Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กัณวีร์ ชี้ ปัญหาชายแดนไทยรอบด้าน ชายแดนไทย-เมียนมา ยังคงร้อน ว้าแดงรุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทย ทั้ง 9 จุด แถบเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ถามนโยบายความมั่นคงที่มาจาก สมช. ใช้ได้จริงแค่ไหน ฝั่งชายแดนเมียนมาเป็นเรื่องต้องใช้การวางนโยบายและยุทธศาสตร์มากกว่าการทหาร ภูมิธรรมโต้ชายแดนไทย-เมียนมา ยังปกติ ไม่มีการสู้รบ ทหารไทยและว้าแดงอยู่ในพื้นที่ตามเขตแดนที่กำหนดไว้ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นโนแมนแลนด์ ไทยไม่ได้เสียดินแดน

27 พ.ย. 2567 กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang” ระบุ เรื่องที่ชายแดนไทย-เมียนมา ยังคงร้อน ช่วงนี้ปัญหาชายแดนไทยรอบด้านมีทั้งปัญหาความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรมนะครับ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนของไทยและนโยบายความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร ต้องมีการปรับปรุงหรือไม่ และควรปรับปรุงอย่างไร เท่าที่ตนเองจำได้ตอนที่ได้รับผิดชอบการจัดทำติดตามและประเมินผลยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนไทยรอบด้าน และได้ทำงานเรื่องนโยบายความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น ยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนถูกแยกจากนโยบายความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน และแทบจะขาดความเชื่อมโยงระหว่างกัน

กัณวีร์ระบุว่า “นโยบายความมั่นคง” ที่มาจากส่วนกลาง หรือ สมช. นั้น หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ได้นำนโยบายไปปรับใช้มากน้อยเพียงใด

ขณะนี้ฝั่งชายแดนติดเมียนมาเรื่องร้อนจากปัญหาเรื่องว้าแดงที่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทยทั้ง 9 จุดทั้งในเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คำถามคือแผนยุทธการการทหารที่ทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นมันสอดคล้องกับนโยบายส่วนกลางมากน้อยแค่ไหน หรือส่วนกลางไม่มีนโยบายใดๆ เลยในเรื่องนี้ เพราะปล่อยให้เป็นแค่เรื่องการทหาร ต้องวิเคราะห์ให้ออกกันว่าฝั่งเมียนมานั้นต้องใช้การวางนโยบายและยุทธศาสตร์มากกว่าการทหาร เพราะรวมกับการต่างประเทศ การถ่วงดุลอำนาจระหว่างหลายกลุ่มในเมียนมา และแต่ละรัฐชายแดนในเมียนมาที่ติดกับไทยก็มีความแตกต่างกันไปในรายละเอียด ดังนั้นแนวนโยบายของไทยจึงต้องอ่อนตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่แท้จริงในฝั่งเมียนมา

รัฐฉานนั้นสลับซับซ้อน เพราะมีทั้งตอนเหนือ ตอนกลางและตอนใต้ของรัฐฉาน ซึ่งตัวละครแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละพื้นที่ ทางตอนใต้ถึงแม้ไทยจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสภากอบกู้รัฐฉานทางตอนใต้ (RCSS) แต่กรณีว้าแดงก็แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่ RCSS/SSA ยังต้องเผชิญสถานการณ์ภายในเมียนมาด้านทหารระหว่างกัน และมากระทบกับไทยในการรุกล้ำดินแดนของว้าแดงในไทยที่เห็นอยู่

กัณวีร์ตั้งคำถามว่าไทยจะทำอย่างไร จะเข้าไปรบหรือใช้ยุทธวิธีอย่างไรที่ข้ามเขตแดนและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทหารเมียนมา RCSS/SSA ของเจ้ายอดศึก แล้วทำไมว้าแดงไทยทำอะไรไม่ได้ และว้าแดงที่อยู่ตอนใต้ที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดกระทบต่อไทยโดยตรงและทั้งภูมิภาคนั้น มีใครมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

นอกนี้จากนี้มาทางฝั่งชายแดนที่ติดกับกัมพูชาทางการไทยยังมีประเด็นส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากลับประเทศ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้ถูกเนรเทศออกนอกประเทศทั้ง 7 คน เป็นผู้ลี้ภัยที่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ไปทั้งหมดแล้ว 1 ใน 7 คนนี้ เป็นเด็กชายอายุ 5 ขวบ และ 5 ใน 7 คนนี้ เป็นสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน CNRP ของกัมพูชา ซึ่งสามารถคาดเดาอนาคตของผู้ที่ถูกเนรเทศนี้ได้ว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมที่หนักอยู่

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายเท่านั้นที่จะใช้แค่ พรบ.ตรวจคนเข้าเมืองมาบังคับใช้และดำเนินการเนรเทศออกไปอย่างกรณีธรรมดา กัณวีร์ย้ำว่านี่คือประเด็นผู้ลี้ภัย ไทยไม่สามารถผลักดันคนกลับไปตายได้ตามหลักกฎหมายจารีตประเพณีปฏิบัติระหว่างประเทศ (International Customary Law) ในเรื่องหลักการไม่ส่งกลับ (non-refoulement) และเรื่องนี้เข้าข่ายที่เรียกว่าการกดปราบข้ามชาติ (Transnational Repression—TNR) คือความร่วมมือของรัฐในการประหัตประหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ลี้ภัยเพื่อมีการผลักดันให้กลับไปถูกประหัตประหารในประเทศต้นทางที่เขาหนีและลี้ภัยออกมา

ไทยพีบีเอส ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โต้ประเด็นกองกำลังว้าแดงรุกล้ำพื้นที่แนวชายแดนไทยว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ยังคงปกติ ไม่มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งเป็นเหตุให้ต้องใช้กำลังทางทหาร ทั้งนี้ทหารไทยและว้าแดงยังคงอยู่ในพื้นที่ตามเขตแดนที่กำหนดไว้ ยืนยันความสัมพันธ์มีการพูดคุย ไม่มีการสู้รบกัน นอกจากนี้ภูมิธรรมขอเตือนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนปล่อยข่าว ต้องระมัดระวัง

ด้านพล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันตรงกันว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ขณะนี้ไม่มีเหตุการณ์สู้รบแต่อย่างใด กำลังทหารไทยและกองกำลังว้าแดงอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 พื้นที่ดังกล่าว ไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน และไม่มีคนพักอาศัยอยู่ แต่เป็นโนแมนแลนด์ เต็มไปด้วยป่าและภูเขา ยังไม่มีการรังวัดพื้นที่ตามกฎหมาย และข่าวการตั้งปืนใหญ่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

 

 

 

หมายเหตุ : วันที่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 15.03 มีการปรับปรุงเนื้อหาและพาดหัวข่าว

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง