Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

‘พิธา’ เสนอรัฐบาลทำเรื่องเกาะกูดให้ชัดเจน เชื่อจะช่วยลดความเป็นชาตินิยมล้นเกิน ไม่กระทบความสัมพันธ์กับอาเซียน

 

31 ต.ค. 2567 เพจเฟซบุ๊ก The reporters ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (31 ต.ค.) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระหว่างมาร่วมงานเปิดตัวหนังสือ "มรณกรรมของประชาธิปไตย" (How Democracies Die) เขียนโดย สตีเวน เลวิตสกี และ แดเนียล ซิบลาตต์ โดยระหว่างสัมภาษณ์ ได้มีการพูดถึงปมเกาะกูด ซึ่งพิธา เสนอให้รัฐบาลทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อลดความเป็นชาตินิยมล้นเกิน ปิดช่องโหว่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง 

พิธา กล่าวว่า การสื่อสารประเด็นชาตินิยมจากกรณีที่เห็นคือพรรคประชาชนพม่า พรรคภูมิใจกัมพูชา สะท้อนว่าการใช้ชาตินิยมมาใช้ทำลายทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นเกาะกูด พรรคภูมิใจกัมพูชา หรือพรรคประชาชนพม่า ต้องวิงวอนสื่อมวลชนสื่อสารไปยังประชาชนว่ามันไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลย ยกเว้นคนที่ต้องการที่จะโจมตี หรือเบี่ยงประเด็นสำคัญๆ ที่เป็น priority ของรัฐบาล ขอให้ผู้รับฟังติดก่อนที่จะเชื่อประเด็นต่างๆ ยกตัวอย่างว่าให้สัญชาติเพื่อมาโหวตพรรคฯ มาเป็นรัฐบาล ที่พยายามปั้นข่าวตรงนี้ต้องแยกให้ออกว่าเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่

ต่อมา อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเจรจาผลประโยชน์ปิโตรเลียมในกรอบบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลในไหล่ทวีป (MOU 44) ซึ่งภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคยระบุว่า ขอให้อย่านำความคลั่งชาติทำให้เสียประโยชน์ของประเทศ

อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวทำนองสอดคล้องว่า ชาตินิยมไม่ได้เป็นเรื่องผิด แต่ชาตินิยมที่ล้นเกิดอาจทำให้ไทยสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องต้องระวัง

พิธา กล่าวว่า ถ้าพูดเรื่องเกาะกูด คือการฟื้นฟูการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (Overlapping Claims Area : OCA) ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งข้อตกลงร่วม MOU 44 จบไปแล้ว ดังนั้น เกาะกูดเชื่อว่าเป็นของคนไทยแน่นอน แต่ถ้าจะพูดในระดับ OCA ต้องกำหนดพื้นที่ซึ่งมีปิโตรเลียม และมีการพูดคุยกันแค่นั้น เกาะกูดไม่ควรเข้าไปอยู่ในการเจรจา เพราะว่าพื้นที่ไม่ได้กว้างขนาด 2 หมื่นกว่าตารางกิโลเมตร แต่หากว่าไปไกลถึงขนาดกว้างเท่าเกาะกูด ก็ทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงได้

"รัฐบาลต้องออกมาพูดให้ชัดว่าเรื่องปิโตรเลียม มันเป็นเรื่อง OCA ไม่ได้เกี่ยวกับเกาะกูด เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องการตกลงกันระหว่างไทย-กัมพูชา มันคือเรื่องกำลังรบ มันคือระดับสหประชาชาติที่มันมีระเบียบโลกว่าเรื่องแบบนี้เป็นปัญหาเรื่องอาณาเขต (Territorial Issue) ของแต่ละชาติ"

"เชื้อไฟที่จะทำให้เกิดการใช้ชาตินิยมแบบล้นเกินจะได้หมดไป จะได้เป็นการสู้กันเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน การผ่านกฎหมายที่ก้าวหน้า การตรวจสอบรัฐบาลที่มันควรจะเป็น เรื่องพวกนี้มันควรจะจบได้แล้ว" พิธา กล่าว

ต่อคำถามสื่อว่ามันจะมีผลเสียอย่างไรต่อรัฐบาล พิธา กล่าวว่าจะเป็นผลเสียต่อรัฐบาลเอง เกิดการตั้งคำถามต่อรัฐบาล สรุปพื้นที่ที่ต้องเจรจากับรัฐบาลกัมพูชามันเท่าไรกันแน่ ถ้าเกิดพูดให้ชัดว่ามันจบแค่นี้ เพราะว่าทางการไม่ออกมาตอบว่า เรื่องมันจบไปแล้ว หรือกรณีนี้ไม่ต่างจาก JDA ระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย ยืนยันว่าเราไม่ได้สูญเสียผลประโยชน์แต่อย่างใด การแบ่งประโยชน์เป็นลักษณะแบบไหน พอรัฐบาลไม่ชัดเจน คนก็ตั้งคำถาม มันก็เปิดช่องให้คนเอากระแสชาตินิยมมาใช้ ซึ่งมันไม่เป็นประโยชน์กับชาติไทยหรือประชาคมอาเซียน ไม่เป็นประโยชน์กับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอาเซียน แทนที่จะใช้ความเป็นปึกแผ่นของอาเซียนในการบริหารอุณหภูมิภูมิรัฐศาสตร์เราก็พลาดโอกาสนี้ไป 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง