Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อ 16 ม.ค. 2566 ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ อรวรรณ ภู่พงษ์ นักกิจกรรมอิสระ ยื่นถอนประกันตัวเองที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมอ่านแถลงการณ์ และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ‘เลือดแลกเลือด ทวงชีวิตเพื่อนคืน’ ก่อนราดตัวเองด้วยสีแดง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข ก่อนยกระดับอดน้ำ-อาหารภายใน 3 วัน หากข้อเรียกร้องไม่ถูกตอบรับ

ตะวันได้ยื่นคําร้องถอนประกันตัวเองจากคดีมาตรา 112 กรณีไลฟ์สดหน้าสหประชาชาติ (UN) ก่อนเวลาที่ขบวนเสด็จจะผ่านถนนราชดําเนินนอก เมื่อ 5 มี.ค. 2565 ส่วนแบมยื่นเพิกถอนประกันตัวเองในคดีมาตรา 112 กรณีทําโพลสํารวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ เมื่อ 8 ก.พ. 2565

และก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ ตะวันเคยถูกศาลสั่งถอนประกันมาแล้ว 1 ครั้ง และได้ทําการอดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัวเป็นเวลานานถึง 37 วัน 

หากย้อนดูบริบทสังคมในช่วงเวลานั้น จะพบว่าการถอนประกันตนเองของทั้งสองคนเกิดขึ้นหลังสถานการณ์จํานวนผู้ถูกดําเนินคดีทางการเมืองและถูกคุมขังในเรือนจําเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีคำสั่งติดกำไล EM ที่ข้อเท้านักกิจกรรมจำนวนมาก และมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากฝ่ายการเมืองหรือกระบวนการยุติธรรม

แถลงการณ์ของตะวันและแบมประกอบไปด้วย 3 ข้อเรียกร้อง ตามที่ประกาศไว้หน้าศาลอาญา ได้แก่

  1. การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ศาลต้องคํานึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในการแสดงออกเป็นอย่างแรก มาก่อนสิ่งอื่นใด ต้องเป็นอิสระ ปราศจากอํานาจนําปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และผู้บริหารศาลต้องไม่แทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดี
  2. ยุติการดําเนินคดีความกับประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการชุมนุม และการแสดงออกทางการเมือง
  3. พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเสนอนโยบายเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน โดยการยกเลิกมาตรา 112 และมาตรา 116

จากนั้น ตะวันและแบมถูกควบคุมตัวไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง และเมื่อไม่มีการตอบรับข้อเรียกร้องภายใน 3 วัน (18 ม.ค. 2566) ทั้งสองคนได้ยกระดับการประท้วงเป็นการอดอาหารและน้ํา

การประท้วงโดยมีเดิมพันด้วยชีวิตของตะวันและแบม ทำให้สังคมขณะนั้นหันมาพูดถึงประเด็นผู้ถูกคุมขังทางการเมืองมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมยืน หยุด ขัง 112 ชั่วโมง บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) แยกปทุมวัน และกิจกรรมคู่ขนานไปตามมหาวิทยาลัยและบางจังหวัด 

จากการรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมนุษยชน ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. – 10 ก.พ. 2565 มีผู้ต้องขังคดีการเมืองได้รับการอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวอย่างน้อย 4 ราย คือ เอก (นามสมมติ), ก้อง-อุกฤษฎ์ สันติประสิทธิ์กุล, สมบัติ ทองย้อย ในคดีมาตรา 112 และ คงเพชร ผู้ถูกกล่าวหาคดีครอบครองระเบิด

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 18 ม.ค. - มี.ค. 2566 มีนักกิจกรรมและประชาชนที่ยื่นคําร้องและศาลอนุญาตให้ถอดกําไล EM ระหว่างพิจารณาคดีอย่างน้อย 34 คน

ขณะที่ศาลอาญาสั่งปล่อยตัวชั่วคราวตะวันและแบมเป็นระยะเวลา 1 เดือน หลัง ผอ. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ยื่นขอประกันด้วยเหตุสุขภาพร่างกายทั้งสองอยู่ในภาวะวิกฤต ในวันที่ 7 ก.พ. 2566 กระนั้น ทั้งสองคนยังตัดสินใจอดอาหารต่อเนื่อง โดยปักหลักบริเวณศาลฎีกา รวมระยะเวลาที่อดอาหารทั้งหมด 52 วัน

ทั้งนี้ ระหว่างที่ตะวันและแบมทำการประท้วงอยู่นั้น สิทธิโชคและบัสบาส ผู้ถูกคุมขังคดี 112 ก็ได้อดอาหาร โดยมี โสภณ สุรฤทธิ์ธํารง, จตุพล และณัฐพล ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ทำการประท้วงด้วยการอดนอนคู่ขนานไปด้วย

หลังตะวันและแบมถูกปล่อยตัวและสิ้นสุดการอดอาหารและน้ำประท้วง การอดอาหารและน้ำหรือการทรมานร่างกายด้วยวิธีการอื่นๆ ยังคงถูกหยิบมาใช้ในหมู่ผู้ถูกคุมขังคดีการเมือง ไม่ว่าจะเป็นวารุณี และเวหาที่อดอาหารในช่วงกลางปี 2566 บุ้ง-เนติพร เสน่ห์สังคม, แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร อดอาหารและน้ำพร้อมตะวันอีกครั้งในปี 2567 และ ขนุน-สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ อดอาหารในปี 2568

โดยการอดอาหารประท้วงเป็นวิธีการประท้วงโดยสันติวิธี ซึ่งเป็นการใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือในการแสดงออก มีผลสะเทือนมาจากการอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวของ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ในปี 2564

ปัจจุบัน (16 ม.ค. 2569) มีผู้ถูกคุมขังการเมืองทั่วประเทศอย่างน้อย 55 คน เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 30 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 30 คน และผู้ต้องขังที่คดีสิ้นสุดแล้ว 24 คน และยังมีเยาวชน 1 คน ถูกคุมขังในสถานพินิจฯ ตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนฯ

 

อ้างอิง 

 

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง