความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่ม ศปปส. ก่อน โดยเข้ามาทำร้ายเธอก่อน และทำร้ายร่างกายพวกเราก่อน

นักกิจกรรมยันไม่ได้เริ่มก่อน

ทานตะวันระบุว่า ฝั่งของเธอมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกกลุ่ม ศปปส. ทำร้าย จำนวน 11 คน และเป็นสื่ออิสระอีก 2 คน ตามที่รายงานข้างต้น ขณะที่ตัวทานตะวัน ถูกต่อยเข้าที่ศีรษะด้านซ้าย และถูกจิกหัวจนหงายหลัง

นอกจากนี้ มีกรณีที่คทาธร (สงวนนามสกุล) นักกิจกรรมอิสระ ถูกอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน เข้ามาทำร้ายโดยการล็อกที่คอ และรุมต่อย มีบาดแผลตรงหัวตาซ้าย 

ทั้งนี้ จากการสัมภาษณ์ คทาธร ระบุเพิ่มว่า เหตุการณ์ที่เขาโดนทำร้าย เริ่มก่อนที่ตัวของวสัน ทองมณโฑ จะเข้าไปประชิดตัวทานตะวัน และทำให้ณัฐพล ซึ่งอยู่ด้านหลังต้องเข้ามาขวาง

"ทางตำรวจจัดพื้นที่ให้พวกผมแล้ว ผมเห็น ศปปส. กำลังเดินตรงมาหาตะวัน และบอกเขาว่าแถลงเสร็จแล้ว จะกลับแล้ว เขากลับล็อกคอผมเลย บอกว่า 'มึงมานี่' และเริ่มชกต่อยผมเลย ทั้งๆ ที่ผมพูดกับเขาดีๆ แล้ว" คทาธร กล่าว และระบุว่าย้ำว่า อานนท์ เริ่มคนแรก

คทาธร (สงวนนามสกุล)

ธนลภย์ ผลัญชัย เยาวชนอายุ 15 ปี ถูกกระชากผม และคอเสื้อ เพราะว่ามีอีกคนที่โดนกระชากผม ธนลภย์ จึงพยายามเข้าไปช่วย ทำให้โดน ศปปส. ดึงหัว และทำร้ายร่างกาย

ส่วนกรณีที่มีคลิปเผยแพร่ว่า ณัฐพล (สงวนนามสกุล) หรือ 'แบงค์' ใช้ดิ้วตีที่ วสัน ทองมณโฑ ประธานกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ ก่อน ทานตะวัน ระบุว่า เป็นการทำเพื่อป้องกันตนเอง เพราะว่าเพื่อนนักกิจกรรม คทาธร ถูกอานนท์เข้ามาทำร้ายร่างกายก่อน พอมีการล็อกคอ คนอื่นๆ เห็นจึงเริ่มเข้าไปช่วยและพยายามป้องกันตัว "ความรุนแรงเกิดจากฝั่งนั้นก่อน"

ขุนแผนฯ ได้กล่าวยืนยันว่า ทาง ศปปส. เริ่มก่อน ไม่งั้นต้องถามว่า ถ้านักกิจกรรมเริ่มก่อน ทำไมเขา และภราดร จึงถูกทำร้ายร่างกายทั้งที่เป็นสื่ออิสระ ภาพต่างๆ มีหลักฐานชัดเจน 

ไม่เกี่ยวกับขบวนเสด็จพระเทพฯ

มีประเด็นที่กลุ่ม ศปปส. กล่าวอ้างว่า นักกิจกรรมจัดทำกิจกรรมโพลวันนี้ เพื่อจงใจให้ตรงกับวันที่กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จไปเยาวราช ทานตะวัน เผยเธอไม่ทราบว่าใครจะเสด็จ และการทำกิจกรรมไม่ขึ้นกับว่าใครจะเสด็จเมื่อไร 

ทานตะวัน ตัวตุลานนท์

อรวรรณ ภู่พงษ์ ระบุว่า เราเคลื่อนไหวด้วยความเป็นอิสระไม่เป็นกลุ่มก้อน หรือเคลื่อนไหวเพื่อใคร แค่เป็นกลุ่มเพื่อนกันที่รู้สึกว่าใครเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ก็ยินดีช่วยเหลือ

ต่อกรณีที่อานนท์ ระบุว่าหลังจากนี้ถ้ากลุ่มนักกิจกรรมทำกิจกรรมอีก เขาจะไปสังเกตการณ์แบบนี้อีก ทานตะวันระบุว่า รู้สึกว่าให้เป็นเรื่องของพวกเขา แต่เราเองต้องยืนยันในเจตนาว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และไม่ได้ต้องการทำร้ายร่างกาย แต่ต้องการยืนยันในสิทธิเสรีภาพที่เราต้องการตั้งคำถามและแสดงออกตามความคิดเห็นของเรา ถ้าเขาจะตามเราที่ไหน หรือมาทำร้ายร่างกายเรา ส่วนตัวคงไม่ได้คิดมากเรื่องพวกนี้ และยืนยันใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองต่อ 

การเคลื่อนไหวไม่เกี่ยวกับ 'พิธา' และไม่ได้เป็นนายประกันตั้งแต่ปี 2566

การทำกิจกรรมของทะลุวัง หรือกรณีขบวนเสด็จที่ผ่านมา ถูกนำไปเชื่อมโยงกับทางพรรคก้าวไกล พิธาต้องตอบคำถามในกรณีนี้ เพราะว่าเคยเป็นนายประกันให้ทานตะวัน โดยทานตะวัน ระบุว่า พิธา ไม่ได้เป็นนายประกันตัวมานานแล้ว เพราะว่าความเป็นนายประกันตัวของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อตอนที่ทานตะวัน ขอถอนประกันตัวเองเมื่อ 2566

ทานตะวัน ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวช่วงนี้ก็จะไม่เกี่ยวกับ พิธา แน่นอน และไม่ได้เกี่ยวมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย 'X' ระบุว่า เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน นักกิจกรรม 9 ราย ประชาชน 1 ราย พร้อมด้วยสื่ออิสระอีก 2 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับกลุ่ม ศปปส. และนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ ที่ BTS สยาม เพิ่งให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้น หลังเข้าแจ้งความกลุ่ม ศปปส. ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายฯ และถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ

มีรายงานว่า กลุ่ม ศปปส. ก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะดังกล่าวรวม 3 ราย และเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกลุ่มนักกิจกรรมการเมืองเช่นกัน

 

รายละเอียดแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2567

เมื่อสองปีก่อน ประชาชนอย่างเราเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับขบวนเสด็จด้วยกระดาษโพลล์หนึ่งแผ่น จนกลายเป็นคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

และการตั้งคำถามนี้กลับทำให้ประชาชนต้องพบกับความอยุติธรรมในการพิจารณาคดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถอนประกัน บุ้งและใบปอจากคดีนี้เมื่อ 2 ปีก่อน และล่าสุดมีการถอนประกันบุ้งอีกครั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นำไปสู่การอดอาหารและน้ำของบุ้งเพื่อประท้วงต่อกระบวนการยุติธรรม โดยมีสองข้อเรียกร้อง คือ

1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

2. ต้องไม่มีผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกนำไปจองจำในคุกอีก

เราจึงขอนำโพลล์นี้กลับมาอีกครั้ง เพื่อแสดงออกถึงสิทธิและเสรีภาพในการตั้งคำถามของประชาชนต่อขบวนเสด็จ

ถึงแม้ตามหลักการแล้วสำนักพระราชวังจะออกกฏเพื่อปรับเปลี่ยนขบวนเสด็จ และต่อให้ปิดถนนเพียงระยะเวลาที่ไม่นานนัก แต่สามารถสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างได้เนื่องจากจะทำให้รถติดสะสม และเพื่อยืนยันว่า "ถนนเป็นของประชาชน"

แต่ไม่ว่าคุณจะมีความคิดเห็นอย่างไร ไม่ว่าจะคิดเห็นเหมือนกันหรือแตกต่างกัน เชิญชวนทุกคนมาร่วมแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพของตน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท